Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ด.ดล Blog
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
15 พ.ย. 2025 เวลา 12:39 • ธุรกิจ
เสียง “โอ๊ะ-โอ!” ที่หายไป ICQ แอปแชทที่มาก่อนกาล แต่ตายเพราะตามโลกไม่ทัน
ลองจินตนาการถึงช่วงกลางยุค 90 โลกอินเทอร์เน็ตในยุคนั้น แทบไม่เหมือนกับที่เราเห็นในวันนี้ มันคือโลกที่ยังดิบเถื่อน… และเต็มไปด้วยความเป็นไปได้
แอปอย่าง WhatsApp, Skype หรือ Telegram ยังไม่ถือกำเนิด Pavel Durov ผู้สร้าง Telegram เพิ่งจะอายุ 11 ขวบ
การสื่อสารส่วนใหญ่ยังคงยุ่งยาก เราคุยกันผ่าน Forums หรือ Text Chats ที่ต้องใช้ความรู้เทคนิค
ผู้คนเพิ่งเริ่มหัดสร้างเว็บไซต์ของตัวเอง การนั่งปรับฟอนต์บนหน้าเว็บ… นั่นคือสิ่งที่ล้ำหน้าที่สุดแล้ว
มันเหมือนยุคที่มนุษย์เพิ่งจุดไฟได้สำเร็จ ทุกคนต่างตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้น
และทันใดนั้น… ท่ามกลางความเงียบ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา… “โอ๊ะ-โอ!”
ถ้าเป็นเด็กยุคใหม่ ๆ คงไม่เข้าใจ แต่สำหรับคนยุค 90… นี่คือเสียงแห่งในตำนาน
พวกเขาจะรู้ทันทีว่า… มีข้อความเข้า และดอกไม้สีเขียวเล็กๆ ที่เด้งขึ้นมาบนจอ
นี่คือเรื่องราวของ ICQ
ปรากฏการณ์ที่แท้จริงของโลกอินเทอร์เน็ต ที่เล่าเรื่องการ “ผงาดขึ้น” อย่างน่าทึ่ง และการ “ล่มสลาย” ที่เจ็บปวด
ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติครั้งนี้? และทำไม… สุดท้าย ICQ ถึงตายจากไป?
เรื่องราวเริ่มต้นที่ Tel Aviv ประเทศอิสราเอล กลางปี 1996 มีโปรแกรมเมอร์ 4 คน นำโดย Yair Goldfinger พวกเขาทำงานอยู่ที่บริษัทชื่อ ZPA
บริษัทนี้ทำเกี่ยวกับเครื่องมือ 3D Graphics แต่ทำไปทำมา… พวกเขาก็ดันมีความเห็นไม่ตรงกับฝ่ายบริหาร
ผลลัพธ์คือ… โดนไล่ออก… ยกทีม
แทนที่จะแยกย้ายไปหางานใหม่ พวกเขากลับตัดสินใจสร้างผลิตภัณฑ์ของตัวเอง
สตาร์ทอัปที่ชื่อ Miralis จึงถือกำเนิดขึ้น พวกเขาใช้เวลาไม่ถึง 2 เดือน… พัฒนาแอปส่งข้อความง่ายๆ ตัวหนึ่งขึ้นมา
ฟังดูเหมือนจะไปได้สวย แต่พวกเขาก็เจอปัญหาคลาสสิก… “ไม่มีเงินทุน”
จุดนี้เอง… ที่มีผู้ใหญ่ใจดีก้าวเข้ามา เขาคือ Yossi Vardi
Yossi Vardi คือหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Israel Chemicals และที่สำคัญ… เขาเป็นพ่อของหนึ่งในทีมผู้ก่อตั้ง เขาชอบไอเดียนี้มาก จึงมอบเงินทุนหลายแสนดอลลาร์ให้โปรเจกต์นี้
หลายคนอาจเริ่มคิดว่า… “อ๋อ ก็แค่พวกลูกคนรวย พ่อช่วย”
เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นทุกที่ แต่ความสำเร็จของ ICQ ไม่ได้มาจากเงินอย่างเดียว มันมาจาก “ทักษะ” และ “แรงผลักดัน” ของทั้งสี่คน พวกเขาเห็นช่องว่าง… ในยุคที่การสื่อสารยังยากลำบาก
พวกเขาตัดสินใจย้ายไป San Jose รัฐ California เหตุผลน่ะเหรอ? เพราะค่าอินเทอร์เน็ตที่นั่น… ถูกกว่า และพวกเขาตั้งชื่อโปรแกรมนี้ว่า… ICQ ซึ่งมาจากการเล่นคำของวลี “I Seek You” ฉันตามหาคุณ… ชื่อที่บ่งบอกจิตวิญญาณของโปรแกรมได้สมบูรณ์แบบ
1
แล้ว ICQ มัน “ใหม่” ยังไง?
