25 ธ.ค. 2025 เวลา 09:45 • ประวัติศาสตร์

ความฝันในหอแดง 57 งานบุญที่อารามชิงซวี

เจี่ยเจินยืนอยู่บนขั้นบันไดถามว่า
“พ่อบ้านไปไหน”
บ่าวที่ด้านล่างตะโกนพร้อมกันว่า
“ตามพ่อบ้าน”
หลินจือเสี้ยว 林之孝 เอามือจัดหมวกวิ่งมาตรงหน้าเจี่ยเจิน
เจี่ยเจินว่า “แม้ว่าสถานที่นี้จะกว้างใหญ่ แต่วันนี้พวกเรามากันมาก คนที่เจ้าใช้งานได้ดี ให้อยู่ที่ลานนี้ ที่ใช้งานไม่ค่อยได้ ส่งไปที่ลานโน้น คัดเอาเด็กคล่องงานจำนวนหนึ่งไว้ที่ประตูสองนี้และที่สองประตูข้าง สำหรับส่งข่าวและข้าวของ เข้าใจหรือไม่ วันนี้พวกคุณหนูและแม่นมมากันหมด ห้ามคนนอกเข้ามายุ่มย่ามด้านในโดยเด็ดขาด”
หลินจือเสี้ยวตอบรับ “เข้าใจ” และยังตอบ “ขอรับ” อีกหลายเรื่อง
เจี่ยเจินว่า “ไปได้”
แล้วถามอีกว่า “ทำไมไม่เห็นหยงเอ๋อ 蓉儿”
ไม่ทันขาดคำ เจี่ยหยง 贾蓉 รีบวิ่งออกมาจากหอระฆัง
เจี่ยเจินว่า “ดูเจ้า ข้าอยู่นี่ไม่เห็นร้อน เจ้ากลับไปหลบร่ม”
แล้วตวาดสั่งให้คนถ่มน้ำลายใส่เจี่ยหยง
พวกบ่าวรู้อารมณ์เจี่ยเจินดี ไม่กล้าขัดคำสั่ง บ่าวคนหนึ่งวิ่งมาถ่มน้ำลายใส่หน้าเจี่ยหยง
เจี่ยเจินยังถลึงตามองมา บ่าวผู้นั้นจึงถามเจี่ยหยงว่า
“นายท่านไม่กลัวร้อน เหตุใดคุณชายจึงไปหลบในร่ม”
เจี่ยหยงห้อยมือ ยืนเงียบอยู่ไม่กล้าส่งเสียง
พวกเจี่ยหยุน 贾芸 เจี่ยผิง 贾萍 เจี่ยฉิน 贾芹 เห็นแล้วต่างกลัวลาน พวกเจี่ยเหลียน 贾琏 เจี่ยเปี้ยน 贾㻞 เจี่ยฉยง 贾琼 ค่อยๆ ถอยห่างจากตีนกำแพง
เจี่ยเจินกล่าวกับเจี่ยหยงว่า
“ยืนเฉยทำอะไรอยู่ที่นี่ ยังไม่รีบขี่ม้ากลับไปบอกแม่เจ้า เหล่าไท่ไท่กับพวกคุณหนูมากันหมด รีบไปตามพวกนางมาคอยรับใช้”
เจี่ยหยงรีบวิ่งออกมาเรียกหาม้าซ้ำๆ หลายคำ ใจนึกโทษว่า
“เช้าก็ไม่บอกว่าให้ทำอะไร ตอนนี้ก็มาลงที่ข้า”
แล้วหันมาด่าบ่าว
“ใครมัดมือมัดเท้าไว้หรือไร ม้าทำไมยังไม่มา”
พอคิดว่าน่าจะส่งบ่าวกลับไปตาม ก็กลัวว่าอาจโดนเล่นงานอีก จึงจำต้องรีบขี่ม้าไปเอง
ทางด้านเจี่ยเจินกำลังจะเดินกลับเข้าด้านในอาราม เห็นนักพรตจางมายืนอยู่ข้างๆ กล่าวยิ้มๆ ว่า
“อันที่จริง ข้าควรจะอยู่คอยรับใช้ด้านใน แต่วันนี้อากาศร้อน พวกคุณนายคุณหนูมากันหมด ข้าเป็นเจ้าอาวาสก็มิอาจเข้าไปโดยพลการ ขอนายท่านโปรดชี้แนะ หากเหล่าไท่ไท่ถามถึง หรือต้องการให้รับใช้ในเรื่องใด ข้าก็พร้อมรับใช้อยู่ตรงนี้”
