Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
นิสิตเขียน
•
ติดตาม
19 พ.ย. 2025 เวลา 12:36 • การเมือง
26 ปี อาเซียนไม่ร่วมใจ เมื่อไทยรบกัมพูชา สะท้อนความอ่อนแอของอาเซียน
นับตั้งแต่ปี 1999 (2542) ถึงปัจจุบัน กว่า 26 ปี ภายหลังที่กัมพูชาเข้าร่วมอาเซียน (ASEAN) เป็นชาติลำดับที่ 10 เมื่อปี 1999 (2542) ความสัมพันธ์ระหว่างชาติสมาชิกในสมาคมอย่าง "ไทย" กับ "กัมพูชา" มีทั้งราบรื่นและขัดแย้ง ทั้งเรื่องเล็กน้อย ไปจนถึงเรื่องใหญ่ระดับที่ชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ ต้องเข้ามายุ่งเกี่ยว สะท้อนให้เห็น "ความเบาะบาง" ของสมาคมอาเซียนอย่างปฏิเสธไม่ได้
เมื่อกลางปี 2025 (2568) ที่ผ่านมา เกิดความขัดแย้งระดับนานาชาติขึ้นระหว่างไทยกับกัมพูชา บริเวณแนวชายแดน ทหารทั้งสองฝ่ายโจมตีกันและกันอย่างดุเดือดด้วยอาวุธจริง บ้านเรือน สถานที่ราชการ โรงเรียน โรงพยาบาลเสียหาย ผู้คนทั้งสองแนวชายแดนต้องอพยพ
รวมถึงคนไทยในกัมพูชาก็แห่กลับไทย คนกัมพูชาในไทยก็แห่กลับบ้านเกิด ในโซเชียลมีเดียต่างโจมตีกันและกันอย่างเผ็ดร้อน มีการปล่อยข่าวสารทั้งจริงและเท็จโจมตีฝ่ายตรงข้ามอย่างมาก ฝ่ายไทยปิดด่าน ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตและการค้าระหว่างกัน
ข้อพิพาทนี้ ย้อนกลับไปได้ถึงในช่วงเดือนมิถุนายน 1962 (2505) ที่ศาลโลกตัดสินให้ "ปราสาทเขาพระวิหาร" ตกเป็นของกัมพูชา อีกทั้งในเดือนกรกฏาคม 2008 (2551) UNESCO ประกาศรับรองให้ปราสาทเขาพระวิหารของกัมพูชาเป็นมรดกโลก สร้างความไม่พอใจให้กับฝ่ายไทย ที่มองว่าปราสาทเขาพระวิหารควรเป็นของไทย คนไทยจำนวนไม่น้อยไม่ยอมรับคำตัดสินศาลโลก
อีกทั้ง บริเวณรอบปราสาทเขาพระวิหาร พื้นที่ประมาณ 4.6 ตารางกิโลเมตร ก็ยังคลุมเครือว่าเป็นของชาติใดเพราะศาลโลกมิได้วินิจฉัยในประเด็นนี้ จึงมีฝ่ายความมั่นคงและผู้คนของทั้งสองชาติเข้าไปตั้งถิ่นฐานกัน แม้ศาลโลกจะกำหนดให้เป็นเขตปลอดทหารมาตั้งแต่ปี 2008 (2551) ก็ตาม
ชาวไทยจำนวนหนึ่งรวมตัวประท้วง เมื่อปี 2008 ภาพจาก MGR Online
ความขัดแย้งตามแนวชายแดนปรากฏเด่นชัดมาตั้งแต่ 2008 (2551) เนื่องจากรัฐบาลไทยขาดความเข้มแข็งในการเจรจาหาข้อยุติ มีการใช้อาวุธทางทหารโจมตีฝ่ายตรงข้ามเป็นระยะๆ
และยิ่งดุเดือนมากขึ้นไปอีก เมื่อช่วงปี 2009 (2552) ทางกัมพูชาแต่งตั้ง "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยเป็นที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจยิ่งทำให้ความขัดแย้งในช่วงนี้ร้อนแรงมากขึ้น จนถึงขั้นต่างฝ่ายต่างเรียกตัวทูตกลับประเทศของตน ฝ่ายไทยก็ยกเลิกความตกลงข้อพิพาทชายแดน "MOU44" ที่ทำขึ้นในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เพราะเกรงว่าจะเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
แม้ในช่วงกรกฎาคมในปีนี้ มาเลเซียเปิดบ้านให้ฝ่ายไทยกับกัมพูชาเจรจากัน โดยมีข้อยุติว่าทั้งสองฝ่ายต้องหยุดยิงและหารือร่วมกันตามกลไก JBC อีกทั้งสหรัฐฯ ในฐานะชาติมหาอำนาจก็อยู่ในวงการเจรจานี้ด้วย
แต่กระนั้นแล้ว เมื่อบริเวณชายแดนยังไม่สงบ รัฐบาลอนุทิน ชาญวีระกูลจึงทำการฉีกข้อตกลงดังกล่าวลงไป จนทำให้ทางสหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการขอระงับการเจรจาภาษีเอาไว้ชั่วคราว
เมื่อเป็นเช่นนี้ รัฐบาลไทยจึงมีโจทย์ยากอีกข้อเพิ่มขึ้นมาอีก เพราะสหรัฐอเมริกา เป็นคู่ค้าสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้ ซึ่งไทยส่งออกไปสหรัฐฯ สูงถึง 57,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยนับเป็นคู่ค้าที่เกินดุลกับสหรัฐฯ ในปี 2024 (2567)
นับแต่ปี 1962 (2505) จนถึงปัจจุบัน กว่า 63 ปี ไทยกับกัมพูชายังไม่สามารถหาทางออกร่วมกันในประเด็นข้อพิพาทชายแดนได้เลย เพราะแต่ละฝ่ายต่างยึดมั่นในผลประโยชน์แห่งชาติทั้งสิ้น อย่างในสมัยรัฐบาลอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ รัฐบาลไทยต้องการเจรจาแบบทวิภาคี ปฏิเสธให้ "อินโดนีเซีย" ซึ่งในขณะนั้นเป็นประเทศประธานอาเซียนเข้ามาเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ย
เหตุผลหนึ่งที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ปฏิเสธตัวกลางในการเจรจา คือ อาเซียนมีธรรมเนียม "ไม่แทรกแซงกิจการภายในของกัน (Non-interference)" ซึ่งเป็นหลักการที่ช่วยให้ความขัดแย้งระหว่างชาติสมาชิกไม่ขยายวงกว้างมากขึ้น แต่ก็ทำให้องค์กรอาเซียนถูกมองว่าไร้ประสิทธิภาพในความร่วมมือระหว่างประเทศ เพราะชาติสมาชิกสามารถ "นิ่งเฉย" ต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในภูมิภาคของตนได้
ดังสะท้อนได้จากบทเรียนอื่นๆ ที่อาเซียนไม่สามารถร่วมกันแก้ปัญหาโรฮิงญาที่ถูกขับไล่ จนอพยพเร่ร่อน ปัญหาหมอกควันพิษจากอินโดนีเซียที่กระทบเพื่อนบ้านมาเลเซียและสิงคโปร์ ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทะเลจีนใต้ของเวียดนาม ฟิลิปปินส์ ปัญหาวิกฤตแม่น้ำโขง ปัญหาสิทธิมนุษยชนในเมียนมาหลังการรัฐประหารครั้งล่าสุด หรือปัญหาภูมิรัฐศาสตร์จีนกับสหรัฐฯ เป็นต้น
ฝ่ายกัมพูชาก็หวังพึ่งพิงองค์กรระหว่างประเทศอื่น ที่มิใช่อาเซียนมาโดยตลอด อย่างการฟ้องศาลโลกเรื่องปราสาทเขาพระวิหารซ้ำอีกครั้งเมื่อปี 2011 (2554) และในปีเดียวกันนี้ กัมพูชาร้องเรียนไปยังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ให้เข้ามาช่วยระงับข้อพิพาทที่มีการปะทะอย่างรุนแรงบริเวณชายแดน
สะท้อนให้เห็นว่าทั้งไทยและกัมพูชา ไม่เชื่อมั่นในกลไลของอาเซียน ซึ่งเป็นองค์กรที่ตนเป็นสมาชิกอยู่ อันแสดงให้เห็นว่าองค์กรอาเซียนขาดความไว้วางใจของชาติสมาชิกไปแล้วที่พวกเขาหวังจะพึ่งพิงช่วยหาทางออกในข้อพิพาทนี้ อาเซียนอาจเป็นแค่องค์กรที่ไม่ได้สำคัญไปแล้วสำหรับผู้นำทั้งสองประเทศ ฝ่ายหนึ่งก็ต้องการเจรจาระดับทวิภาค ในขณะที่อีกฝ่ายกลับต้องการมือที่ 3 ที่มิใช่อาเซียนช่วยไกล่เกลี่ย
