Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
“วันละเรื่องสองเรื่อง”
•
ติดตาม
29 พ.ย. 2025 เวลา 02:27 • ธุรกิจ
📉 “Change ที่ถูกที่สุด” คือการเปลี่ยนที่ “หัวหน้า”
ทำไมงบอบรมหลักล้านถึงละลายทันทีที่พนักงานเดินกลับไปเจอหัวหน้าคนเดิม?
💥 กับดัก “ส่งลูกน้องไปเรียน แต่หัวหน้านั่งรอผลลัพธ์”
องค์กรไทยจำนวนมากประกาศว่าจะเปลี่ยนแปลง ลงทุนกับหลักสูตรระดับโลก ส่งพนักงานไปเข้าอบรม Agile, Design Thinking, Data Analytics, Digital Leadership หรือคอร์สจากสถาบันดัง เป็นต้น หวังให้กลับมาช่วยขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต
แต่ความเป็นจริงที่เกิดซ้ำคือ หลังจากอบรมเสร็จ พนักงานกลับมาพร้อมไฟ ความคิดใหม่ และเครื่องมือที่อยากทดลองใช้ ทว่าไฟนั้นกลับค่อยๆ มอดลงเมื่อเจอ “หัวหน้าคนเดิม” ผู้ที่ยังคงบริหารด้วยแนวคิดเดิม เช่น
* บริหารงานจากบน “หอคอยงาช้าง” หรือ “ใช้วิธีการเดิม” โดยไม่แตะงานจริง
* ตั้งคำถาม ROI ตั้งแต่นาทีแรก ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มทดลอง
* ยึดขั้นตอนอนุมัติซับซ้อน ทำอะไรก็ติดลูปอนุมัติ
* กลัวความเสี่ยงมากจนไม่ให้ทีมลองอะไรใหม่ เป็นต้น
เมื่อของใหม่ต้องเดินผ่านประตูความคิดเก่า ไอเดียก็ถูกบีบให้เล็กลงจนแทบไม่เหลือ “ความใหม่” อยู่เลย และสุดท้ายพนักงานที่ตั้งใจดี กลับรู้สึกว่าความพยายามของตัวเอง “ถูกทำให้ไร้ค่า”
ผลลัพธ์ไม่ใช่แค่ไม่เกิด แต่คือความหมดไฟ ความรู้สึกไม่เป็นเจ้าของงาน และการสูญเสียคนเก่งแบบเงียบๆ
====
🏛️ ทำไม “หัวหน้า” คือคอขวดที่แพงที่สุด?
งานวิจัยจาก Gallup ระบุว่า กว่า 70% ของระดับ Engagement ของพนักงาน ขึ้นกับคุณภาพหัวหน้าโดยตรง ซึ่งสะท้อนชัดเจนว่า “หัวหน้า” คือผู้กำหนดประสบการณ์การทำงานทั้งหมดของคนในทีม
ต่อให้คุณลงทุนอบรมพนักงานเป็นล้าน แต่ถ้าหัวหน้ายังคงพฤติกรรมเดิมๆ เช่น ไม่ฟัง ไม่เปิดใจ ไม่ให้โอกาสลองผิด ลังเลตัดสินใจ หรือจัดการด้วยความกลัว เป็นต้น
“ความเก่งของลูกน้องก็จะถูกล็อกไว้ใต้ฝาเดิม”
นี่คือเหตุผลว่า ทำไมการพยายามเปลี่ยนองค์กรแบบ Bottom-up โดยที่ข้างบนยังไม่เปลี่ยน คือการลงทุนที่ “คุ้มค่าน้อยที่สุด” และสร้างความเสียหายมากที่สุด เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นคือ
* เครื่องมือใหม่ถูกดันกลับไปใช้แบบเดิม
* วัฒนธรรมใหม่สูญสลายก่อนเกิดผล
* โปรเจกต์สำคัญต้องหยุดรอ “อนุมัติ” จนหมด momentum
* พนักงานที่มีแรงบันดาลใจหมดพลังอย่างรวดเร็ว
มันเหมือนคุณติดเครื่องยนต์ Ferrari สุดแรง แต่ปล่อยให้คนขับเหยียบเบรกค้างไว้ สุดท้ายเครื่องยนต์ร้อนจนพัง และคนขับยังโทษเครื่องยนต์ว่าทำงานไม่ได้อีก
====
🧬 หลักการ Change ที่ใช้ต้นทุนน้อยที่สุด แต่ให้ผลคุ้มค่าที่สุด
