Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สันติ ผู้เผยแพร่ข่าวประเสริฐ
•
ติดตาม
8 พ.ย. 2025 เวลา 23:10 • ครอบครัว & เด็ก
เอาไว้เตือนใจ
ยอห์น 5:1-3, 5-8 TH1971
[1] หลังจากนั้นก็ถึงเทศกาลของพวกยิว และพระเยซูก็เสด็จไปยังกรุงเยรูซาเล็ม [2] ในกรุงเยรูซาเล็มที่ริมประตูแกะมีสระอยู่สระหนึ่ง ภาษาฮีบรูเรียกสระนั้นว่า เบธซาธา เป็นที่ซึ่งมีศาลาห้าหลัง [3] ในศาลาเหล่านั้นมีคนป่วยเป็นอันมาก คนตาบอด คนง่อย และคนเป็นอัมพาตนอนอยู่
[5] ที่นั่นมีชายคนหนึ่งป่วยมาสามสิบแปดปีแล้ว [6] เมื่อพระเยซูทอดพระเนตรคนนั้น และทรงทราบว่าเขาป่วยอยู่อย่างนั้นนานแล้ว พระองค์ตรัสกับเขาว่า <<เจ้าปรารถนาจะหายโรคหรือ>>
[7] คนป่วยนั้นทูลตอบพระองค์ว่า <<ท่านเจ้าข้าเมื่อน้ำกำลังกระเพื่อมนั้น ไม่มีผู้ใดที่จะเอาตัวข้าพเจ้าลงไปในสระ และเมื่อข้าพเจ้ากำลังไปคนอื่นก็ลงไปก่อนแล้ว>>
[8] พระเยซูตรัสกับเขาว่า <<จงลุกขึ้นยกแคร่ของเจ้าเดินไปเถิด>>
https://bible.com/bible/275/jhn.5.1-8.TH1971
ข้อ8 ทำไมพระเจ้าไม่ให้ทิ้งแคร่ไปเลยนะ? ผมได้คิดแบบนี้ครับว่าพระเจ้าให้มีไว้เพื่อเตือนสติตัวเองครับว่าเพราะมันนี้แหล่ะที่ทำให้ฉันต้องกลายมาเป็นคนป่วยติดเตียงแบบนี้ครับ
ผมได้เห็นผ่านพระคำตอนนี้ครับว่าไอ้แคร่นี้กำลังเปรียบเหมือนกับทุกสิ่งของโลกนี้ครับ เหมือนกับสระเบธซาธานั่นด้วย กับทุกสิ่งที่ไม่ใช่พระเยซู สิ่งต่างๆเหล่านั้นก็กำลังล่อลวงผู้คน ทำให้ไม่ได้มาถึงกับความรอดหรือชีวิตนิรันดร์จริงๆ ครับ
หลายคนถึงแม้ได้เข้ามารู้จักกับพระเยซูแล้วผ่านทางพระคัมภีร์ไบเบิ้ลและคริสตจักรแต่ก็ไม่ยอมปล่อยทางเก่า เอาแค่ได้รู้เฉยๆว่าพระเยซูคือทางรอด คือเป็นคริสเตียนแค่ชื่อเฉยๆ แต่ก็ไม่ได้มีใจอยากที่จะออกจากทางเก่าชีวิตเก่าเลย เหมือนชอบที่จะแช่นอนอยู่กับแคร่ต่อไปอย่างนั้นครับ คริสตจักรจะช่วยพาออกพาทำอะไรก็ไม่เอา
คือกำลังใช้พระคัมภีร์ไบเบิ้ลกับคริสตจักรเป็นเครื่องมือสนับสนุนกิเลสตัณหาความโลภของตัวเองเพิ่มเข้ามาอีกช่องทาง ไม่ใช่มาเพื่อจะเชื่อหรือติดตาม เหมือนที่ไปหาพวกผีพวกเทพเจ้าต่างๆ ก็คิดแบบนี้ครับ พอมาคริสตจักรนี้หลายคนพอไม่ได้รับการตอบสนองก็เลยจากไปในที่สุด มีเยอะครับ
ชายป่วยคนนี้หลังได้พบกับพระเยซูแล้วการให้ค่าหรือการใช้แคร่ก็ได้เปลี่ยนไปเลยครับ แต่ก่อนมันเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของชีวิตขาดไม่ได้เลย ใช้ชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้แน่ถ้าปราศจากมัน แต่พอได้พบพระเยซูแล้วค่าของมันกลายมาเป็นแค่เครื่องเตือนใจว่าเพราะมันนี้แหล่ะคือต้นเหตุของทุกปัญหาในชีวิตที่ผ่านมาครับ เพราะมันนี้แหล่ะที่ทำให้คนเราเข้าถึงพระเจ้าหรือความสุขสงบแท้ไม่ได้
เหมือนคนป่วยรอบสระฯ ที่กำลังหลงเชื่อว่าถ้าตนสามารถโดดลงไปในสระนั่นได้เป็นคนแรกโรคที่เป็นอยู่ก็จะหาย แต่ความจริงมันก็เป็นแค่เพียงข่าวลือครับว่ามีทางรอดอื่นอีกนอกจากทางพระเยซูคริสต์
ถ้าเกิดเราเลือกผิดแล้วพินาศเลยเช่นพอตัดสินใจผิดจากทางของพระเจ้าแล้วฟ้าผ่าเลยเราก็คงรู้หรือเกรงกลัวกัน แต่เพราะพระเจ้าไม่ได้ทำเช่นนั้นแต่มีพระคุณพยายามคอยตามนำเรากลับมาเหมือนผู้เลี้ยงที่คอยตามแกะที่ชอบคอยแต่จะออกจากฝูงเรื่อยๆ ครับ
