30 ธ.ค. 2025 เวลา 10:23 • กีฬา

The 33rd SEA Games Bangkok Chonburi Thailand 2025

บันทึกซีเกมส์ครั้งที่ 33 กรุงเทพมหานคร 2025
ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งหน้าที่ๆผมภาคภูมิใจ การได้ดูแลนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยในมหกรรมซีเกมส์ ถือเป็นเกียรติและความท้าทายที่ยิ่งใหญ่สำหรับผม
8 ธันวาคม 2568
วันนี้เป็นวันแรกของภารกิจบ่ายสามโมง เราเดินทางถึงโรงแรมอเล็กซานเดอร์รามคำแหง บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก นักกีฬาทุกคนยิ้มแย้ม เตรียมตัวสำหรับวันสำคัญที่กำลังจะมาถึง หลังจัดของเรียบร้อย ทีมออกเดินทางไปการกีฬาแห่งประเทศไทยเพื่อเวทเทรนนิ่ง ขึ้นรถร่วมกับทีมมาเลเซียที่เดินทางไปซ้อมที่สนามแข่ง แม้จะมีปัญหาเรื่องรถรับส่ง แต่ทุกคนช่วยกันแก้ไขด้วยรอยยิ้ม
หลังเวทเทรนนิ่งเรียบร้อย เราร่วมกิจกรรมรับน้องซีเกมส์—เสียงหัวเราะและความสนุกทำให้ทีมแน่นแฟ้นขึ้น พิธีบายศรีสู่ขวัญในค่ำคืนนี้ทำให้ผมรู้สึกถึงความเป็นครอบครัว ทุกคำอวยพรคือกำลังใจที่ส่งต่อถึงกัน
ก่อนกลับมารับประทานอาหารเย็น ผมเข้าประชุมกับผู้จัดงานเพื่อยืนยันเอกสารและสุขภาพนักกีฬาทุกอย่างเรียบร้อย
คืนนี้มีนักกีฬามาขอรักษาอาการเจ็บกล้ามเนื้อเล็กน้อย ผมทำฝังเข็ม dry needling ให้สองคน เห็นรอยยิ้มของพวกเขาแล้วรู้สึกว่าหน้าที่ของผมไม่ใช่แค่รักษา แต่คือการดูแลหัวใจของทีมให้พร้อมสู้เต็มที่
บรรยากาศใน ซีเกมส์วันแรก
9 ธันวาคม 2568
เช้านี้ผมตื่นตั้งแต่ตีห้า ความตื่นเต้นทำให้นอนไม่หลับ หลังอาบน้ำแต่งตัวผมเดินออกไปซื้อของเล็กน้อยที่ 7-11 ตรงข้ามโรงแรม ก่อนกลับมาเก็บของในห้อง
เวลา 06:45 เรานัดขึ้นรถบัสไปสนามซ้อมของการกีฬาแห่งประเทศไทย รถออกตรงเวลา 07:00 บรรยากาศบนรถเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เมื่อถึงสนาม ทุกคนเริ่มวอร์มอัพ ตามด้วย Speed, Agility & Quickness ต่อด้วยการซ้อมเทคนิควอลเลย์บอลจนจบด้วยการ Cool Down วันนี้มีสต๊าฟโค้ชจากทีมชาติพม่ามาขอชมการซ้อม เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และพัฒนาวอลเลย์บอลอาเซียน ซึ่งโค้ชอ๊อดอนุญาตด้วยความยินดี
หลังซ้อม เราแวะเยี่ยม Thai House บริการพิเศษจากการกีฬาแห่งประเทศไทยเพื่อดูแลนักกีฬาไทยให้ผ่อนคลาย มีทั้งนวดผ่อนคลาย กายภาพบำบัด Vacuum Therapy แคปซูลออกซิเจน โภชนาการ และจิตวิทยาการกีฬา เป็นพื้นที่ที่ทำให้รู้สึกว่า ทีมเรามีคนคอยดูแลอย่างอบอุ่น
กลับถึงโรงแรม เราทานอาหารกลางวันร่วมกัน หลังจากนั้นมีนักกีฬาบางคนมาฝังเข็ม Dry Needling เพื่อคลายอาการปวดกล้ามเนื้อเล็กน้อย เพื่อให้พร้อมกระโดดเต็มแรงอีกครั้ง
ช่วงบ่ายเป็นเวลาพักผ่อน ก่อนพิธีเปิดซีเกมส์เวลา 19:00 นักกีฬาที่ร่วมพิธีต้องออกเดินทางตั้งแต่ 16:30 ส่วนผม โค้ชอ๊อด และกิ๊ฟ วิลาวัลย์ ต้องเข้าประชุมเปิดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง เวลา 15:30 จึงไม่ได้ไปร่วมพิธีเปิดซีเกมส์ พวกเราดูถ่ายทอดสดจากห้องพักแทน
ผมนั่งดูด้วยความรู้สึกคุ้นเคย เพราะนี่คือครั้งที่ 7 ของผมในซีเกมส์ บรรยากาศในสนามสนุก มีสีสัน แต่ก็มีข้อสังเกตหลายอย่าง:
ระบบจองที่นั่ง ยังมีที่นั่งว่างเยอะระบบจองน่าจะมีปัญหา
การถ่ายทอดสดและเสียง มีปัญหาค่อนข้างมากโดยเฉพาะโชว์แรก ของ วี วิโอเลต
โชว์ไฮไลท์ คือการแสดงของแบมแบม ดึงพลังคนดูได้มาก
จุดคบเพลิง น้องนิสเอาคบเพลิงไปจุดที่แท่นคบเพลิงเล็กด้านล่างแล้วแท่นยิงแสงเลเซอร์ขึ้นไปจุดคบเพลิงใหญ่บนหน้าอัฒจันทร์สนามราชมังคลา ดูน่าผิดหวัง ไม่มีพลุ ไม่มีความอลังการ ใดใด
สรุปแล้ว บรรยากาศโดยรวมสนุก แต่มีหลายจุดที่ควรปรับปรุง โดยเฉพาะการจุดคบเพลิงที่ควรเป็นไฮไลท์แต่กลับจบแบบจืดจาง
บรรยากาศพิธีเปิด
10 ธันวาคม 2568 Match Day
เช้านี้ผมตื่นตั้งแต่ตีห้า ความตื่นเต้นยังคงอยู่เหมือนเดิม หลังอาบน้ำแต่งตัว ผมลงไปทานมื้อเช้ากับทีมที่ชั้น 5 บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ก่อนออกเดินทางไปสนามแข่ง อินโดสเตเดียมหัวหมาก สถานที่ที่คุ้นเคย
โค้ชอ๊อดเริ่มวางแผนซ้อมเน้น Training skill for competitions ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง จากนั้นทีมเดินไปฟิตเนสเพื่อฝึก weight training กับอาจารย์ถาวร แต่วันนี้เน้นเบา ๆ เพื่อรักษาสภาพร่างกายมากกว่าการเพิ่มความหนัก
เวลา 10:00 เรากลับถึงโรงแรม นักกีฬาพักผ่อนตามอัธยาศัย บางคนหลับสนิทเพื่อชาร์จพลัง ก่อนนัดทานมื้อกลางวันร่วมกันเวลา 13:30 วันนี้ไม่มีประชุมทีม ทุกคนได้พักเต็มที่
บ่ายสามโมงครึ่ง เราออกเดินทางไปสนามแข่ง บรรยากาศเริ่มตื่นเต้นขึ้นเรื่อย ๆ เวลา 16:30 ทีมเริ่ม warm-up เตรียมเข้าสู่การแข่งขันนัดแรกกับทีมชาติสิงคโปร์ เวลา 17:30
วันนี้โค้ชอ๊อดส่งผู้เล่นหน้าใหม่ลงสนามเพื่อพิสูจน์ฝีมือ และพวกเขาก็ทำได้ยอดเยี่ยม! ทีมไทยเอาชนะสิงคโปร์อย่างขาดลอย 3-0 เซต (25-17, 25-13, 25-11) เสียงเชียร์ดังก้องสนาม เป็นภาพที่ทำให้หัวใจพองโต
ระหว่างเกมส์ น้องกีต้าร์มีอาการเกร็งกล้ามเนื้อ ต้องเปลี่ยนตัวออกมาปฐมพยาบาลข้างสนาม ผมรีบพ่นเย็นและยืดกล้ามเนื้อเบาๆ ดีที่น้องกลับไปเล่นต่อได้ หลังจบเกม เรากลับโรงแรม ทานอาหารเย็นร่วมกัน
หลังจากส่งทำกายภาพบำบัด เรียบร้อยฝังเข็ม Dry Needling ให้กีต้าร์ พร้อมให้ยาแก้อักเสบและคลายกล้ามเนื้อ ให้น้องพักผ่อน
วันนี้ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้เห็นนักกีฬาหน้าใหม่โชว์ฟอร์ม และตัวเองที่ได้ทำหน้าที่ดูแลทีมให้พร้อมสู้ต่อไป
Thailand vs Singapore
11 ธันวาคม 2568 Match Day
เช้านี้ผมตื่นตั้งแต่ตีห้าครึ่ง อากาศเย็นสบายช่วยให้เริ่มวันด้วยความสดชื่น หลังอาบน้ำแต่งตัว ผมลงไปทานมื้อเช้ากับทีมเวลา 06:30 บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ทุกคนพร้อมสำหรับการซ้อมเช้า
เวลา 07:00 เราออกเดินทางไปสนามซ้อม การฝึกเริ่มด้วยการยืดเหยียดและวอร์มอัพ Speed, Agility & Quickness ต่อด้วยการซ้อม Volleyball movement skills และปิดท้ายด้วยการฝึกเสิร์ฟและรับเสิร์ฟ หลังซ้อมเสร็จ เรากลับโรงแรมเพื่อพักผ่อนและทานมื้อกลางวันร่วมกันเวลา 13:30
ช่วงบ่ายเป็นเวลาสำคัญ ทีมประชุมวางแผนการเล่นกับฟิลิปปินส์ โค้ชอ๊อดและทีมงานแจกแจงการเล่นของคู่แข่งในแต่ละ rotation อย่างละเอียด พร้อมตอบข้อสงสัยของนักกีฬา ก่อนประกาศแผนการจัดตัวผู้เล่น ทุกคนตั้งใจฟังและซักถามเพื่อความเข้าใจ
เวลา 16:30 เราเดินทางไปสนามแข่ง บรรยากาศในสนามเต็มไปด้วยแฟนวอลเลย์บอล เสียงเชียร์ดังก้องจนทำให้หัวใจเต้นแรง การแข่งขันเริ่มขึ้น ทีมไทยโชว์ฟอร์มเหนือชั้น ทั้งเกมรุกที่เด็ดขาดและเกมรับที่แข็งแกร่ง เราเอาชนะฟิลิปปินส์ไป 3-0 เซต (25-11, 25-17, 25-16) เก็บชัยชนะสองนัดรวด มี 6 แต้มเต็ม คว้าแชมป์กลุ่มเอสำเร็จ
หลังเกม ทุกคนยิ้มแย้มด้วยความภูมิใจ ไม่มีใครบาดเจ็บ ซึ่งสำหรับผม นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดในฐานะแพทย์ประจำทีม
คืนนี้เรากลับโรงแรมด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความสุข พร้อมพักสองวันก่อนรอบรองชนะเลิศ
Thailand vs Philippines
12 ธันวาคม 2568 Training Day
เช้านี้เริ่มต้นด้วยความสบายใจ นักกีฬาได้พักผ่อนเต็มที่โดยไม่มีการกำหนดเวลาทานมื้อเช้า ทุกคนมีเวลาของตัวเองเพื่อชาร์จพลังและเตรียมพร้อมสำหรับวันสำคัญที่กำลังจะมาถึง
13:00 น. เรามารวมตัวกันเพื่อทานมื้อกลางวัน บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เป็นช่วงเวลาที่ทีมได้ผ่อนคลายก่อนเข้าสู่โหมดจริงจัง ในการซ้อมช่วงบ่ายวันนี้
14:20 น. ทีมออกเดินทางไปยังศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อฝึกซ้อมตามแผนที่โค้ชอ๊อดวางไว้
14:40 – 16:00 น. การฝึกเริ่มต้นด้วยการวอร์มอัพ จากนั้นสนุกกับเกมสองลูกบอลที่ช่วยสร้างความคล่องตัวและความสัมพันธ์ในทีม ก่อนจะเข้าสู่การฝึกเสิร์ฟและรับเสิร์ฟอย่างจริงจัง ทุกคนตั้งใจเต็มที่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขัน
16:20 – 17:20 น. ต่อด้วยการฝึกเวทเทรนนิ่งที่ฟิตเนสยิมของการกีฬาแห่งประเทศไทย เน้นน้ำหนักเบาถึงปานกลาง เพื่อเสริมความแข็งแรงโดยไม่กดดันร่างกายมากเกินไป
หลังจากนั้นทีมกลับโรงแรมเพื่อทานมื้อค่ำและพักผ่อน มีนักกีฬา 2 คน ขอลงนัดฝังเข็ม เพื่อคลายกล้ามเนื้อบริเวณสะบักและหัวไหล่ และ หลังส่วนล่าง เพื่อเตรียมความพร้อมพร้อมสูงสุดสู้ศึกในสนามในวันมะรืน
วันนี้หมอโอ๊ดแวะมาหา เยี่ยมเยียน เล่าปัญหาของคลินิกในไทยเฮ้าส์ให้ฟัง ปีนี้เป็นซีเกมส์ที่มีแต่ปัญหาจริงๆ
Training Day
13 ธันวาคม 2568 Training Day
เช้านี้เริ่มต้นด้วยรอยยิ้มและความสบายใจ ทุกคนตื่นมาทานอาหารเช้ากันตามอัธยาศัย เติมพลังให้พร้อมสำหรับการฝึกในช่วงบ่าย หลังจากนั้นพักผ่อนเต็มที่
12:30 น. เรามีนัดทานมื้อกลางวันร่วมกัน
13:00 – 14:00 น. ประชุมทีมเพื่อวางแผนซ้อมก่อนการเผชิญหน้ากับทีมอินโดนีเซีย ข้อมูลจากนักสถิติที่ทำงานหนักเมื่อวานช่วยให้เรามองเห็นชัดเจนว่า
จุดแข็งของอินโดนีเซีย: พลังโจมตีจากหัวเสาและการบล็อคที่ยอดเยี่ยม
จุดอ่อนของอินโดนีเซีย: บอลแรกไม่สม่ำเสมอ, เกมเร็วไม่โดดเด่น, การป้องกันลูกตบยังมีช่องโหว่
แนวทางของเรา:
เสิร์ฟกดดันเพื่อตัดบอลแรก
ใช้เกมเร็วและโจมตีหลากหลาย
โฟกัสบล็อคหัวเสาให้แน่น
โค้ชอ๊อดย้ำกับทุกคนว่า
“รักษาระดับการตื่นตัว และควบคุมทักษะให้แม่นยำ เพราะนี่คือกุญแจสู่ชัยชนะ”
14:20 น. ออกเดินทางไปสนามซ้อม
14:40 – 16:10 น. ฝึกซ้อมตามแผน เน้น break point, digging และการเสิร์ฟที่แม่นยำ วันนี้พิเศษกว่าทุกวัน เพราะมีนักศึกษาจากประเทศสิงคโปร์จำนวน 48 คน พร้อมคณะอาจารย์ของ Institution Technology College ที่เดินทางมาทัศนศึกษาในหัวข้อ"การพัฒนาองค์กรกีฬาสู่เวทีโลก" มาดูการซ้อมของเรา เป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่น่าสนใจ
18:30 น. ทานมื้อค่ำร่วมกัน แล้วพักผ่อนเต็มที่
คืนนี้คือคืนแห่งการเตรียมพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะ พรุ่งนี้...คือวันที่เราจะลงสนามด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
ทุกเหงื่อที่หลั่ง ทุกแรงที่ทุ่มเท จะรวมเป็นพลังเดียวกันในวันแข่งขัน
ไปด้วยกัน เพื่อชัยชนะของเรา!
Training Day
14 ธันวาคม 2568 Match Day
เช้านี้เริ่มต้นด้วยความสงบและความพร้อม 08:30 – 09:00 ทุกคนมารวมตัวกันทานอาหารเช้า เติมพลังด้วยรอยยิ้ม ก่อนพักผ่อนเพื่อเก็บแรงสำหรับช่วงบ่ายที่สำคัญ
วันนี้เราใส่ชุดแข่งตามสีที่เตรียมไว้:
นักกีฬา: สีแดง
ลิโบโร่: สีเหลือง
สต๊าฟ: สีแดง
11:00 – 12:00  การประชุมวันนี้ โค้ชมอบเวทีให้ กัปตันทีม บุ๋มบิ๋ม ดำเนินการประชุม โดยขอข้อมูลจากทีมสต๊าฟโค้ช อธิบายรูปแบบการเล่นของทีมอินโดนีเซีย โดยเฉพาะ key player และเปิดโอกาสให้นักกีฬาพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซักซ้อมทำความเข้าใจในแผนการเล่น เพื่อให้ทุกคนมั่นใจในสิ่งที่จะทำ
สุดท้ายการประชุมจบด้วยการพูดให้กำลังใจจาก โค้ชคุน ภรรยาโค้ชอ๊อด ที่บอกว่า "A dominant performance on the court will allow us to apply relentless pressure on our opponents."
แปลเป็นไทยว่า
“ถ้าเราครองเกมในสนาม เราจะกดดันคู่แข่งแบบไม่ให้มีทางหายใจ”
12:00 – 12:30 มื้อกลางวันเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยพลังใจ
13:00 รถออกเดินทาง ทุกสายตาเต็มไปด้วยความตั้งใจ
14:00 เริ่มวอร์มอัพ เสียงหัวเราะผสมกับความจริงจัง ทุกคนรู้ว่ากำลังเข้าใกล้เวลาสำคัญ
15:00 น. เกมกับอินโดนีเซียเริ่มขึ้น! ทุกแรงที่ทุ่มเทตลอดหลายวันรวมเป็นพลังเดียวกันในสนาม สาวไทยยังแกร่งสมราคาแชมป์เก่า ไล่ตบเอาชนะ อินโดนีเซีย 3-0 เซต 25-15, 25-21 และ 25-15 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศซีเกมส์ ครั้งที่ 33
หลังเกม 17:00 น. นักกีฬาบางส่วนไปทำเลเซ่อร์ ที่ไทยเฮ้าส์
18:00 น. มื้อค่ำร่วมกันบรรยากาศอบอุ่น เสียงพูดคุยเต็มไปด้วยความภูมิใจ
“ชัยชนะไม่ได้เกิดจากโชค แต่เกิดจากการเตรียมพร้อมและหัวใจที่ไม่ยอมแพ้”
"Success is never about luck—it’s built on preparation and a heart that refuses to quit."
บรรยากษสตั้งแต่ประชุมทีมจนถึงสนามแข่ง
Thailand vs Indonesia
Thailand vs Indonesia
15 ธันวาคม 2568 – MATCH DAY: THE FINAL
วันนี้คือวันแห่งความท้าทาย! ทุกวินาทีมีค่า ทุกการเคลื่อนไหวคือก้าวสู่ชัยชนะ!
09:00 – Stretching @ ชั้น 5 ข้างสระว่ายน้ำ
เริ่มต้นเช้าวันสำคัญด้วยโปรแกรมยืดกล้ามเนื้อที่โค้ชอ๊อดให้น้องออยนักกายภาพบัดประจำทีม นำการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ตามระบบ Mobility & Stretching ไล่ไปตั้งแต่หัวจรดเท้า เพื่อให้ร่างกายพร้อมเต็มร้อย!
Mobility & Stretching
09:30 – Breakfast
เติมพลังด้วยอาหารเช้า จากนั้นพักผ่อนเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะวันนี้ต้องใช้ทุกแรงใจและแรงกายมากกว่า100%!
13:30 – Lunch
ทานมื้อกลางวันก่อนเข้าสู่โหมดจริงจัง ความตื่นตัวให้ไว้ที่ 70-80%
ทุกคนมาในชุดแข่ง
นักกีฬา: สีน้ำเงิน
ลิโบ: สีแดง
สต๊าฟ: สีน้ำเงิน
14:00 – 15:00 – Team Meeting
ประชุมวางแผนกลยุทธ์สุดเข้มข้น โค้ชอ๊อดและทีมงาน วิเคราะห์ข้อผิดพลาดของทีมเรา และวิธีแก้ไขของการเล่นเมื่อวาน และอธิบายรูปแบบการเล่นของทีมเวียดนามทีละ rotation ทีละ key player ทิศทางการตี พร้อมวิธีการต่อสู้ เปิดให้ กัปตันบุ๋มบิ๋ม พี่ชมพู่ และ นุ๊กนิ๊ก เซตเตอร์ ช่วยระดมสมอง วางแผนการเล่น และวันนี้จะใช้ผู้เล่นที่ดีที่สุดของเรา
ประชุมวางแผนกลยุทธ์สุดเข้มข้นโดยโค้ขอ๊อดและทีมงาน
15:30 – Leaving for Competition
ออกเดินทางสู่สนามแข่ง! เสียงหัวใจเต้นแรงพร้อมเสียงเชียร์ที่รออยู่!
เดินทางสู่สนามแข่ง!
16:30 – Warm Up
เตรียมความพร้อมร่างกาย
ทีมแพทย์ นักกายภาพบำบัด และนักวิทยาศาสตร์การกีฬา
17:30 – GAME WITH VIETNAM
นี่คือเวลาที่ทุกคนรอคอย
บรรยากาศการแข่งขัน ขอบคุณภาพจาก ช่างภาพประจำสนามและสื่อมวลชนทุกท่านครับภาพสวยมากๆ
บรรยากาศการแข่งขัน ขอบคุณภาพจาก ช่างภาพประจำสนามและสื่อมวลชนทุกท่านครับภาพสวยมากๆ
ต้องชื่นชมนักกีฬาทุกคนว่าหัวใจแกร่งมาก!
ในศึกชิงชนะเลิศสุดดราม่า ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยโชว์พลังใจฮึดสู้เต็มกำลัง พลิกสถานการณ์สุดระทึก เอาชนะเวียดนาม 3-2 เซต คว้าเหรียญทองอย่างยิ่งใหญ่ ณ อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก
แมตช์นี้เต็มไปด้วยความเข้มข้นและแรงกดดัน สาวไทยต้องต่อสู้ทุกแต้มด้วยหัวใจนักสู้ ก่อนเฉือนชัยด้วยสกอร์ 19-25, 25-13, 25-18, 23-25 และเซตตัดสิน 25-23 แสดงให้เห็นถึงแท็กติกที่เฉียบคม ประสบการณ์ที่เหนือชั้น ความอดทนและความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้
ชัยชนะครั้งนี้คือการตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของวอลเลย์บอลหญิงไทยบนเวทีอาเซียนอย่างสมศักดิ์ศรี
เซต5 เป็นเซตที่บีบหัวใจมากที่สุดเกมพลิกไปพลิกมาแต่ไม่มีใครยอมแพ้กันเลยทั้งไทยและเวียดนาม
สุดยอดจริงๆครับ ผมนับถือในความอดทนและมุ่งมั่นของนักกีฬาทุกคน ที่สำคัญคือเวลามีใครพลาด ไม่มีการโทษกัน มีแต่ซัพพอร์ต สร้างพลังใจ ลุกขึ้นสู้ใหม่อีกครั้ง นี่แหละหัวใจของทีม!
Ceremony Award
ปิดท้ายด้วยพิธีมอบรางวัล
วันนี้เราคือทีมที่แข็งแกร่งที่สุด!
ทุกวินาทีคือประวัติศาสตร์!
#MatchDay #ThailandVolleyball #RoadToVictory #SEAGames2025
ขอบคุณภาพจาก ช่างภาพประจำสนามและสื่อมวลชนทุกท่านครับภาพสวยมากๆ
เหรียญทองซีเกมส์ 2025
เหรียญทองซีเกมส์ 2025
ลูกสุดท้านนี้ลงเส้นเต็มๆครับ
อำลาด้วยภาพนี้ครับ
พบกันใหม่เมื่อชาติต้องการครับ
“ชัยชนะไม่ได้เกิดจากโชค แต่เกิดจากการเตรียมพร้อมและหัวใจที่ไม่ยอมแพ้”
"Success is never about luck—it’s built on preparation and a heart that refuses to quit."
โฆษณา