17 ธ.ค. 2025 เวลา 13:53 • หนังสือ

หนังสือเรื่อง จุดดับบนแผนที่ดาว (ข้อมูลดิบ ยังไม่ได้เรียบเรียงใหม่)

บทที่ 1: ซากที่กลับมาเอง
ท่ากลางอีเรนดา ไม่เคยเงียบจริง ๆ
ต่อให้เป็นช่วงดึก แสงไฟนำทางก็ยังวิ่งเป็นเส้นบนผนังโค้งของอู่เทียบ เสียงเครื่องกรองอากาศยังฮึมอยู่ใต้พื้น และเสียงประกาศก็ยังดังเป็นระยะ เหมือนสถานีหายใจอยู่ตลอดเวลา
ไคลาเดินเร็วผ่านแถบตรวจเข้าออก โดยไม่สนใจสายตาคนงานที่มองตาม ยานลากซากของเธอ—คาราแวน-7—จอดรออยู่ที่ช่องเทียบ 14B เหมือนสัตว์ใหญ่ที่กำลังอดทน
เรนตามมาด้านหลังถือกล่องเครื่องมือใบเล็ก “ไม่คิดจะถามรายละเอียดเพิ่มหน่อยเหรอ”
“ถามไปก็ได้คำตอบเดิม” ไคลาไม่หันกลับ “TSO ไม่ให้ข้อมูล เขาให้คำสั่ง”
เรนหันไปมองป้ายไฟเหนือศีรษะที่เขียนว่า เขตส่งมอบหลักฐาน แล้วถอนหายใจ “ก็จริง”
ไคลาแตะข้อมือให้หน้าจอเล็ก ๆ ฉายขึ้น เธออ่านรายการสิ่งที่ต้องรับมอบจากท่ากลาง
- ซากยาน: ไลมอน-33
- ชุดบันทึกการเดินทาง (Travel Log Core): 1 ชุด
- แบตสำรอง/หน่วยพลังงาน: ห้ามถอดแยก
“ไลมอน-33” เรนพึมพำ “ชื่อนี้ไม่คุ้น”
“ยานขนส่งกลางทาง” ไคลาเอ่ยสั้น ๆ “ไม่ดังหรอก ถ้ามันไม่หายไป”
คำว่า “หายไป” หลุดออกมาเบา ๆ แต่หนักพอให้เรนเงียบ
พวกเขามาถึงหน้าห้องรับส่งมอบ ประตูโลหะเปิดออกช้า ๆ พร้อมเสียงเตือนแหลม ๆ
ข้างในมีเจ้าหน้าที่ท่ากลางสองคนยืนรอ และอีกคนหนึ่งในชุดเรียบ ๆ สีเทาเข้ม—ไม่ติดตรา ไม่ติดชื่อ—แต่ทุกคนรู้ว่ามาจากไหน
TSO
คนชุดเทาคนนี้หน้าเรียบจนเหมือนกระจก ไม่ยิ้ม ไม่ขมวดคิ้ว แค่ยืนมองเหมือนกำลังชั่งน้ำหนักชีวิตคน
“ไคลา เวล” เขาเอ่ย “คุณเป็นผู้รับงานเก็บกู้”
ไคลาไม่ชอบที่เขารู้ชื่อเธอโดยไม่ต้องเปิดแฟ้ม แต่เธอไม่แสดงออก “ใช่”
“ยืนยันเงื่อนไขเดิม” เขาพูดต่อ “รับซากและกล่องบันทึก แล้วส่งมอบทั้งชุดให้ TSO เมื่อถึงจุดนัดหมาย”
“จุดนัดหมายอยู่ไหน” เรนถาม
คนชุดเทาหันไปมองเรนช้า ๆ เหมือนเพิ่งรับรู้ว่ามีอีกคนอยู่ “ผู้ร่วมงานของคุณไม่มีสิทธิ์ถาม”
เรนยิ้มบาง ๆ แบบไม่ยอมแพ้ “ผมไม่ใช่ผู้ร่วมงาน ผมเป็นคนที่ทำให้ยานเธอกลับมาถึงที่นัดหมายได้”
อากาศตึงขึ้นนิดหนึ่ง เจ้าหน้าที่ท่ากลางอีกสองคนทำเป็นไม่สนใจ แต่ตาเหลือบมอง
คนชุดเทาพูดเหมือนตัดบท “ข้อมูลพิกัดจะส่งให้เมื่อคุณออกจากท่าแล้ว”
ไคลาเริ่มจะตอบ แต่สายตาเธอสะดุดไปที่สิ่งของด้านหลัง
ซากยานไลมอน-33 ถูกวางอยู่บนแท่นยกแม่เหล็ก ขนาดไม่ใหญ่ แต่สภาพเหมือนโดนอะไรกัดเป็นรอยยาว ๆ ด้านข้างมีรอยไหม้เป็นทาง มุมหนึ่งยุบเหมือนโดนบิดด้วยมือยักษ์
สิ่งที่แปลกที่สุดคือ
ซากนั้น “สะอาด” เกินไป
ถ้ายานวิ่งชนเศษโลหะ หรือโดนพายุฝุ่นอวกาศ มันควรมีรอยกระแทกเล็ก ๆ กระจายเต็มผิว
แต่ไลมอน-33 มีรอยใหญ่ ๆ ไม่กี่รอย เหมือนโดนเลือกให้เสียหายเฉพาะจุด
“มันกลับมาเอง?” ไคลาเผลอถาม
เจ้าหน้าที่ท่ากลางคนหนึ่งตอบเร็วเกินไป “ใช่ครับ มันโผล่มาจากขอบโคจรด้านนอก ไม่มีสัญญาณนำทาง ไม่มีคำร้องขอช่วยเหลือ แค่…มาเฉย ๆ”
เรนขมวดคิ้ว “แล้วลูกเรือ?”
เจ้าหน้าที่ชะงักก่อนส่ายหัว “ไม่พบ”
ไคลาไม่ชอบคำตอบสั้น ๆ แบบนั้น แต่ในท่ากลาง คำว่า “ไม่พบ” มักแปลว่า “อย่าถามต่อ”
คนชุดเทาเดินนำไปที่กล่องเหล็กขนาดเท่ากระเป๋าเอกสาร วางอยู่บนโต๊ะกันกระแทก กล่องนั้นมีซีลสีดำสองชั้น มีแถบไฟเล็ก ๆ กะพริบช้า ๆ เหมือนหัวใจเต้น
“Travel Log Core” เรนพูดเบา ๆ “กล่องดำรุ่นใหม่”
ไคลาเอื้อมมือจะหยิบ แต่คนชุดเทายกมือห้าม “ห้ามเปิด ห้ามเชื่อมต่อ ห้ามอ่านข้อมูล คุณแค่ขนส่ง”
“เราไม่ใช่คนชอบยุ่งของคนอื่น” ไคลาโกหกแบบไม่เปลี่ยนสีหน้า
คนชุดเทามองเธอเหมือนรู้ทัน แต่ไม่พูดอะไร เขายื่นแท็บเล็ตบาง ๆ มาให้ “เซ็นรับ”
ไคลาเซ็นชื่ออย่างรวดเร็ว แล้วหันไปพยักหน้าให้เรน
เรนยกกล่องขึ้นอย่างระวัง น้ำหนักมากกว่าที่คิดเล็กน้อย “มันหนักเหมือนมีแบตสำรองอยู่ข้างใน”
“อย่าคิดมาก” ไคลาเอ่ย “คิดมากแล้วนอนไม่หลับ”
เรนหัวเราะสั้น ๆ “เราก็ไม่ค่อยได้นอนอยู่แล้ว”
พวกเขาลากแท่นยกเข้าไปในช่องบรรทุกของคาราแวน-7 แม่เหล็กยึดซากไว้แน่น แล้วเรนวางกล่องบันทึกลงในช่องนิรภัยที่ออกแบบมาสำหรับวัตถุอันตราย
ประตูปิดลง เสียงดัง ตึ้บ เหมือนปิดฝาโลง
ไคลาเดินขึ้นสะพานเดินเรือ เปิดระบบหลักของยาน หน้าจอทยอยสว่าง
แผนที่เส้นทางปรากฏเป็นเส้นสีฟ้า ผ่านจุดตรวจหลายจุด เหมือนงานปกติ
แต่เรนไม่มองแผนที่ เขามองกราฟคลื่นสัญญาณที่กระดิกอยู่มุมจอ
“เห็นไหม” เขาชี้ “สัญญาณเวลาอ้างอิงมันสั่น”
ไคลาเหลือบมอง “มันสั่นตลอดอยู่แล้ว”
“ไม่ใช่แบบนี้” เรนพูดช้า ๆ “แบบนี้เหมือนมีคน…ลองปิดเปิด”
ไคลาเอนหลังบนเก้าอี้ผู้ควบคุม “อย่าบอกนะว่าเริ่มหลอน”
เรนไม่ตอบ เขาหยิบเครื่องสแกนแบบมือถือขึ้นมาเสียบเข้าช่องข้อมูลของยาน (ไม่ใช่ของกล่องบันทึก) แล้วอ่านค่า
“ไคลา” เขาเรียกชื่อเธอเบา ๆ
“อะไร”
“เราถูกล็อกเส้นทาง”
ไคลาเงยหน้า “ล็อก?”