จุดเด่นที่เปลี่ยนโลกคือ… ผู้ใช้สามารถส่งข้อความไปยังคอมพิวเตอร์อีกเครื่องได้แบบ “ทันที” หรือ Instant Messaging
ในยุคที่การแชทมันยุ่งยาก ICQ ทำให้มัน “ง่าย” จนใครๆ ก็ใช้ได้
เมื่อคุณสมัคร… คุณจะได้สิ่งที่เรียกว่า Unique ID Number หรือ UIN มันคือตัวเลขเฉพาะตัวของคุณ
และเจ้า UIN นี่เอง… ที่กลายเป็น “สัญลักษณ์ของสถานะ” มันเหมือนกับการมีป้ายทะเบียนรถเลขสวย ใครที่มี UIN เลขสั้นๆ แค่ 5 หลัก ถือว่าเท่มาก
มีการซื้อขายเลขสวยๆ กัน มีการขโมยบัญชี… เพื่อเอาเลข UIN ก็มี
อีกความเจ๋ง… คือโลโก้ดอกเดซี่สีเขียว กลีบของมันจะเปลี่ยนสี เพื่อบอก “สถานะ” ของเรา Online, Away, Do Not Disturb หรือ Offline
และที่สำคัญที่สุด… มัน “ฟรี” แถมยังทำงานได้ดี แม้บนโมเด็มอินเทอร์เน็ตที่ช้าเต่า
ผลลัพธ์คือ… “มันดังเป็นพลุแตก”
ในสัปดาห์แรก… ICQ ถูกดาวน์โหลดไป 30,000 ครั้ง ตัวเลขนี้อาจจะฟังดูน้อย แต่ในยุค 1996… นี่คือตัวเลขที่มหาศาล
มันคือการตลาดแบบ “ปากต่อปาก” ที่ทรงพลัง ใครที่ได้ลอง… ก็จะรีบไปชวนเพื่อน ชวนครอบครัว มาเล่นด้วย
เพียง 6 เดือนหลังเปิดตัว ICQ มีผู้ใช้งานทะลุ 1 ล้านคน และเติบโตอย่างบ้าคลั่ง
ตัดภาพมาที่ มกราคม 1998 เหล่าผู้สร้าง… ตัดสินใจ “ขาย” บริษัท
บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในยุคนั้น… ต่างต่อแถวกันเข้ามา และผู้ที่ชนะดีลนี้ก็คือ America Online หรือ AOL
AOL ในตอนนั้น… มีแอปแชทของตัวเองชื่อ AIM แต่พวกเขารู้ว่า ICQ คือคู่แข่งที่น่ากลัว เป็นคู่แข่งระดับโลก ที่โตเร็วมาก
AOL ยอมจ่ายเงินถึง 287 ล้านดอลลาร์ บวกกับโบนัสพิเศษต่างๆ ทำให้ดีลนี้… มีมูลค่ารวมสูงถึง 407 ล้านดอลลาร์
นี่คือดีลในตำนาน มันสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการสายเทคฯ ทั้งยุค
มันพิสูจน์ให้เห็นว่า… แม้แต่โปรแกรมเมอร์กลุ่มเล็กๆ ก็สร้างผลิตภัณฑ์ที่บริษัทยักษ์ใหญ่ยอมจ่ายเงินมหาศาลเพื่อซื้อมันได้
พอ AOL ได้ ICQ ไป… สิ่งแรกที่พวกเขาทำคืออะไร? … “ติดโฆษณา”
ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้… พวกเขาต้องเริ่มถอนทุนคืน AOL ผลักดัน ICQ ไปทั่วโลกอย่างจริงจัง
ภายในปี 2001 จำนวนบัญชี ICQ ที่ลงทะเบียน… พุ่งทะลุ 100 ล้านบัญชี มันกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก โลโก้ดอกเดซี่สีเขียว ไปอยู่บนทุกหน้าจอ
แต่… ในช่วงเวลาที่ ICQ อยู่จุดสูงสุดนี่เอง ปัญหาก็เริ่มก่อตัวขึ้นเงียบๆ
อย่างแรก… “คู่แข่ง” ผุดขึ้นมาเต็มไปหมด Microsoft มี MSN Messenger Yahoo ก็มี Yahoo Messenger
