13 พ.ย. 2025 เวลา 03:26 • สิ่งแวดล้อม
เจดีย์หลวงพ่อแสง วัดมณีชลขัณฑ์

สิ่งที่เราเห็นในเฟซบุ๊ก ระหว่างวันที่น้ำเต็มทุ่ง

ตอนที่ 1/12 เล่าความรู้สึก “ก่อนตอบ–ขณะตอบ–หลังตอบ” อย่างระมัดระวัง สื่อสารด้วยความสุภาพ ไม่ขัดแย้ง แต่ทำให้คนอ่านเข้าใจระบบน้ำดีขึ้น คุยกับเพื่อนใหม่–เพื่อนเก่า บน Facebook 10–12 พ.ย. 2568
2
เช้าวันนั้น ผมนั่งอ่านคอมเมนต์บนเฟซบุ๊กอย่างช้าๆ เหมือนคนกำลังฟังเสียงหลายสิบเสียงในห้องเดียวกัน ทั้งเสียงห่วงใย เสียงตำหนิ เสียงตั้งคำถาม และเสียงประชดประชันในบางมุม
ผมคิดในใจว่า… “ทุกข้อความมีน้ำหนักของมันเอง”
และเราต้องตอบด้วยความเคารพต่อทุกมุมมอง
คอมเมนต์หนึ่งสะดุดตาทันที
เขาพูดถึงเรื่องว่า “ถ้าเขื่อนพร่องน้ำไว้มากกว่านี้ วันนี้คงไม่ต้องลำบากกันแบบนี้”
ตอนที่อ่าน ผมรู้สึกได้ถึงความเหนื่อยล้า ความคาใจ และความจริงใจของคนที่กำลังเผชิญน้ำอยู่รอบตัวบ้าน
ก่อนตอบ ผมนั่งหยุดคิด—
คำถามนี้ ถ้าตอบสั้นๆ จะทำร้ายความรู้สึก
แต่ถ้าตอบยาวๆ โดยไม่ระวัง ก็อาจทำให้เกิดความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น
ผมจึงเลือกใช้วิธีอธิบาย “ระบบน้ำทั้งลุ่มน้ำ”
แทนที่จะไปพูดถึง “เขื่อนเดียว–การตัดสินใจเดียว–คนเดียวต้องรับผิดชอบ”
ผมตอบเขาว่า
การบริหารน้ำไม่ใช่ปุ่ม ON/OFF ในเขื่อนหนึ่งแห่ง แต่เป็นการประสานข้อมูลจากฝนบนฟ้า ปริมาณน้ำที่กำลังเดินทางลงมา ระดับน้ำท้ายเขื่อน พื้นที่รับน้ำในทุ่ง และความปลอดภัยของชุมชนริมแม่น้ำทุกแห่ง
การพร่องน้ำก่อนฤดูฝนจึงต้องมองแบบ “องค์รวม”
เพราะถ้าพร่องมากไป ก็ทำให้ภาคเกษตรเสียหายในหน้าแล้ง
พร่องน้อยไป ก็ต้องเร่งระบายตอนที่น้ำหลากเข้ามาเร็วผิดปกติ
ทุกทางเลือกมีต้นทุนของมัน—ไม่มีใครทำงานง่าย
ผมตั้งใจตอบด้วยโทนที่ “ไม่ขัดแย้ง”
และหวังเต็มที่ว่าเขาจะรู้ว่าเราไม่ได้ปฏิเสธความเดือดร้อนของเขา
เราเพียงอธิบายว่า ผู้จัดการน้ำก็คิดเรื่องนี้อยู่ตลอด
เพียงแต่ต้องคำนึงถึงหลายพื้นที่พร้อมกัน
หลังตอบไป ผมเห็นเขากดหัวใจให้ ผมรู้ได้ทันทีว่า…
การอธิบายด้วยความจริงใจ ไม่ใช่เพื่อเอาชนะ
แต่เพื่อให้เข้าใจร่วมกัน—มันคุ้มค่ามาก
ผมเก็บความรู้สึกนี้ไว้เป็น “บันทึกน้ำท่วมทุ่งปีนี้”
และคิดว่าหลังสถานการณ์ผ่านไป เราคงได้กลับมาคุยกันในฐานะเพื่อน
ไม่ใช่ในฐานะคนเห็นต่าง
น้ำพาเรามาพบกันได้ — ความเข้าใจทำให้เราคุยกันได้นาน
โฆษณา