“หมายถึงเราเปลี่ยนเส้นทางไม่ได้” เรนพูด “ระบบมันบังคับให้ไปทางที่กำหนด”
ไคลาเลิกคิ้ว “ใครจะทำแบบนั้น”
เรนหันไปมองประตูที่ปิดอยู่ด้านหลัง ราวกับมองทะลุไปถึงกล่องบันทึก “คนที่กลัวเราหนี”
ไคลาเม้มปาก เธอไม่ชอบให้ใครมาคุมยานของเธอ แต่เธอชอบเงินมากกว่าเล็กน้อย
“ออกตัว” เธอสั่ง
คาราแวน-7 สั่นเบา ๆ แล้วลอยออกจากอู่เทียบช้า ๆ ผ่านช่องประตูอากาศ แสงจากท่ากลางค่อย ๆ หายไป เหลือเพียงท้องฟ้าดำและดาวอีเรนดาที่เป็นวงโค้งใหญ่
ในช่วงแรก ทุกอย่างเหมือนปกติ
ยานผ่านบีคอนตัวแรก รับสัญญาณนำทางได้ดี ไฟสถานะเป็นสีเขียว
ผ่านตัวที่สอง…ไฟยังเขียว
ผ่านตัวที่สาม…ไฟกระพริบเหลือง
ไคลาเหลือบมองเรน “บอกแล้ว ปกติ”
เรนไม่ยิ้ม เขาจ้องเส้นกราฟที่เริ่มสั่นแรงขึ้น “ปกติของคุณ…คือความผิดปกติของผม”
ไคลาเกือบจะสวน แต่เสียงดัง ติ๊ด จากช่องนิรภัยด้านหลังทำให้เธอหยุด
ระบบแจ้งเตือนขึ้นมุมจอ:
ตรวจพบการตื่นตัวของอุปกรณ์บันทึกการเดินทาง (External Core Activity)
“มันเปิดเอง?” ไคลาเอ่ย
เรนลุกขึ้นทันที “ผมไม่ได้แตะนะ”
“ฉันก็ไม่ได้แตะ” ไคลาเอ่ยกลับ
เสียงติ๊ดดังถี่ขึ้น หน้าจอหลักกระพริบเหมือนมีไฟตก แล้วกลับมา
ก่อนที่ทั้งห้องจะเงียบลงผิดปกติ
ไม่ใช่เงียบแบบไม่มีเสียงพูด
แต่เงียบแบบ…เครื่องจักรหยุดหายใจ
เสียงฮึมของระบบกรองอากาศหายไปหนึ่งวินาที
เสียงสั่นของมอเตอร์เบาลงเหมือนถูกกดปุ่มหยุด
ไคลาเอื้อมมือไปที่คันควบคุม “เรน—”
คำยังไม่ทันจบ หน้าจอสำรองด้านขวาก็ติดขึ้นเอง ทั้งที่ไม่ได้รับคำสั่ง
ตัวอักษรสีซีดปรากฏช้า ๆ ทีละคำ เหมือนคนพิมพ์ด้วยมือที่ลังเล
อย่าพาเธอเข้ามา
ไคลาแข็งไปทั้งตัว
เรนอ่านออกเสียงเบา ๆ “อย่าพาเธอเข้ามา…ใครเขียน”
ไคลาไม่ตอบ เพราะบรรทัดถัดไปโผล่ขึ้นมา
ไคลา
เรนหันมามองเธอทันที “มันรู้ชื่อคุณ”
ไคลาเคยเจอเรื่องแปลกมามาก แต่ไม่เคยเจอเรื่องที่เหมือนมีใคร “อยู่ในระบบ” กับเธอ
เธอลุกพรวด เดินไปที่ช่องนิรภัยด้านหลัง ประตูมีไฟแดงล็อกอยู่
“เปิดไม่ได้” เรนบอก “มันล็อกจากข้างใน”
“ของมันอยู่ในยานฉัน” ไคลาเคาะประตูแรงขึ้น “มันไม่มีสิทธิ์ล็อก”
เรนเอามือจับแขนเธอ “อย่าทำให้มันเสียหาย เราไม่รู้ว่าข้างในคืออะไร”
ไคลาเหวี่ยงแขนออกอย่างหงุดหงิด แต่ก็หยุดเมื่อได้ยินเสียงอีกแบบหนึ่ง
เสียง…เหมือนลมหายใจเบา ๆ
ไม่ได้ดังจากระบบกรองอากาศ
ดังจากลำโพงเล็ก ๆ ที่เชื่อมกับกล่องบันทึก
เสียงผู้หญิง
สั้น ๆ แหบ ๆ เหมือนคนเพิ่งตื่นจากฝัน
“ถ้าคุณได้ยิน…แปลว่ามันเริ่มแล้ว”
ไคลาและเรนหันไปมองหน้ากัน
เรนกระซิบ “นี่ไม่ใช่ข้อความอัตโนมัติ”
เสียงผู้หญิงพูดต่อ เหมือนพยายามรีบให้ทันเวลา
“อย่าเชื่อแผนที่…อย่าเชื่อไฟเขียว…มันพาไปเข้าจุด—”
เสียงขาดหายเหมือนถูกตัด
จากนั้นหน้าจอหลักก็ขึ้นสัญลักษณ์สีดำเล็ก ๆ บนเส้นทาง
จุดกลม ๆ ที่ไม่มีชื่อ ไม่มีข้อมูล
แต่ไคลาเห็นแล้วรู้ทันที
จุดดับ
และยานของเธอกำลังมุ่งหน้าเข้าไปหาอย่างช้า ๆ เหมือนมีมือมองไม่เห็นจับหัวเรือไว้
ไคลาเอ่ยเสียงต่ำ “เรน…ถ้าระบบล็อกเราไว้ เราต้องทำยังไงถึงจะหลุด”
เรนสูดลมหายใจ “เราต้องตัดมันออกจากเครือข่าย แล้วขับด้วยมือทั้งหมด”
“ตัดได้ไหม”
เรนมองแผงควบคุมเหมือนหมอที่มองหัวใจคนไข้ “ตัดได้ แต่ถ้าตัดผิด…เราอาจไม่รู้เลยว่าเรากำลังไปทางไหน”
ไคลาเอามือวางบนคันควบคุมแน่นขึ้น “งั้นก็ไปแบบไม่รู้…ยังดีกว่าไปแบบมีคนพา”
เรนพยักหน้า แล้วเอื้อมมือไปที่สวิตช์หลักของระบบนำทาง
เขาหยุดชั่วครู่ เหมือนลังเล
ไคลาไม่ถามว่าเขากลัวอะไร เธอแค่พูดเบา ๆ “ทำเลย”
เรนกดสวิตช์ลง
ไฟบนแผงควบคุมดับไปครึ่งหนึ่ง
ยานสั่นแรงขึ้นทันที เหมือนสัตว์ที่ถูกปลดโซ่
และในความมืดชั่ววูบ หน้าจอสำรองกระพริบอีกครั้ง
คราวนี้มีประโยคใหม่ขึ้นมา
ช้าไปแล้ว
---
> จบบทที่ 1
โฆษณา