กับการที่เรากำลังเชื่อวางใจกับสิ่งอื่นๆ ที่ไม่ใช่พระเยซู มันเหมือนกับการที่เรากำลังหอบไฟไว้ มันก็ต้องถูกเผาไหม้ไปเรื่อยๆ เหมือนเรื้อนที่กัดกินร่างกายไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้สึกเจ็บครับ ทางรอดก็คือต้องทิ้งหรือได้รับการรักษาเท่านั้นครับ
คริสตจักรเป็นร่างกายของพระเยซูที่กำลังช่วยพาเราออกจากความตายครับ กับทุกกิจกรรมของคริสตจักรอ่านฟังพูดคุยคิดใคร่ครวญประกาศเผยแพร่พระคำ กิจกรรมเหล่านี้กำลังช่วยจิตวิญญาณของเราเองให้รอดครับ
แต่กับกิจกรรมต่างๆ ที่คนไม่เชื่อกำลังพากันทำบนโลกตอนนี้ ความจริงเหมือนคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลยครับ เหมือนคนที่กำลังหลับฝันตื่นมาก็คือไม่มีอะไรเลย มีเพียงสิ่งเดียวที่เป็นความจริงบนโลกตอนนี้คือวิถีทางของคริสตจักรหรือข่าวประเสริฐนี้ครับ
ช่วงนี้ได้คิดและเรียนรู้กับคนที่ได้พบเจอพูดคุยตอนออกไปเผยแพร่ มีคนที่กำลังจมทุกข์โศกเศร้ากับความเหงา ความยากจน ความหยากจะได้ดั่งใจ ความกลัวเงินจะหมด รากปัญหาเดียวกันคือไม่เชื่อวางใจพระเจ้านี้ครับ ยังจดจ่อกับสระเบธซาธา ยังนอนติดเตียงแคร่ไม่ยอมลุก คือไม่ยอมจะปล่อยสิ่งเหล่านั้นเพื่อจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับพระเยซูเลยครับ
หลายคนก็มาโบสถ์ฟังพระคำมาหลายปีแล้วแต่ก็กลับออกไปไม่เชื่อเหมือนเดิมครับ ยังมีความหวังอยู่กับสระเบธซาธาต่อไป ยอมรับชะตากรรมนี้แบบง่ายๆ ทั้งที่สามารถเลือกที่จะออกมาได้แล้ว ก็มีพระคัมภีร์ไบเบิ้ลกับคริสตจักรคอยช่วยให้ด้วย แต่ก็ไม่เอาอีกครับ? กำลังใช้ชีวิตเหมือนหมูต่อให้อาบน้ำทำความสะอาดให้แล้ว พอปล่อยมันก็จะกลับไปคลุกขี้เยี่ยวของมันเองอีก เหมือนหมาที่อ้วกแล้วก็กลับกินกลับเข้าไปได้อีก จริงๆมันควรจะทิ้งไปใช่ไหมครับ แต่เพราะมันเป็นธรรมชาติของหมาครับ
อิสยาห์ 1:2-7 TH1971
[2] ฟ้าสวรรค์เอ๋ย จงฟัง แผ่นดินโลกเอ๋ย จงเงี่ยหู เพราะพระเจ้าได้ตรัสว่า <<เราได้เลี้ยงดูบุตรและให้เติบโตขึ้น แต่เขาทั้งหลายได้กบฏต่อเรา
[3] โครู้จักเจ้าของของมัน และลาก็รู้จักรางหญ้าของนายมัน แต่อิสราเอลไม่รู้จัก ชนชาติของเราไม่เข้าใจ>> [4] เออ ประชาชาติบาปหนา ชนชาติซึ่งหนักด้วยความบาปชั่ว หน่อเนื้อของผู้กระทำความชั่วร้าย บรรดาบุตรที่ทำความเสียหาย เขาทั้งหลายได้ทอดทิ้งพระเจ้า เขาได้ดูหมิ่นองค์บริสุทธิ์ของอิสราเอล เขาทั้งหลายหันหลังให้เสีย
[5] ยังจะให้เฆี่ยนเจ้าตรงไหนอีก ที่เจ้ากบฏอยู่เรื่อยไป ศีรษะก็เจ็บหมด จิตใจก็อ่อนเปลี้ยไปสิ้น [6] ตั้งแต่ฝ่าเท้าจนถึงศีรษะ ไม่มีความปกติในนั้นเลย มีแต่ฟกช้ำและดำเขียว และเป็นแผลเลือดไหล ไม่เห็นบีบออกหรือพันไว้ หรือทำให้อ่อนลงด้วยน้ำมัน
[7] ประเทศของเจ้าก็ร้างเปล่า และหัวเมืองของเจ้าก็ถูกไฟเผา ส่วนแผ่นดินของเจ้า คนต่างด้าวก็ทำลายเสียต่อหน้าเจ้า มันก็ร้างเปล่าไป อย่างที่คนต่างด้าวคว่ำมัน
https://bible.com/bible/275/isa.1.2-7.TH1971
พัฒนาตัวเอง
ความรู้รอบตัว
ข่าวรอบโลก
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย