แล้ว 4E Framework มีรายละเอียดอย่างไร ? MarketThink จะอธิบายให้อ่านกันในโพสต์นี้
- 4E Framework เป็นทฤษฎีการตลาดแบบใหม่ ที่คิดค้นขึ้นโดยคุณ Daniel Langer ซึ่งเป็น CEO ของ Equite บริษัทด้านการตลาดสำหรับแบรนด์หรู เพื่อเป็นกลยุทธ์การตลาดที่เหมาะกับแบรนด์หรูโดยเฉพาะ
เมื่อเป็นกลยุทธ์การตลาดสำหรับแบรนด์หรู ทำให้หลายคนมองว่า 4E Framework ดูไกลตัว และนำมาปรับใช้ได้ยาก
แต่จริง ๆ แล้ว 4E Framework สามารถใช้เป็นกลยุทธ์การตลาด ที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า บริการ หรือแม้แต่ตัวแบรนด์เองได้
โดยที่ 4E Framework มีทั้งหมด 4 องค์ประกอบ ได้แก่
1. E - Emotion (อารมณ์และความรู้สึก)
องค์ประกอบแรกของการตลาดตามนิยามของ 4E Framework ก็คือ การสร้างอารมณ์ และความรู้สึกร่วม ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า
- ตัวอย่างเช่น Apple เป็นแบรนด์ที่สร้างภาพลักษณ์ให้คอมพิวเตอร์ Mac เชื่อมโยงกับการทำงานทางด้านการออกแบบ และความคิดสร้างสรรค์
ทำให้เราจึงเห็นคนที่ทำงานด้านนี้ ทั้งงานด้านการตัดต่อภาพยนตร์ การออกแบบกราฟิก หรือแม้แต่นักแต่งเพลง ก็ต่างใช้คอมพิวเตอร์ Mac แทบทั้งสิ้น
รวมถึง Apple เอง ก็ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า การใช้สินค้าของ Apple จะทำให้ลูกค้ากลายเป็นคนทันสมัย มีรสนิยมดี ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการตัดสินใจด้วยอารมณ์และความรู้สึก มากกว่าเหตุผล
4. E - Exclusivity (การสร้างความแตกต่าง ไม่เหมือนใคร)
และในองค์ประกอบสุดท้ายของ 4E Framework ก็คือ การสร้าง Exclusivity หรือความแตกต่าง ที่ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้ เพื่อทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าตัวเองมีความพิเศษ ไม่เหมือนใคร
ซึ่งวิธีการที่จะสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ได้อย่างชัดเจนที่สุด ก็คือ การออกแบบสินค้าหรือบริการให้มี Unique Selling Point หรือ Point of Difference ที่คู่แข่งไม่มี และไม่สามารถทำเลียนแบบได้ง่าย ๆ
- ตัวอย่างเช่น Apple เป็นแบรนด์ที่มี Ecosystem ของตัวเอง เป็น Unique Selling Point ที่แบรนด์อื่นเลียนแบบแทบไม่ได้เลย
เพราะลูกค้าของ Apple สามารถใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ของ Apple ร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ เกิดเป็นความสะดวกสบาย จนลูกค้าไม่อยากออกจาก Ecosystem ของ Apple เพราะมี Switching Cost สูงมาก