6 ธ.ค. 2025 เวลา 04:06 • ดนตรี เพลง

[รีวิวอัลบั้ม] ตามอัธยาศัย - PLENG

-ปี 2025 คงเป็นปีของคู่หูฮิปฮอป UNLITLED ในแง่ของการใช้ชีวิตเต็มที่ที่สุดปีนึง ไล่ตั้งแต่อัลบั้ม LET THE KIDS… ที่ปล่อยไปเมื่อสิ้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ไตรมาสสุดท้ายประจำปีนี้ ต่างคนก็ปล่อย solo album โดย SAWADEEKUBPOMFIRST (เฟิร์ส-ปัณณวรรธ เอกวดี) เป็นคนเปิดก่อนไปแล้วกับ INSTANT NOODLE คราวนี้ก็ถึงคิว PLENG (เพลง-พรภวิษย์ งามวิไล) กับเดบิวต์อัลบั้มฮิปฮอปที่เน้นปล่อยจอยอย่างมีคุณภาพที่สุดในปีนี้อย่าง #ตามอัธยาศัย
-ถ้าใครรู้จัก UNLITLED คาแรคเตอร์ของเพลงต่างจากเฟิร์สโดยสิ้นเชิง คนนึงสาย old school / lyrical แต่คนนี้ new school เน้นซาวน์ดสุด hyper เล่าไรห์มตามมู้ดของบีทพาไป ไม่ตายตัวว่า เพลงนั้นจะต้องจำกัดตีมการเล่าเรื่องด้วยบริบทแบบใด และที่สำคัญ เขาคือไอ้หนุ่มออโต้จูนดีๆนี่เอง อย่างไรก็ดี ผมชอบที่เพลงระบุเนเจอร์อัลบั้มชัดเจนไปเลยว่า นี่คืออัลบั้มเน้นปล่อยจอย ไม่ต้อง call out ทางสังคมอะไรมากมาย
-นิยามของชื่ออัลบั้ม #ตามอัธยาศัย ก็เปิดกว้างในตัวมันอยู่แล้ว และรายชื่อแต่ละเพลงก็บ่งบอกความรู้สึกลอยๆที่ไหลขับเคลื่อนไปตามน้ำ โจทย์ของเขาจึงมีแค่ทำยังไงก็ได้ให้สนุก alternative และแตกต่างจากฮิปฮอปไทยโดยที่ยังกลับมาฟังซ้ำได้เรื่อยๆ เราจึงได้เห็นการปั่นอิทธิพลฮิปฮอปที่เขาได้ไปอัพเดทมา และให้ฮิปฮอปที่ยืนพื้น Trap นั้นมันได้ฟุ้งซ่านไปถึง Rage, Pop R&B, Dubstep แล้ววกกลับมาที่ ลูกทุ่งไทยเดิม เลยทีเดียว
-ผมเองก็แอบถามไอ้หนุ่มเพลง ผ่าน inbox เกี่ยวกับ photo set และ tracklist ที่มีฟ้อนท์ไทยๆและมู้ดแอนด์โทนที่คุ้นมากๆ ตั้งใจ tribute อัลบั้มลูกทุ่งไทยยุคก่อนรึเปล่า? คำตอบที่ได้ไม่ใช่การ tribute ปกอัลบั้มไทยลูกทุ่ง แต่เจ้าตัวตั้งใจ tribute อัลบั้มของพี่โจ้ Joey Boy อัลบั้ม Fun Fun Fun กลายเป็นว่า พี่โจ้คือแร็ปเปอร์คนแรกๆที่ได้เปิดประตูสู่ฮิปฮอปให้ไอ้หนุ่มเพลงได้ตามความฝันมาเป็นแร็ปเปอร์ (ไอ้ตอนแรกก็นึกว่า Playboi Carti เสียอีก) ซึ่งมันก็ส่งต่ออิทธิพลและ element บางอย่างที่ติดกลิ่นพี่โจ้อยู่เหมือนกัน
-ส่วนหน้าปกอัลบั้มและชุดปกซิงเกิ้ลรังสรรค์โดย นล (aka Yamyarkz) ศิลปินหนุ่มจากเมืองน่านที่ใช้แค่ดินสอสีไม้ 30 บาทเท่านั้น โดยปกดังกล่าวมาแนว Adsurdism ได้แรงบันดาลใจมาจากการที่เขาและเพลงได้ไปคุยกับเด็ก 6 ขวบ แล้วอยู่ดีๆก็ยิงมุกควาย(อะไรเอ่ย)ที่น้องคิดว่ามันตลกที่สุด แต่นลและเพลงกลับไม่ขำในความแป้กของน้อง ประมาณว่า อะไรของน้องวะเนี่ย ไร้สาระ บลาๆๆ
-เมื่อดูปกอัลบั้มแล้ว ผมก็ลองตีความส่วนตัวเชื่อมโยงกับสตอรี่ที่นลได้เล่าไว้ ลิงที่เป็นตัวแทนบรรพบุรุษของมนูษย์ที่มาก่อนและแสนคร่ำครึจ้องมองเด็กคนนึงที่กำลังมีความสุขไปกับมุกตลกไร้สาระ ไม่ใช่แค่หน้าเปื้อนยิ้ม แต่ยังกล้ามแตกออกมา ประหนึ่งตัวเองได้กลายเป็นคนเจ๋งที่สุดในโลก
-สำหรับผมแล้ว ชีวิตมันคือการพยายามตามหาความหมายของการมีอยู่ของเราไปเรื่อย พอมันเกิดการเปรียบเทียบ สิ่งที่เราทำอาจไร้ความหมายแล้วต้องมานั่งกลุ้ม เผลอๆอาจคิดสั้นด้วยซ้ำ มันเป็นความตลกร้ายของการขับเคลื่อนชีวิตที่ต้องทำตามสิ่งที่คนอื่นคาดหวัง เมื่อไม่เป็นไปตามครรลองคลองธรรมก็กลายเป็นความไร้สาระที่น่าขบขันสำหรับใครบางคน ทั้งนี้ทั้งนั้นในบางช่วงบางตอน เราควรภูมิใจในสิ่งที่คนอื่นมองว่าไร้สาระบ้าง เหมือนกับสิ่งที่อัลบั้มนี้เป็น สน sound มากกว่า lyrics นั่นแหละ
-เปิดอัลบั้มด้วย #รักสนุก เป็นการลั่น statement ที่บอกในสิ่งที่อัลบั้มนี้เป็น เป็นการเรียกแขกอย่าง friendly และ humble สุดๆ #บ้าเกิน ดูเข้าโหมดนักล่าฝันแบบที่ทำในฐานะดูโอ้ UNLITLED เป็นโหมดจริงจังที่สุดในอัลบั้ม(แล้วมั้ง) ชวนระลึกถึงแทร็คสอง #ไม่ได้เท่ ที่อยู่ในอัลบั้ม LET THE KIDS… จุดประสงค์ของสองแทร็คแรกทั้ง #รักสนุก และ #บ้าเกิน เป็นการปูทางให้สาวกได้ปรับตัวความคุ้นชินอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประหนึ่งเค้าอยากให้เราต่อแถวเพื่อเตรียมรับแรงปะทะบางอย่าง
-ซึ่งก็มาจริงๆไม่ต้องประวิงอีกต่อไปในเพลง #ไม่ได้ยินเลยวรนุช (ชื่อที่รู้กัน ไม่ได้ยินเลยเหี้ย) เป็นการปล่อยท่าไม้ตายแรกด้วย rage beat ที่ถูกเร่งโทนจนดัง ตั้งใจบลัฟคนอื่นที่ทำเพลงสู้เขาไม่ได้ เซอร์ไพร์สจัดๆด้วยการยิงเลเซอร์ dubstep ให้ได้ปั่นป่วนขั้นสุด นี่ถือเป็นหมัดเด็ดสุดเซอร์ไพร์สที่ต้องร้อง เอาแล้วโว้ย !!! หลังจากนั้นก็มีทั้งผ่อนคันเร่งและฉีดไนตรัสสลับกัน
-ว่าด้วยเพลงโหมดอัดฉีดไนตรัสก่อนดีกว่า มันคือการปล่อยของที่เน้นสร้างการบลัฟแบบยิ้มเยาะสุดกวนตีนมากกว่า diss ใส่พลังงานเชิงลบ และการเจริญรอยตาม Playboi Carti ไอดอลยุคปัจจุบันในแบบครูพักลักจำที่สะท้อนผ่านลูกเล่นลีลาที่มักจะแพล่มด้วยน้ำเสียงประหลาด mumble ไปเรื่อย
-ไม่ว่าจะเป็น #ไกลตะโกน โชว์ Swag บิดเสียงเพิ่มลดสปีดไปมา #เฮียเก็บไว้เหอะ เน้นซาวนด์วูบวาบ การบิดคีย์ออโต้จูนให้ deep voice #ฟรีสไตล์ไว้ถามถึง ที่คารวะ Wokeuplikethis* ยังมีการ mention ถึง Trap Rapper คนโปรด Future, Lil Uzi Vert การติดตลกถึงคนที่ไม่ชอบขี้หน้าเขาด้วยการไปเจอกันที่โลตัส (แทนที่จะเป็นเซเว่น) และการเรียกเพื่อนปลอมว่ามิกกี้เมาส์ (แทนที่จะเป็นหนูสกปรก)
#รู้มือ ก็เป็นอีกเพลงที่ตั้งใจ Rage ให้ลำโพงแตกไปเลย ก่อนที่จะลดความซ่าด้วยการเอื้อนเอ่ยขับเสภาแทน เป็นการอยู่ดีๆก็แทรกความเป็นไทยที่กลับมาโฟลว์อย่างไม่น่าเชื่อ #กลองยาว เพลงนี้เซอร์ไพร์สสุด ไม่คิดว่าชีวิตนี้ผมจะได้ฟังดนตรีไทยไปอยู่ในเพลงฮิปฮอปแล้วเสือกลงตัวซะด้วย การใช้ประโยชน์จากบีทกลองยาวและฆ้องวงพอเป็นพิธีเพื่อไม่ให้ไปแซมกับ beat machine จนเกินไป กลิ่นเครื่องดนตรีไทยมันค่อนข้างแรง หากผสมผิดมันจะกลายเป็นความยัดเยียดมากกว่าความกลมกลืน
-สำหรับเพลงโหมดผ่อนคันเร่ง เราก็ได้เห็นไอ้หนุ่มเพลงอยู่ในช่วงฮอร์โมนกำลังพลุ่งพล่านได้ที่ แต่ก็ถ่อมตัวอยากสร้างเนื้อสร้างตัวสุดๆ เริ่มจากเพลง #เวลออไรท์ ที่ไอ้หนุ่มเพลงได้ยื่นนามบัตรจีบสาว ขอเวลาสร้างเนื้อสร้างตัว ระหว่างนี้มีอะไรเปย์ได้เปย์ไปก่อน #ซักครู่ เผยให้เห็นคนรักสนุกแบบ Gen Z ที่ชอบความชัดเจนโดยเร็วมากกว่าประวิงเวลากว่าจะเผยความในใจ ถ้าสังเกต Outro ของเพลงนี้มีการแซมเปิ้ลเพลงโคโยตี้สายแดนซ์ด้วย อีกหนึ่งความสนุกแบบไทยๆที่ถูกแทรกซึมไปด้วย
#ตามสบาย บอก haters อย่างจริงจังว่า การทำอะไรก็เชิญใส่เขานั้นแทบไม่มีผลให้เขาลงมาเล่นด้วย เพราะเขายังคงสนุกในสิ่งที่เขาทำ และยังคงมีพลัง turnt กับเพื่อนพ้องน้องพี่ได้ต่อไปอยู่ดี #ไม่ลืม soul sampling ที่นอกจากหน้าของคนที่แอบชอบจะจำได้แหล่มชัดแล้ว ระหว่างทางที่จีบ หน้าที่และการงานชีวิตประจำวันคือสิ่งที่เขาจะไม่มีทางลืมเช่นกัน
#ประมาณนั้น เป็นการวาดภาพชีวิตในฝันที่ดันหน้าตาคล้ายๆคนที่แอบชอบ แต่ในเมื่อสถานการณ์หลายๆอย่างได้สอดแทรกเข้ามาเรื่อยๆ เขาจึงขอให้คนที่แอบชอบอย่าเพิ่งหวั่นไหวแล้วเดินออกจากชีวิตเขาจะได้มั้ย ? ถ้ามันไม่มีอะไรเข้าหูเลยซักนิด ก็คงต้องกด forward ที่เพลงถัดไป #ขอลา เป็นการสั่งลาที่ไม่มีเธออยู่ในวันรวมญาติหรือที่ใดๆก็ตาม เป็นความเหงาที่ควรต้องปล่อยไปตามนั้น
-จากเพลง #ขอลา จบแบบจ๋อยๆแล้ว การปิดท้ายด้วย #ลงตัว จึงเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังและความสนุกของคนที่จะสร้างคลื่นลูกใหม่โดยที่ไม่ต้องกังวลอะไรอีกต่อไปแล้ว นั่นจึงทำให้อัลบั้ม #ตามอัธยาศัย นั้นเป็นความสนุก วาไรตี้ที่ฟังวนไปมาได้เรื่อยๆอย่างยิ้มแย้มแจ่มใสโดยที่ไม่มี ego มาเป็นตัวกดดันความ hype แต่อย่างใด
-มันเป็นความสบายใจที่เป็นทั้งเซฟโซนและการปล่อยของในเวลาเดียวกัน อย่างที่ว่าไอ้หนุ่มเพลงลงมือทำเอง 100% มันจึงเป็นการปล่อยจอยโดยที่เรายังรับรู้คาแรคเตอร์ที่หล่อหลอมเป็นตัวไอ้หนุ่มเพลงอย่างจับต้องได้ เปิดตัวได้ดีจนเป็นตัวอย่าง Debut Album ที่น่าจะซื้อใจสาวกฮิปฮอปโดยที่ไม่เกี่ยงไทยและเทศได้พอสมควร ไอ้หนุ่มแร็ปเปอร์ใต้ดินคนนี้อาจเป็นแร็ปเปอร์คนโปรดของคุณคนต่อไปก็ได้
-แต่ก็มีจุดที่ผมดันค้นพบว่า หลายเพลงมีแนวทางแตกต่างกันก็จริง แต่แกนกลางที่ดันเป็นออโต้จูน มันก็นำมาซึ่งการติดหล่มความเหมือนๆกันในบางเพลง แถมยังเดินเพลงด้วยการไหลยาวอย่าง dynamic ด้วย เลยอาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องการจำเพลงผิดคละเคล้าสลับกันอาจเกิดขึ้นได้โดยง่าย
-อย่างไรก็ดี ไอ้หนุ่มเพลงได้กลายเป็นแร็ปเปอร์และโปรดิวซ์เซอร์ที่น่าจับตามองด้วย charisma พลังบวก และเต็มเปี่ยมด้วย passion ในการขวนขวายแนวทางหลากหลายจนกลายเป็นความแตกต่างที่คนไทยไฝ่หามานานก็เป็นไปได้ ซึ่งนั่นก็ต้องใช้เวลาในการทำให้คนไทยบางกลุ่มเปิดใจรับอะไรที่แปลกแบบนี้โดยที่ไม่ยึด norm เดิมจนเกินไป
ขอแค่รับให้ได้กับออโต้จูนก่อนเป็นอันดับแรก
Give 7.5/10
Thx 4 Readin’
See Y’all
โฆษณา