เจี่ยเจินรู้ว่า นักพรตจางผู้นี้เป็น “ตัวแทนออกบวช 替身” ของหยงกว๋อกง 荣国公 คนก่อน และได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์จากอดีตฮ่องเต้เป็น “ต้าหวนเซียนเหยิน 大幻仙人 (ท่านเซียนมหามายา)” กำกับดูแลธุรกรรมของนักพรตทั้งปวง ในรัชกาลปัจจุบันดำรงตำแหน่ง “จงเหลี่ยวเจินเหยิน 终了真人 (มหาเทพสูญสนิท)” เหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางชั้นผู้ใหญ่ต่างนับถือว่าเป็นเทพเซียนมิกล้าล่วงเกิน และยังเข้านอกออกในสองจวนหยงหนิงเป็นประจำ ไท่ไท่และเหล่าสตรีในจวนต่างคุ้นเคยกันดี มากล่าวเช่นนี้ จึงยิ้มแล้วตอบว่า
“พวกเราคนกันเอง ไยกล่าวเช่นนี้ หากยังพูดอีก ข้าจะถอนเคราของท่านทิ้ง ไยยังไม่ตามข้ามา”
นักพรตหัวเราะร่วน แล้วเดินตามมา
เจี่ยเจินเดินมาตรงหน้าแม่เฒ่าเจี่ย ค้อมกายคารวะกล่าวยิ้มๆ ว่า
“หลวงตาจาง 张爷爷 มาคารวะท่าน”
แม่เฒ่าเจี่ยรีบบอกว่า “เชิญท่านมา”
เจี่ยเจินรีบไปเชิญ นักพรตจางหัวเราะร่วนว่า
“อมิตายุสพุทธะ 无量寿佛 บรรพชนสุขภาพแข็งแรงอายุมั่นขวัญยืนเสมอมา บรรดาคุณนายคุณหนูโชคดีมีสุข ไม่ได้เข้าไปอวยพรยังจวน เหล่าไท่ไท่สีหน้าท่าทางมีราศีขึ้น”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “ท่านเทพสบายดี”
นักพรตจางยิ้มตอบว่า “อาศัยมหาโชคของเหล่าไท่ไท่ พรตผู้ยากแข็งแรงดี ว่าแต่คุณชาย (เป่าวี่) สบายดีหรือ เมื่อวันที่ยี่สิบหกเดือนสี่เป็นวันประสูติของมหาเทพคุ้มครองฟ้า 遮天大王 ไม่ค่อยมีคนมา ทุกอย่างราบรื่นเรียบร้อย ข้าให้ไปเชิญคุณชายมา แต่เห็นว่าไม่อยู่บ้าน”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “ไม่อยู่บ้านจริงๆ”
แล้วหันไปเรียกเป่าวี่
เป่าวี่ไปเข้าห้องน้ำเพิ่งกลับมา จึงรีบเข้ามาถามว่า
“หลวงตาจาง ท่านสบายดี”
นักพรตจางเข้ามาสวมกอดแล้วถามว่าสบายดีไหม แล้วหันมาหาแม่เฒ่าเจี่ยว่า
“คุณชายอ้วนท้วนสมบูรณ์ขึ้น”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “ภายนอกเขาดูดีแต่ภายในอ่อนแอ ยิ่งท่านพ่อบังคับให้เรียนหนังสือ ทำเอาล้มป่วย”
นักพรตจางว่า “วันก่อน ข้าเห็นอักษรที่คุณชายเขียนไว้หลายแห่ง อีกทั้งบทกวี นับว่าดีเยี่ยม เหตุใดนายท่านยังคงว่าคุณชายไม่ชอบเรียนหนังสือ ตามความเห็นพรตผู้ยาก นับว่าใช้ได้แล้ว”
แล้วถอนหายใจกล่าวต่อว่า
“ข้าดูบุคลิกลักษณะของคุณชาย การพูดจาท่าทาง ดังถอดแบบมาจากท่านกว๋อกงในอดีต”
กล่าวแล้วน้ำตาคลอ
แม่เฒ่าเจี่ยฟังแล้วเศร้าใจว่า
“ใช่แล้ว ลูกหลานที่ข้าเลี้ยงมา ไม่มีใครเหมือนปู่เขาสักคน มีแต่วี่เอ๋อ 玉儿 ที่เหมือนปู่”
นักพรตหันมาหาเจี่ยเจินว่า
“ลักษณะของท่านปู่กว๋อกงเป็นเช่นไร รุ่นคุณชายทั้งหลายคงไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่ทันเห็น แม้แต่ท่านนายใหญ่ และท่านนายรองก็อาจจำได้เพียงลางเลือน”
กล่าวจบ ก็หัวเราะร่วนแล้วว่า