แต่ที่ร้ายกว่านั้น… คือคู่แข่ง “ภายในบ้าน” AOL ดันมี AIM ซึ่งเป็นแอปแชทที่ดังมากในอเมริกา
กลายเป็นว่า… ICQ ต้องมาแข่งขันกับ AIM ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในเครือ AOL เหมือนกัน มีการแย่งชิงทรัพยากรกันเองภายใน
อย่างที่สอง… “โลกเปลี่ยนเร็วมาก”
ราวปี 2001… เกิดวิกฤตฟองสบู่ Dot-com แตก การลงทุนในบริษัทอินเทอร์เน็ตดิ่งเหว AOL เองก็กำลังลำบาก
พวกเขาไม่สามารถโฟกัสกับการพัฒนา ICQ ได้เต็มที่ แถม… อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband) ก็เริ่มเข้ามา และ Social Networks ยุคแรกๆ ก็เริ่มเกิด
คนรุ่นใหม่… เริ่มมองว่า ICQ มัน “เก่า”
จุดเปลี่ยนสำคัญ… คือการมาของ Skype ในปี 2003 Skype ทำในสิ่งที่ ICQ ทำไม่ได้ นั่นคือการ “โทรฟรี” ผ่านอินเทอร์เน็ต
ICQ ที่เคยเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม… ตอนนี้ไม่มีอะไรไปสู้เลย
ปี 2005… ICQ ฉลองผู้ใช้งานครบ 500 ล้านคน ฟังดูยิ่งใหญ่ แต่มันเป็นชัยชนะที่น่ากังขา
เพราะในความเป็นจริง… ICQ มัน “ลบบัญชีไม่ได้” ใน 500 ล้านบัญชีนั้นมี “บัญชีร้าง” อยู่เต็มไปหมด
และแล้ว… “จุดตาย” ที่แท้จริงก็มาถึง
“สมาร์ทโฟน”
ราวปี 2009 หรือ 2010… แอปอย่าง WhatsApp และ Viber เริ่มได้รับความนิยม
นวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขาคืออะไร?
คือการใช้ “เบอร์โทรศัพท์” แทน ID มันคือการดึงรายชื่อเพื่อนทั้งสมุดโทรศัพท์… มาอยู่ในแอปทันที
ในวินาทีนั้น… ไอ้เจ้าเลข UIN… ที่เคยเป็น “จุดแข็ง” และ “สัญลักษณ์” ของ ICQ ก็กลายเป็น “ภาระ” และ “จุดอ่อน” ที่ใหญ่ที่สุดในทันที
ทำไมฉันต้องไปจำตัวเลขสุ่มๆ ของเพื่อน… เพื่อแอปแอปเดียว? ในเมื่อฉันแค่จำเบอร์โทรก็หาเพื่อนเจอได้ทุกที่
ICQ พยายามปรับตัวนะครับ… พวกเขาออกเวอร์ชันมือถือในปี 2009
แต่… มันสายเกินไปแล้ว และฟีเจอร์ที่ออกมาก็ตามหลังคู่แข่งอยู่หลายขุม
มันเหมือนคุณเป็นแชมป์วิ่ง 100 เมตร คุณมัวแต่ฉลองชัยชนะ… จนลืมไปว่าคู่แข่งเขากำลังซ้อมวิ่งมาราธอน แล้วจู่ๆ… กติกาการแข่งขันก็เปลี่ยนเป็นวิ่งมาราธอน
คุณก็แพ้ทันที
AOL ก็ไม่เอาแล้ว… พวกเขาตัดสินใจ “ขายทิ้ง” สินทรัพย์ที่กำลังเสื่อมค่านี้
ในปี 2010… ICQ ได้เจ้าของใหม่ นั่นคือบริษัทลงทุนสัญชาติรัสเซีย… Digital Sky Technologies ซึ่งต่อมาก็กลายร่างเป็น Mail .ru Group หรือ VK Group ในปัจจุบัน
ราคาที่ซื้อไป… 187 ล้านดอลลาร์ น้อยกว่า “ครึ่งหนึ่ง” ของที่ AOL เคยจ่ายไปเมื่อ 12 ปีก่อน
คำถามคือ… พอมาอยู่กับเจ้าของใหม่ชาวรัสเซียมันดีขึ้นไหม?
คำตอบที่ชัดเจนคือ… “ไม่เลย”
พวกเขาพยายามแล้ว… พยายามชุบชีวิตมันขึ้นมา Mail .ru พยายามอัปเดตแอป เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ
ปี 2011… เพิ่มการโทรด้วยเสียง ปี 2014… เพิ่มวิดีโอแชท ปี 2017… เพิ่มการโทรกลุ่ม
แต่ปัญหาเดิมก็กลับมา… สิ่งที่ “ใหม่” สำหรับ ICQ มัน “เก่า” มากสำหรับโลกอินเทอร์เน็ต
มันคือการวิ่งไล่ตามคู่แข่ง… แบบหอบๆ คุณภาพเสียง คุณภาพวิดีโอ ก็งั้นๆ แถมการตลาดก็ไม่ทำ ไม่มีใครรู้หรอกว่ามันอัปเดต
ในปี 2017… ผู้ใช้งานรายเดือนทั่วโลกลดเหลือแค่ 11 ล้านคน ในขณะที่ WhatsApp กับ Telegram กำลังครองโลก มีผู้ใช้เป็นพันล้านคน
ความพยายามเฮือกสุดท้าย… เกิดขึ้นในปี 2020 ช่วงที่โควิดระบาด และการสื่อสารออนไลน์บูมสุดๆ
พวกเขาทำการรีแบรนด์ครั้งใหญ่… ในชื่อ “ICQ New” เพิ่มฟีเจอร์ถอดเสียงข้อความ เพิ่ม AR masks
มันน่าจะเป็นสวรรค์สำหรับคน Work From Home แต่… Zoom เอาไปกินหมดแล้ว
ในช่วงที่ Zoom กลายเป็นแอปสามัญประจำเครื่อง ICQ New กลับไม่มีใครสนใจ
ตัวเลขในรัสเซีย… ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสุดท้าย เหลือผู้ใช้แค่ 4 แสนกว่าคน เทียบกับ WhatsApp ที่มี 2 พันล้าน ห่างกันแบบสุดขั้ว
สุดท้าย… Mail .ru (หรือ VK) ก็ตัดสินใจโฟกัสกับบริการของตัวเอง นั่นคือ VK Messenger
ICQ หายไปจาก App Store และ Google Play…
และแล้ว… วันที่ 26 มิถุนายน 2024 ICQ ก็ปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ ปิดบริการถาวร
ปิดฉาก 28 ปี… ของยุคสมัย ICQ ได้จากไป ทิ้งไว้เพียง “ความคิดถึง” ของผู้ใช้หลายล้านคน
มีเรื่องน่าสนใจอย่างหนึ่ง… ICQ กลับเป็นโปรแกรมที่ “อายุยืน” ที่สุด เมื่อเทียบกับคู่แข่งในยุคเดียวกัน
AIM ปิดตัวปี 2017 MSN Messenger ปิดตัวปี 2014 Yahoo Messenger ปิดตัวปี 2018
ICQ อยู่รอดนานกว่าพวกเขา… แต่ 10 ปีสุดท้ายนั้น มันเหมือน “การตายอย่างช้าๆ” มากกว่า
ICQ ใช้ชีวิตอย่างสดใส จากการเป็น “นักนวัตกรรม” ผู้บุกเบิก… ที่เปลี่ยนวิธีการสื่อสารออนไลน์ของเราไปตลอดกาล ไปสู่การเป็น “คนแก่” … ที่ค่อยๆ จางหายไป… และไม่มีใครต้องการ
ต้องบอกว่า ICQ คือบทเรียนที่สมบูรณ์แบบ ที่แสดงให้เห็นว่าโลกเทคโนโลยีมัน “เร็ว” แค่ไหน
มันสอนว่า “ความเร็ว” และ “ความยืดหยุ่น” ในการปรับตัว… คือสิ่งสำคัญที่สุด
มันชี้ให้เห็นว่าชื่อเสียงและความสำเร็จ… มันอยู่ไม่นาน
คุณไม่สามารถ “ชะล่าใจ” ได้… แม้แต่วินาทีเดียว แม้ว่าคุณจะเป็นที่หนึ่งในวันนี้
คุณต้องคอยถามตัวเองอยู่เสมอ… “ตอนนี้… ฉันคือผู้กำหนดเทรนด์… หรือฉันกำลังวิ่งไล่ตามคนอื่นอยู่?”
เพราะถ้าคุณตื่นขึ้นมาสายเกินไป… เมื่อทุกอย่างมันจบลง
คู่แข่งของคุณ… ก็จะนำหน้าคุณไปไกลแล้ว และสิ่งเดียวที่คุณจะเหลือ ก็คือการนั่งเสียน้ำตา ให้กับโปรเจกตที่ “เคย” ประสบความสำเร็จเท่านั้นเอง
1
References : [wikipedia, techcrunch, wired, arstechnica, theverge]
◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢
The original article appeared here
https://www.tharadhol.com/icq-the-chat-app-that-came-before-its-time/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย -->
https://lin.ee/aMEkyNA
รวม Blog Post ที่มีผู้อ่านมากที่สุด
คลิกเลย -->
https://www.blockdit.com/articles/5cda56f1e5eac0101e278c73
——————————————–
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
Website :
www.tharadhol.com
Blockdit :
www.blockdit.com/tharadhol.blog
Fanpage :
www.facebook.com/tharadhol.blog
Twitter :
www.twitter.com/tharadhol
Instragram :
instragram.com/tharadhol
TikTok :
tiktok.com/@geek.forever
Youtube :
www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin :
www.linkedin.com/in/tharadhol
ธุรกิจ
เทคโนโลยี
ประวัติศาสตร์
บันทึก
10
10
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย