20 พ.ย. 2025 เวลา 12:09 • สิ่งแวดล้อม
อำเภอ ผักไห่

⭐ ตอนที่ 2/3 — ถ้าจะตัดสินใจเรื่องเขื่อนในแม่น้ำยม เราต้องมองด้วยแว่นตา FBC–SEA ก่อน

หัวข้อครอบคลุม:
(4) วิธีคิดด้วยกรอบ FBC–SEA
(5) การวิเคราะห์โครงสร้าง–ระบบนิเวศ–สังคม
(6) เปรียบเทียบ Scenario S0–S1–S2–S3
ตอนที่ 2 — FBC–SEA: วิธีคิดที่ทำให้เรา “เห็นทั้งลุ่มน้ำ” ไม่ใช่เห็นแค่ปากเขื่อน
เวลาจะพิจารณาว่าควรสร้างเขื่อนในลุ่มน้ำยมไหม ผมไม่เลือกเริ่มจาก “จำนวนคิวที่กักได้” หรือ “ความจุอ่าง” เหตุผลเดียว เพราะนั่นเป็นการมองที่ตัวเขื่อน แต่ยังไม่ได้มองที่ “ระบบน้ำทั้งหมด” ซึ่งมีป่าต้นน้ำ พื้นที่ชลประทาน ทุ่งรับน้ำ เมือง และชุมชนล่างรอรับผล
ผมจึงใช้กรอบ F1–F6 (Function-Based Clusters) ดังนี้
F1 ป่าต้นน้ำ – ปิง–วัง–ยม–น่าน ต่างเป็นต้นกำเนิดน้ำและตะกอน
F2 พื้นที่เกษตร–ชลประทาน – ผู้ใช้น้ำรายใหญ่ของทุ่งภาคกลาง
F3 ทุ่งรับน้ำ–แก้มลิงธรรมชาติ เช่น ทุ่งบางระกำ ทุ่งเจ้าพระยา
F4 เมือง–อุตสาหกรรม – กรุงเทพฯ นครสวรรค์ อยุธยา
F5 โครงสร้างหลัก – เขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อย ป่าสัก และประตูน้ำ
F6 ชุมชนเปราะบาง – บ้านริมตลิ่ง ชุมชนทุ่งน้ำหลาก
จากนั้นผมจึงนำทั้ง 6 คลัสเตอร์ไปผ่านกระบวนการ SEA คือ
วิเคราะห์ผลกระทบเชิงสิ่งแวดล้อม–น้ำ–เศรษฐกิจ–สังคม–ตะกอน–ความเสี่ยงในอนาคต
โดยใช้การจำลองสถานการณ์ 3–4 แบบ เช่น
Scenario 0 — ไม่มีเขื่อนใหม่ แต่ปรับมาตรการนุ่มนวล
เพิ่มการฟื้นทุ่ง รับน้ำหลาก และบริหารจัดการร่วมปิง–วัง–น่าน
Scenario 1 — มีเขื่อนใหญ่ในลุ่มน้ำยม
ประเมินว่าเขื่อนช่วยลด peak flood ในยมตอนล่างเท่าไร
และผลสะสมต่อ C.2, ปากเจ้าพระยา, และปิง–น่านเป็นอย่างไร
Scenario 2 — มาตรการทางเลือกแบบกระจาย (Distributed Solutions)
แก้มลิง–ทุ่ง–อ่างกลาง–ฝายชะลอน้ำ–ฟื้นระบบนิเวศ
Scenario 3 — แบบผสม (Hybrid Portfolio)
ใช้ทั้งโครงสร้าง–พื้นที่รับน้ำ–กติกาน้ำ–จัดการพื้นที่เสี่ยงร่วมกัน
ผลที่ผมพบคือ: การถามว่า “เอาเขื่อนหรือไม่เอาเขื่อน” ไม่เคยเพียงพอ
สิ่งที่ควรถามจริง ๆ คือ
“เขื่อนหนึ่งเขื่อน ทำให้ระบบน้ำทั้งลุ่มน้ำดีขึ้นหรือซับซ้อนกว่าเดิม?”
“คนที่ได้–เสียคือใคร?”
“ทางเลือกอื่นช่วยลดความเสี่ยงได้เทียบเท่าหรือไม่?”
ในหลายปีที่ผมทำงานกับลุ่มน้ำและดูการจำลองสถานการณ์ พบว่า
ในลำน้ำยมตอนบน–กลาง เขื่อนอาจลดพีคได้
แต่เมื่อไหลถึงจุดรวม (C.2) ประโยชน์ลดลงเพราะปิง–น่านยังเป็นตัวหลัก
การสร้างเขื่อนอาจเพิ่มความซับซ้อนของการควบคุมระบบเจ้าพระยา
หากไม่ออกแบบกติกาใหม่ให้สอดคล้องทั้งลุ่มน้ำ ผลลัพธ์อาจไม่คุ้มทุน
ผมจึงเห็นว่า การวิเคราะห์ด้วย FBC–SEA จะช่วยให้เห็น “องค์รวม” ของระบบน้ำ ก่อนที่จะไปถกกันในระดับโครงการ
ในตอนถัดไป ผมจะเล่าว่า หากเราทำ SEA–FBC อย่างเป็นระบบจริง ๆ เราจะได้ผลลัพธ์อะไรกลับมาบ้าง และนำไปใช้ตัดสินใจอย่างไรครับ
โฆษณา