14 ธ.ค. 2025 เวลา 14:17 • หนังสือ

เรื่องเล่าข้างคิด EP. 183

"ซ้ำรอย แต่ไม่ซ้ำความรู้สึก"
"คุณเคยเจอเหตุการณ์ที่เหมือนหรือคล้ายกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไหม?"
โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานดังขึ้น ฉันเหลือบไปมองชื่อของต้นทาง มันคือเบอร์ที่บ้าน เมื่อฉันรับสาย
"กูปวดหัว พากูไปหาหมอหน่อยได้ไหม?" เสียงแม่เอ่ยขึ้น น้ำเสียงปนความตกใจเล็กน้อย
เมื่อวานตอนเที่ยง ๆ แม่ไปงานเลี้ยงในหมู่บ้าน ที่จัดบริเวณสวนหย่อมในหมู่บ้าน เป็นงานฉลองวันพ่อ ด้วยความห่วงลูก จึงถือของกินเต็มสองมือ หวังใจว่าจะนำมาฝากลูก ไม่ได้เผื่อใจสำหรับถือหรือจับอะไรอีก เท้าที่ก้าวไปข้างหน้า เมื่อสะดุด จึงเซถลาไปข้างหน้า โดยไม่สามารถใช้มือจับอะไรได้ หน้าจึงไปชนโดนแฮนด์ของมอเตอร์ไซต์บิ๊กไบต์ที่จอดอยู่หน้าสวนหย่อม
หัวโนทันที เหมือนลูกมะนาวขนาดใหญ่ถูกแปะบนหน้าท่าน แถวนั้นมีรถกู้ภัยอยู่ด้วย จึงช่วยประคบน้ำแข็งให้ คนที่เห็นเหตุการณ์รีบมาแจ้งที่บ้าน ฉันจึงรีบออกไปรับท่านกลับบ้าน
ท่านยืนยันยังไม่ยอมไปหาหมอ ฉันจึงได้แต่ประคบน้ำแข็ง และทายาให้ บอกไว้ว่า "หากมีอาการปวดหัว ต้องรีบบอกนะ!"
วันนี้ท่านโทรมาบอก หัวใจคนเป็นลูก ลุกลี้ลุกลนแล้ว วันนี้เป็นวันจันทร์ที่งานยุ่งพอสมควร เนื่องจากเป็นวันทำการหลังวันหยุดติดต่อกันหลายวัน
ฉันพยามตามหา ผู้จัดการสาขา เพื่อบอกกล่าวเธอ และขออนุญาตลา 2 ชั่วโมง หรือ ครึ่งวัน เพื่อพาแม่ไปหาหมอ
คุณว่า "ฉันลาได้ไหม?"
"ใช่ค่ะ ท่านไม่อนุมัติ"
ฉันกระวนกระวาย ความรู้สึกมันบีบคั้นรัดหัวใจคนเป็นลูกอย่างฉันมาก ฉันไม่สามารถทิ้งงานไปได้ เพราะในทุก ๆ ธุรกรรม ของทั้ง ฝั่งขาย และปฏิบัติการ ต้องรอการอนุมัติจากฉัน หรือ ผู้จัดการ ในเมื่อท่านไม่อนุมัติ ไม่มาทำการแทนฉัน ฉันก็ไม่สามารถทิ้งตรงนี้ไปได้
ฉันจำไม่ได้แล้วว่า สรุปแล้ว ฉันพาท่านไปหาหมอวันนั้น หรือวันรุ่งขึ้น
ฉันจำได้แค่ความรู้สึกกระวนกระวาย อึดอัด ขัดใจ และความคิดว่า "ถ้าวันนั้น ฉันทำงานฟรีแลนซ์ คงสามารถพาท่านไปหาหมอได้ทันที ตามที่ท่านร้องขอ"
นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อประมาณ 9 ปีที่แล้ว ตอนที่ฉันยังไม่ได้ลาออกจากงาน
ตัดภาพกลับมาในปีนี้ ในวันที่ฉันเป็นฟรีแลนซ์เต็มตัว ในสายงานที่ปรึกษาการเงิน
เมื่อไม่กี่วันก่อน เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย คล้ายเมื่อ 9 ปี ก่อน แม่เดินออกกำลังกายอยู่ และขาคงล้า เลยสะดุด เซถลา แต่ฉันไม่ได้อยู่ข้าง ๆ เพราะเดินนำหน้าไปเยอะแล้ว ท่านล้มลง อาการเหมือนกันกับครั้งก่อนไม่ผิดเพี้ยน แต่คราวนี้ หัวโนมากกว่าเดิม เหมือนมีลูกส้มแปะอยู่บนหัวท่าน
ครั้งนี้ฉันรีบพาท่านไปหาหมอทันที ประกันอุบัติเหตุที่เคยทำไว้ยังมีผลบังคับอยู่ ฉันพาท่านไป รพ.เอกชนแถวบ้านทันที ผลซีทีสแกนไม่มีอะไรน่าห่วง ไม่มีเลือดคั่งในสมอง มีเพียงแผลภายนอกที่ต้องประคบเย็น 24 ชม. หลังจากนั้นค่อยประคบน้ำอุ่น เรารอกันอยู่ครึ่งวัน กว่าจะตรวจ รอผล รอพบแพทย์
สรุป เรากลับกันมาเกือบเที่ยง ดีที่อยู่ใกล้บ้าน ไม่ต้องเดินทางไกล จึงถึงบ้านภายในไม่กี่นาที