และแม้ในปี 2025 (2568) ทั้งสองฝ่ายจะยอมให้มาเลเซียและสหรัฐฯ เป็นคนกลางในการเจรจา แต่สุดท้ายรัฐบาลอนุทิน ของไทยก็เลือกที่จะไม่ปฏิบัติตามเพราะความรุนแรงที่ชายแดนยังคงมีอยู่ และรัฐบาลไทยเองก็พร้อมที่จะปกป้องพลเรือนของไทยเป็นสำคัญกว่ารักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ไทยกับกัมพูชาลงนามข้อตกลงสันติภาพในเวทีที่มาเลเซียเป็นเจ้าภาพ เมื่อปี 2025 ภาพจาก BBC news ไทย
ความขัดแย้งไทยกับกัมพูชาจากข้างต้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งของตัวอย่างความไม่สามัคคีกันของชาติสมาชิกอาเซียน แม้อาเซียนจะเป็นองค์กรที่มีเจตนาที่จะสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันในภูมิภาค เกื้อกูลกันทั้งทางเศรษฐกิจ การเงิน ทรัพยากรมนุษย์ และทรัพยากรธรรมชาติ มีแบบอย่างการรวมตัวจากสหภาพยุโรป และเป็นภูมิภาคที่ทั่วโลกให้ความสำคัญในฐานะภูมิภาคที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดี และเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจโลกก็ตาม
ความขัดแย้งจะยังคงมีอยู่ และอาจเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำไป ตราบใดที่อาเซียนไม่จริงใจในการร่วมมือกันแก้ปัญหา ไม่เปิดกว้างในการรับฟังความคิด ความเห็นจากหลายๆ ภาคส่วน ไม่เอาผลประโยชน์ของสมาคมเป็นที่ตั้ง มากกว่าผลประโยชน์ของชาติสมาชิก ตราบนั้นคำว่า "สามัคคี" คงยากจะเกิดขึ้นในอาเซียน
นิสิตเขียน
นัฏฐพงศ์ ประทุมทอง
19 พฤศจิกายน 2025
อ้างอิง
(1) จิตติภัทร พูนขำ เรื่อง "มหาอำนาจกับสถาปัตยกรรมความมั่นคงในเอเชีย-แปซิฟิก: ข้อถกเถียงเชิงทฤษฎี และกรณีศึกษาทะเลจีนใต้" (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2017)
(2) ธีรภัทร ชัยพิพัฒน์ เรื่อง "การเมืองการปกครองกลุ่มประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง ยุคอาณานิคมถึงปัจจุบัน" (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2020)
(3) ประชาชาติธุรกิจ เรื่อง "ทรัมป์ระงับเจรจาภาษีกับไทย ปมยุติข้อตกลงสันติภาพกัมพูชา ย้ำจุดต่างกรุงเทพฯ-วอชิงตัน" (ประชาชาติธุรกิจ, พฤศจิกายน 2025)
(4) ภิญญ์ ศิรประภาศิริ เรื่อง "กรณีความมั่นคงและพลวัตเชิงอำนาจในกัมพูชาและความสัมพันธ์ไทยกับกัมพูชา" (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2017)
(5) ศุภกาญจน์ พงศ์ยี่หล้า เรื่อง "ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้สมัยใหม่" (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2016)
(6) BBC News ไทย เรื่อง "ไทย-กัมพูชา ลงนามในถ้อยแถลงร่วมที่มาเลเซีย ทรัมป์เป็นสักขีพยาน ยกเป็นข้อตกลงสันติภาพ" (BBC News ไทย, ตุลาคม 2025)
(7) MGR online เรื่อง "ชาวไทยบุกตะโกนขับไล่เขมรเชิงเขาพระวิหาร ร้องเพลงชาติ เราสู้กระหึ่มชายแดน" (MGR Online, มิถุนายน 2008)
(8) The Standard เรื่อง "ย้อนเหตุการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา จากปี 2554-2568" (The Standard, กรกฎาคม 2025)
ประวัติศาสตร์
การเมือง
ข่าวรอบโลก
บันทึก
3
1
3
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย