25 ธ.ค. 2025 เวลา 04:40 • ประวัติศาสตร์

เปิดคำสงวน UN ปี 2505: สัญญาที่ไม่มีวันตายเพื่อทวงคืนชะง่อนผาพระวิหาร

หนังสือถึงรักษาการเลขาธิการใหญ่องค์การสหประชาชาติ เลขที่ (0601) 22239/2505 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 คือหลักฐานทางกฎหมายที่ยืนยันว่าประเทศไทยไม่เคยยอมรับความพ่ายแพ้ในคดีปราสาทพระวิหารอย่างสมบูรณ์ นายถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้น
ได้แจ้งต่อสหประชาชาติอย่างชัดเจนว่าคำพิพากษาของศาลโลกขัดต่อข้อกำหนดอันชัดแจ้งของสนธิสัญญา ค.ศ. 1904 และ ค.ศ. 1907 รวมถึงขัดต่อหลักกฎหมายและความยุติธรรมอย่างรุนแรง การที่ประเทศไทยยินยอมปฏิบัติตามคำพิพากษาในเวลานั้น เป็นเพียงการทำตามพันธกรณีในฐานะสมาชิกสหประชาชาติเท่านั้น แต่รัฐบาลไทยได้ตั้งข้อสงวนอันชัดแจ้งที่จะทวงคืนปราสาทพระวิหารกลับมาในอนาคต โดยอาศัยกระบวนการทางกฎหมายที่มีอยู่หรือที่จะมีขึ้นในภายหลัง ซึ่งข้อสงวนนี้ไม่มีการกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด
เหตุผลหลักที่ศาลโลกใช้ตัดสินให้ไทยแพ้คดีคือตรรกะเรื่องการนิ่งเฉยต่อแผนที่ภาคผนวก 1 ที่ฝรั่งเศสจัดทำขึ้นเพียงฝ่ายเดียว ทั้งที่แผนที่ดังกล่าวลากเส้นเขตแดนบิดเบือนไปจากแนวสันปันน้ำตามธรรมชาติที่ระบุไว้ในสนธิสัญญาหลัก ในทางภูมิศาสตร์ ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่บนชะง่อนผาสูงชันที่น้ำไหลลงสู่ฝั่งไทยอย่างชัดเจน ซึ่งหากยึดตามหลักการสันปันน้ำสากล ปราสาททั้งองค์ต้องเป็นของไทยโดยไม่มีข้อโต้แย้ง การตัดสินของศาลโลกจึงเป็นการลงโทษความซื่อสัตย์ของไทยและเป็นการให้รางวัลต่อฝ่ายที่เจตนาทุจริตในการทำแผนที่
สถานการณ์ในปัจจุบันที่ระบอบฮุนเซนพยายามใช้ปราสาทพระวิหารเป็นฐานทางทหารหรือคลังอาวุธเพื่อโจมตีฝั่งไทย ถือเป็นการทำลายเงื่อนไขความชอบธรรมในการครอบครองพื้นที่มรดกโลกด้วยตนเอง เมื่อกัมพูชาเปลี่ยนพื้นที่โบราณสถานให้เป็นสมรภูมิเพื่อรักษาอำนาจทางการเมืองของตระกูลฮุน ประเทศไทยย่อมมีความชอบธรรมที่จะใช้ข้อสงวนปี 2505 ในการยื่นเรื่องต่อประชาคมโลกเพื่อทวงคืนอธิปไตยเหนือดินแดนดังกล่าว
ความชอบธรรมของประเทศไทยในการเข้าควบคุมพื้นที่ปราสาทพระวิหารไม่ใช่เรื่องของการรุกราน แต่คือการทำตามพันธสัญญาที่รัฐบาลไทยให้ไว้กับองค์การสหประชาชาติและประชาชนชาวไทยผ่านหนังสือเลขที่ (0601) 22239/2505 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 บันทึกฉบับนี้เป็นการประกาศล่วงหน้าว่าประเทศไทยสงวนสิทธิ์ที่จะเรียกคืนอธิปไตยเหนือตัวปราสาทในทุกวิถีทางที่ชอบด้วยกฎหมาย
เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบันที่พื้นที่มรดกโลกถูกระบอบฮุนนำไปใช้เป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทหาร ตั้งฐานอาวุธ และใช้เป็นโล่เพื่อโจมตีฝั่งไทยอย่างต่อเนื่องการเข้าแทรกแซงของไทยเพื่อสถาปนาความมั่นคง จึงเป็นความจำเป็นขั้นสูงสุดเพื่อรักษาความมั่นคงและคุ้มครองชีวิตประชาชนชายแดนต่อไป
ขอขอบคุณข้อมูจาก : https://mgronline.com/daily/detail/9510000086950
โฆษณา