ความรู้สึกในครั้งนี้ต่างจากครั้งที่แล้วมาก ฉันไม่ต้องทิ้งท่านไปไหน สามารถอยู่ดูแลท่านอย่างใกล้ชิดได้เต็มที่ ไม่ต้องขออนุญาตใคร ไม่ต้องอึดอัดใจ เพราะ ตอนนี้
"ฉันเป็นฟรีแลนซ์"
แต่เหนือสิ่งอื่นใด มีสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้ คือ
1. การเป็นฟรีแลนซ์นั้นดีตรงที่มีเวลา สามารถวางแผนงานได้ว่าจะทำอะไรวันไหนอย่างไร
2. การวางแผนการเงินสำคัญมาก เพราะรายได้ไม่สม่ำเสมอ จึงควรมีรายได้หลายทาง และควรมีรายได้แบบ Passive Income (รายได้จากการให้เงินทำงานแทนเรา หรือ ลงทุน นั่นเอง)
3. การทำประกันอุบัติเหตุสำคัญมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ
- เพราะเราไม่รู้เลยว่า อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นตอนไหน แต่เจ็บป่วยเราสามารถปฏิบัติตัว หลีกเลี่ยงโรคภัย ได้ง่ายกว่า อุบัติเหตุ
- ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ เสียดายเงิน หากเราทำประกันอุบัติเหตุเอาไว้ให้ อย่างน้อยก็อ้างกับท่านได้ว่าไม่ต้องจ่ายค่ารักษาเอง (555)
4. ควรเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้ผู้สูงอายุไว้ เมื่อยามที่ล้ม มือและขาที่มีกล้ามเนื้อ จะช่วยพยุงตัว และศีรษะ ทำให้การล้มไม่กระแทกสมอง หรือกระดูกที่ไม่แข็งแรง ทำให้เกิดผลกระทบที่น้อยลงได้
5. ไม่ควรให้ผู้สูงอายุเดินลำพัง หรือเดินในที่โล่งเกินไป ควรมีลูกหลานรายล้อม หรือ มีไม้เท้า หรือ เดินในที่ที่พอมีอะไรให้เกาะเกี่ยว เพื่อช่วยหากพยุงตัวไม่ได้
6. แม่เป็นคนไม่ชอบไปพบแพทย์ ครั้งนี้ ได้ซีทีสแกน เลยได้รู้ความเป็นไปของสมองด้วย เมื่อรู้ ก็จะได้ดูแลให้ตรงกับอาการ
และสุดท้าย ฉันขอบคุณแม่นะ ที่ท่านไม่เป็นอะไรมาก สามารถหายและฟื้นตัวได้เร็ว ขอบคุณที่แม่แข็งแรง ยอมไปเดินออกกำลังกาย และขี่จักรยาน รวมทั้งนั่งสมาธิ ตามที่ฉันร้องขอ
และขอบคุณตนเอง จากการฝึกปฏิบัติมา ครั้งนี้ทดสอบจิตใจพอสมควร ถือว่ามาถูกทาง เพราะความตื่นเต้นมีบ้าง แต่ไม่ลุกลี้ลุกลนมากเหมือนเมื่อก่อน มีสติอยู่กับปัจจุบันได้มากขึ้น
หวังว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะคะ
สวัสดี...
#เรื่องเล่าข้างคิด EP. 183
โค้ชสุนีย์ เอี่ยมแสงสิน
ที่ปรึกษาการเงิน
เจ้าของหนังสือ “รู้ 4 สิ่งนี้ การเงินดีตลอดกาล”
และ “จัดการเงินดี เงินก็ไม่หนีไปหาคนอื่น”
#รู้4สิ่งนี้การเงินดีตลอดกาล
#เทคนิคง่ายและกระชับเพื่อยกระดับฐานะการเงิน
#จัดการเงินดีเงินก็ไม่หนีไปหาคนอื่น
#อ่านเองยังยิ่งอ่านยิ่งอินคนอื่นอ่านยุ่อมยังประโยชน์ได้แน่นอน
#หนังสือการเงินที่อ่านง่าย
#ต้องมีไว้ติดบ้าน
#เด็กอ่านได้
#ผู้ใหญ่อ่านดี
#เสริมภูมิคุ้มกันด้านการเงิน
#คู่คิดประจำบ้าน
#เพจโค้ชสุนีย์ที่ปรึกษาการเงิน
#พู่สร้าง
#พู่คือพู่กัน
#สร้างคือสร้างแรงบันดาลใจ
#พู่สร้าง@การเงิน คือแนวคิดว่า หากสุขภาพการเงินดี สุขภาพจิตใจและสุขภาพกาย จะดีตามมา
#ถ้าเรื่องเหล่านี้ได้จุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจให้ใครสักคน
ลุกขึ้นมาเปลี่ยนชีวิตตนให้ดีขึ้น
เมื่อนั้นก็ถือว่าพู่สร้างประสบความสำเร็จแล้ว
#ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา