15 ธ.ค. 2025 เวลา 00:00 • สุขภาพ

วันนี้พี่จ้วนซื้อกระเจี๊ยบเขียวมาแล้วก็ระลึกได้ว่า

มีคนถามเรื่องนี้ เลยขออนุญาตลงเป็น texts พร้อมกับคลิปนางแบบสั้น ๆ นิดหน่อย อิอิ
กระเจี๊ยบเขียว (Okra) เป็นพืชที่มีทั้งประโยชน์ทางสุขภาพและเป็นอาหารที่ช่วยปรับสมดุลลำไส้ได้ดีมาก
โดยเฉพาะถ้ากินถูกวิธีและในปริมาณเหมาะสม
ประโยชน์หลักของกระเจี๊ยบเขียว
1. ลดน้ำตาลในเลือด
เมือก (mucilage) ในกระเจี๊ยบจะชะลอการดูดซึมน้ำตาลในลำไส้ และช่วยลดระดับกลูโคสหลังอาหาร เหมาะกับผู้ที่ควบคุมน้ำตาลหรือเบาหวานระยะเริ่มต้น
2. ล้างลำไส้ - ช่วยขับสารพิษ
ใยอาหารละลายน้ำสูง (soluble fiber) ช่วยดักจับคอเลสเตอรอลและสารพิษในลำไส้ ขับออกทางอุจจาระ รวมทั้งเมือกในกระเจี๊ยบยังช่วยเคลือบเยื่อบุทางเดินอาหาร
3. ต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบ
มีสารสำคัญในกลุ่มโพลีฟีนอลที่ช่วยลดการอักเสบและชะลอวัยของเซลล์
4. ช่วยลดระดับไขมันในเลือด
การกินกระเจี๊ยบเขียวช่วยดูดซับไขมันในทางเดินอาหาร จึงช่วยลดการดูดซึมไขมันในเลือด
วิธีกินให้ได้ประโยชน์สูงสุด
- กินสดหรือดิบแช่น้ำ (ล้างสะอาดก่อน) จะได้เมือกเต็ม ๆ --> หั่นกระเจี๊ยบ 3–5 ฝัก แช่น้ำดื่มตอนเช้า หรือก่อนนอน 30 นาที
(น้ำจะมีเมือกลื่น ๆ ดื่มได้เลย)
- ต้มหรือนึ่งเบา ๆ
ไม่ควรต้มจนเละ เพราะความร้อนสูงเกินไปจะทำลายสารต้านอนุมูลอิสระ
- ใส่ในสลัด / น้ำผักรวม / ปั่นรวมกับผักอื่น เช่น น้ำผักกระเจี๊ยบเขียว + ขึ้นฉ่าย + แอปเปิ้ลเขียว
ปริมาณที่เหมาะสม
- วันละ 3–5 ฝัก (ประมาณ 100 กรัม) ถือว่าเหมาะสม
- ดื่มน้ำแช่กระเจี๊ยบเขียวได้ วันละ 1 แก้ว (200–250 มล.)
- ถ้ากินมากเกินไปอาจทำให้ ท้องอืดหรือขับถ่ายบ่อย เพราะไฟเบอร์สูง
⚠️ ข้อควรระวัง
- ผู้ที่มีปัญหา ไตเรื้อรัง ควรจำกัด เพราะมี ออกซาเลต (oxalate) ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงนิ่วในไต
- ถ้ากินร่วมกับยาเบาหวานหรือยาลดน้ำตาล ควรปรึกษาแพทย์ที่รักษาหรือเภสัชกร เพราะกระเจี๊ยบอาจเสริมฤทธิ์ยา
โฆษณา