หากมองการเปลี่ยนแปลงด้วยหลักเศรษฐศาสตร์ “จุดที่คุ้มค่าที่สุดต่อการลงทุน” คือการเริ่มที่หัวหน้า เพราะหัวหน้าหนึ่งคนส่งผลต่อคนอีกหลายสิบชีวิตโดยตรง
1) เปลี่ยน Mindset หัวหน้า = เปลี่ยนพฤติกรรมทั้งระบบ
หัวหน้าหนึ่งคนคุม 10–50 คน การที่หัวหน้าเปลี่ยนวิธีคิดเพียงเล็กน้อย สามารถสร้างผลกระทบระดับองค์กรได้ เช่น
* หัวหน้าให้ทีมทดลองก่อนค่อยวัดผล → ทีมกล้าคิด กล้าทำ
* หัวหน้าลดขั้นตอน → ความเร็วในการทำงานเพิ่ม
* หัวหน้าฟังมากขึ้น → ทีมรู้สึกมีคุณค่าและอยากร่วมมือ
เมื่อกติกาเปลี่ยน วัฒนธรรมก็เปลี่ยนตามโดยอัตโนมัติแบบไม่ต้องอบรมทุกคนทั้งองค์กร
2) เปลี่ยนตัวหัวหน้า (เมื่อจำเป็น) = การรักษาองค์กรในระยะยาว
บางกรณี หัวหน้ามีความรู้ ความสามารถ แต่ไม่พร้อมเปลี่ยนแนวคิด ไม่ยอมรับการทำงานรูปแบบใหม่ หรือสร้างสภาพแวดล้อมเชิงลบ การตัดสินใจเปลี่ยนผู้นำ แม้จะเจ็บปวด แต่เป็นการ “ตัดเนื้อร้ายเพื่อรักษาชีวิต” ขององค์กรในระยะยาว
เพราะหัวหน้าที่ไม่เปลี่ยนไม่ได้แค่ทำให้โปรเจกต์ใหม่ล้มเหลว แต่ยัง “ผลักคนเก่งออกจากองค์กร” แบบไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงยิ่งกว่าเงินอบรมหลายสิบล้าน
====
✨ ผู้นำต้อง “ลงจากหอคอย” ก่อนจะหวังให้คนอื่นเปลี่ยน
Transformation ไม่ใช่งานของ HR และไม่ใช่ความรับผิดชอบของพนักงานระดับล่าง แต่มันคือ “หน้าที่ของหัวหน้าและผู้นำโดยตรง”
ผู้นำยุคใหม่ต้องเริ่มจากตัวเองก่อน
* ลงมาดูงานจริง รู้ว่าปัญหาเกิดตรงไหน
* พูดคุยกับทีมอย่างจริงใจ ไม่ใช่สั่งจากมุมสูง
* เปิดพื้นที่ให้คนเก่งแสดงศักยภาพ
* ยอมรับว่า “บางครั้งตัวเราเองคืออุปสรรคใหญ่ที่สุดของทีม”
* เปลี่ยนจากการควบคุม → เป็นการสนับสนุน
* เปลี่ยนจากการสั่ง → เป็นการตั้งคำถาม/ชี้แนะไม่ชี้นำ
เมื่อหัวหน้ายอมเปลี่ยนก่อน ทีมถึงจะกล้าเปลี่ยนตามอย่างมั่นใจ และองค์กรถึงจะเดินหน้าไปข้างหน้าได้จริง
====
🔚 ดังนั้น องค์กรที่เปลี่ยนได้จริง เริ่มจาก “หัวหน้า” ก่อนเสมอ
องค์กรจำนวนมากทุ่มเงินไปกับการอบรม แต่ผลลัพธ์กลับไม่เกิด เพราะลืมจุดที่สำคัญที่สุด คนที่ควรเปลี่ยนก่อนคือหัวหน้า ไม่ใช่ลูกน้อง
หัวหน้าที่กล้าเปิดใจ กล้าเปลี่ยน และลงมาหน้างาน จะสร้างวัฒนธรรมใหม่ให้เกิดขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้คำสั่ง ไม่ต้องใช้โครงการใหญ่ และไม่ต้องทุ่มงบมหาศาล
“เมื่อหัวหน้าเปลี่ยน —> ทีมจะเปลี่ยน เมื่อทีมเปลี่ยน —> องค์กรจะเปลี่ยน และเมื่อองค์กรเปลี่ยน —> อนาคตจึงจะเกิดขึ้นได้จริง”
#วันละเรื่องสองเรื่อง #ChangeManagement #Leadership #Transformation #OrganizationalCulture #Gallup #HRStrategy #บริหารคน
ผู้นำ
วัฒนธรรมองค์กร
การเปลี่ยนแปลง
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย