23 ธ.ค. 2025 เวลา 10:01 • การเมือง
(ขออนุญาต) หนู/ดิฉันเท่าที่ได้รับรู้และพยายามหาเหตุผลเบื้องหลังวิธีคิดที่ว่า ‘ทำไมความเลว‘ จึงถูกนิยามใหม่ว่าเป็นความเก่ง? ดังนี้ค่ะ!
# ความจริง/หรือความเคยชิน? -> กับดักของ "ความปกติใหม่" (Normalization of Deviance)
ประโยคนี้สะท้อน "ความเป็นจริง" หรือ "ความเคยชิน" ที่เจ็บปวด, มันคือความเคยชินที่ถูกผลิตซ้ำจนกลายเป็นความเป็นจริง (Constructed Reality)
1
# ทฤษฎีต้มกบ (Boiling Frog):
> สังคมไทยถูกต้มในน้ำอุ่นของการทุจริตและการตระบัดสัตย์มาอย่างยาวนาน เมื่อนักการเมืองโกหกแล้วรอด โกหกแล้วได้ดี สังคมจึงเรียนรู้ว่า "ผลลัพธ์สำคัญกว่าวิธีการ" (Outcome over Process)
1
# การปลอมตัวเป็นปัญญา:
> ประโยคที่ว่า "ความเคยชินที่ปลอมตัวเป็นปัญญา" นั้นลึกซึ้งมาก ในทางจิตวิทยาเรียกว่า Rationalization (การหาเหตุผลเข้าข้างตนเอง) ผู้กระทำผิดจำเป็นต้องสร้างชุดความคิดขึ้นมาว่า "นี่คือวิถีของผู้ชนะ" เพื่อไม่ให้ตนเองรู้สึกผิดบาป และเพื่อกดข่มคนที่ซื่อตรงว่าเป็นคนโง่เขลาที่ไม่ทันโลก
2
คำถามในใจ: รากเหง้าทางวัฒนธรรม ->ทำไมเราถึงบูชาคนกะล่อน?
คงไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่มีรากฐานมาจากวัฒนธรรมและวรรณกรรมที่ฝังรากลึก:
1. ซินโดรมศรีธนญชัย (Srithanonchai Syndrome): วีรบุรุษในนิทานพื้นบ้านไทยคือ "คนเจ้าปัญญา" แต่ปัญญาของศรีธนญชัยคือ "ความฉลาดแกมโกง" (Cunning) คือการใช้ช่องโหว่ของกติกาเอาเปรียบผู้อื่น เราถูกสอนมาโดยไม่รู้ตัวว่า คนซื่อคือเหยื่อ คนเจ้าเล่ห์คือผู้รอด
2. ระบบอุปถัมภ์และการเอาตัวรอด (Patronage & Survival): ในอดีต ไพร่ต้องสังกัดมูลนาย การอยู่รอดไม่ได้ขึ้นอยู่กับ "ความถูกต้อง" แต่ขึ้นอยู่กับ "ความพอใจของนาย"
* การโกหก จึงกลายเป็น "ทักษะทางการทูต" เพื่อรักษาหัว
* การหักหลัง จึงกลายเป็น "การอ่านทิศทางลม" เพื่อย้ายไปอยู่ข้างผู้ชนะ
* นี่คือสัญชาตญาณของสัตว์ที่ถูกล่า ไม่ใช่วิสัยทัศน์ของผู้นำ แต่เมื่อนำมาใช้ในการเมือง มันกลับถูกเรียกว่า "ความเป็นมืออาชีพ"
# การลดทอนคุณค่าเมื่อ "ศักดิ์ศรี" กินไม่ได้
ในสมการของการเมืองแบบเก่า (Old Politics):
* ความเก่ง = ความสามารถในการเข้าถึงทรัพยากรและอำนาจ
* ความซื่อตรง = อุปสรรค
1
คำว่า "อ่อนหัด" จึงถูกใช้เพื่อลดทอนความชอบธรรม (De-legitimize) ของการเมืองแบบอุดมการณ์ เพราะถ้าสังคมยอมรับว่าความซื่อตรงคือมาตรฐาน นักการเมืองหน้าเก่าที่เต็มไปด้วยแผลเหวอะหวะจะไม่มีที่ยืน ดังนั้น พวกเขาจึงต้องร่วมมือกันสร้าง "ค่านิยมกลับหัว" ขึ้นมา:
* ใครยึดมั่นสัญญา = ไร้เดียงสา
* ใครไหลตามน้ำ = ปรับตัวเก่ง
2
บทสรุป: การเมืองที่ "อ่อนหัด" คือแสงสว่างปลายอุโมงค์
1
> หากเรามองผ่านเลนส์ประวัติศาสตร์โลก การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไม่เคยเกิดจากคนที่ "เล่นเป็น" หรือคนที่ "อยู่เป็น"
- มหาตมะ คานธี, เนลสัน แมนเดลา หรือขบวนการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ล้วนเริ่มต้นจากการถูกมองว่า "อ่อนหัด" "เพ้อฝัน" และ "ไม่มีทางชนะ" ในสายตาของผู้กุมอำนาจเดิมทั้งสิ้น
"การเมืองที่ถูกหัวเราะว่าอ่อนหัด" แท้จริงแล้วคือ "การเมืองแห่งความหวัง"
1
- ศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่: การที่นักการเมืองกลุ่มหนึ่งยอมพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้ง หรือยอมเป็นฝ่ายค้าน ดีกว่าต้องเสียสัตย์เพื่อแลกเก้าอี้ นั่นคือการรักษา "ต้นทุนทางสังคม" (Social Capital) ที่สำคัญที่สุดคือ "ความไว้วางใจ" (Trust)
1
- ชัยชนะระยะยาว: คนที่ "โกงเก่ง" อาจชนะในเกมอำนาจระยะสั้น แต่เขาจะไม่มีวันสร้างชาติที่เจริญได้ เพราะชาติที่เจริญต้องสร้างบนฐานของนิติรัฐและความเชื่อมั่น ไม่ใช่บนฐานของกลอุบาย
1
ดังนั้น ประโยคที่คุณยกมาข้างต้น จึงสะท้อน "ความเคยชินที่เน่าเฟะ" ไม่ใช่ "ความจริงที่เที่ยงแท้"

โลกกำลังเปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่เริ่มมองเห็นว่า ความสามารถในการโกหก ไม่ใช่ทักษะที่น่าชื่นชม แต่เป็น “ตำหนิทางจริยธรรม" และ "การหักหลัง" ไม่ใช่ความสามารถ แต่เป็น "ความขลาด" ที่ไม่กล้ายืนหยัดในสิ่งที่ตนเชื่อ
2
คนที่หัวเราะเยาะความซื่อตรง คือคนที่กลัวที่สุด... กลัวว่าวันหนึ่ง "ความจริง" จะเข้ามาแทนที่ "ความเคยชิน" ที่เขาใช้หากินมาตลอดชีวิต.
4
#ชีวิตสำคัญที่เป้าหมาย วิธีคิด และการกระทำ
1
โฆษณา