“วันก่อนข้าไปพบหญิงสาวบ้านหนึ่ง ปีนี้อายุสิบห้า หน้าตาท่าทางดี เหมาะเป็นคู่ครองของคุณชาย (เป่าวี่) พูดถึงรูปร่างหน้าตา สติปัญญา ฐานะทางบ้านก็เหมาะสม เพียงแต่ไม่ทราบว่าเหล่าไท่ไท่คิดเห็นเช่นไร พรตผู้ยากจึงมิอาจรีบร้อน รอคำชี้แนะแล้วจึงค่อยเจรจา”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “เมื่อก่อนนี้ มีสงฆ์รูปหนึ่งกล่าวว่า เด็กคนนี้ไม่ควรแต่งงานไว รอจนเติบใหญ่ให้มากจึงค่อยกำหนด ตอนนี้ท่านก็ลองสอบถามดู ไม่สำคัญว่าต้องร่ำรวยมีฐานะ ขอเพียงบุคลิกลักษณะไปกันได้ก็มาบอกข้า หากครอบครัวยากจน ก็ช่วยเหลือเงินทองไปได้ไม่เป็นปัญหา บุคลิกและนิสัยใจคอที่ดีหายากกว่า”
กล่าวจบ พี่เฟิ่งยิ้มแล้วว่า
“หลวงตาจาง ยันต์วันตกฟาก 寄名符 ของลูกสาวข้าก็ไม่ไปเปลี่ยนให้ วันก่อนยังมีหน้ามาขอผ้าต่วนเหลือง หากไม่ให้ไป ท่านจะเอาหน้าไปไว้ไหน”
นักพรตจางหัวเราะร่า “ดูสิ ข้านี่ตาลายแล้ว ไม่เห็นคุณนายอยู่ที่นี่จึงยังไม่ได้ขอบคุณ ยันต์วันตกฟากเรียบร้อยแล้ว วันก่อนว่าจะส่งไป พอดีกุ้ยเฟยมีงานบุญ จึงลืมไป ยังอยู่หน้าแท่นบูชา รอสักครู่ ข้าไปนำมา”
กล่าวจบรีบเข้าไปในตำหนักใหญ่ ยกถาดน้ำชามา บนถาดมีผ้าห่อคัมภีร์ลายมังกรหม่างสีแดงเข้ม เปิดห่อนำยันต์ออกมาให้ แม่นมของคุณหนูใหญ่รับยันต์ไป
นักพรตจางจะรับคุณหนูใหญ่มาอุ้ม พี่เฟิ่งก็ยิ้มว่า
“ท่านเอายันต์มาก็พอแล้ว ยกออกมาทั้งถาด”
นักพรตจางว่า “มือของข้าไม่สะอาดพอ หยิบมาได้อย่างไร ใส่ถาดมาบริสุทธิ์กว่า”
พี่เฟิ่งว่า “ยกถาดมาทำเอาตกใจ ไม่คิดว่ายันต์ คิดว่ามาขอรับบริจาค”
ทุกคนพากันหัวเราะ แม้แต่เจี่ยเจินยังอดหัวเราะไม่ได้
แม่เฒ่าเจี่ยหันมาว่า “ลิงน้อย เจ้าไม่กลัวลงนรกถูกตัดลิ้น”
นักพรตจางยิ้มว่า “ข้ายกถาดออกมายังมีอีกเรื่อง ไม่ได้ขอรับบริจาค แต่จะขอให้คุณชายปลดหยกสำคัญมา ข้าจะนำไปให้เพื่อนนักพรตและสานุศิษย์จากแดนไกลได้ชมเป็นบุญตา”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “ถ้าเช่นนั้น ท่านชราแล้วจะวิ่งไปวิ่งมาทำไมกัน ให้พวกเขาเข้ามาดูก็พอ”
นักพรตจางว่า “เหล่าไท่ไท่ไม่รู้ พรตผู้ยากแม้จะอายุแปดสิบ แต่อาศัยบารมีเหล่าไท่ไท่ ยังแข็งแรงกระชุ่มกระชวย อีกอย่างพวกคนข้างนอกยังมีกลิ่นตัวแรง ในวันที่อากาศร้อนเช่นนี้ คุณชายอาจไม่คุ้นชินกลิ่น ไม่สมควรยิ่ง”
แม่เฒ่าเจี่ยจึงสั่งให้เป่าวี่ถอดหยกออกวางบนถาด นักพรตจางใช้ผ้าลายหม่างห่ออย่างระมัดระวังแล้วยกออกไป
แม่เฒ่าเจี่ยนำคณะเดินชมอารามรอบหนึ่งแล้ว กำลังจะขึ้นบนหอ เจี่ยเจินมาแจ้งว่า
“หลวงตาจางส่งหยกกลับมา”
นักพรตจางถือถาดเดินมาตรงหน้ายิ้มว่า
“อาศัยโชคของพรตผู้ยาก ทุกคนได้ชื่นชมหยกของคุณชายซึ่งเป็นโอกาสหาได้ยากยิ่ง แต่ละคนหามีสิ่งใดตอบแทนเว้นแต่เครื่องเผยแผ่พระธรรมของแต่ละคน แม้จะมีใช่ของดีมีค่าใด ก็ขอให้คุณชายรับไว้เล่นเป็นของตอบแทน”
แม่เฒ่าเจี่ยมองดูสิ่งของในถาด เห็นว่ามีเครื่องประดับทองและหยก มีอักษรมงคล บ้างฝังมุก บ้างเลี่ยมทอง ราวห้าสิบชิ้น จึงกล่าวว่า
“ท่านก็เหลวไหล พวกเขาเป็นผู้ออกบวชมาจากต่างถิ่น ไยต้องทำเช่นนี้ รับไว้ไม่ได้เด็ดขาด”
นักพรตจางยิ้มว่า “นี่เป็นของตอบแทนเล็กน้อยจากพวกเขา พรตผู้ยากก็มิอาจขัดขืน หากเหล่าไท่ไท่มิรับไว้กลับทำให้พวกเขาดูหมิ่นผู้น้อยว่าไม่ใช่ผู้อยู่ในความอุปถัมภ์ของท่าน”
แม่เฒ่าเจี่ยจึงสั่งให้รับของไว้
เป่าวี่ยิ้มว่า “เหล่าไท่ไท่ หลวงตากล่าวเช่นนี้คงปฏิเสธไม่ได้ แต่ข้าเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์ ให้บ่าวยกตามข้าออกไปแจกทานคนยากจนจะดีกว่า”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “เจ้าพูดถูก”
นักพรตจางรีบท้วงว่า “คุณชายแม้มีเจตนาดี แต่สิ่งของเหล่านี้แม้จะไม่ใช่ของหายาก เป็นเพียงเครื่องเผยแผ่พระธรรม พวกคนจนได้รับไปก็ไม่มีประโยชน์อันใด กลับเป็นการด้อยค่าสิ่งเหล่านี้ หากจะให้ทานคนจน มิสู้ให้เป็นเงิน”
เป่าวี่ได้ฟังจึงสั่งว่า “เอาของไปเก็บ เย็นนี้เอาเงินมาแจกเป็นทาน”
นักพรตจางจึงได้อำลาออกมา
แม่เฒ่าเจี่ยนำคณะขึ้นไปบนหอ นั่งบนหอตรงหน้า พวกพี่เฟิ่งขึ้นไปบนหอตะวันออก พวกสาวใช้อยู่ที่หอตะวันตกคอยผลัดเปลี่ยนกันเข้ามารับใช้
เจี่ยเจินมาแจ้งว่า “องค์เทพทรงเลือกการแสดง (โดยการสั่นติ้ว) เรื่องแรกคือ 《บันทึกงูขาว 白蛇记》”
แม่เฒ่าเจี่ยถามว่า “เรื่องเป็นอย่างไร”
เจี่ยเจินว่า “เรื่องพระเจ้าฮั่นเกาจู่สังหารงูแล้วเริ่มก่อการ ส่วนเรื่องที่สองคือ 《เผ่าพงศ์ขุนนาง 满床笏》”
แม่เฒ่าเจี่ยผงกหัวว่า “กลับมาเล่นเป็นเรื่องที่สอง แต่เอาเถิด องค์เทพประสงค์เช่นนี้ ก็เป็นตามนั้น”
แล้วถามต่อว่า
“เรื่องที่สามล่ะ”
เจี่ยเจินว่า “เรื่องที่สามคือ 《ความฝันหนานเคอ 南柯梦》”
(ความฝันหนานเคอ เมาหลับฝันว่าได้ดิบได้ดี แต่พอสร่างเมาปรากฎว่าทั้งหมดเป็นเพียงความฝัน)
แม่เฒ่าเจี่ยฟังแล้วไม่พูดอะไร เจี่ยเจินจึงกลับลงมา จัดแจงอ่านฎีกาถวายองค์เทพ เผาเครื่องกระดาษสักการะ แล้วเริ่มการแสดง
เป่าวี่นั่งข้างแม่เฒ่าเจี่ยบนหอ สั่งให้สาวใช้ยกถาดใส่สิ่งของก่อนหน้ามา หยิบหยกของตนขึ้นมาใส่ แล้วเลือกหยิบเอาของทีละชิ้นขึ้นมาให้แม่เฒ่าเจี่ยดู พอแม่เฒ่าเจี่ยเห็นกิเลนทองแต่งเตี่ยนชุ่ย (เตียนชุ่ย 点翠 งานทองตกแต่งด้วยขนนกกระเต็นสีฟ้า) ก็เอื้อมมือมาหยิบ ยิ้มว่า
“ของอย่างนี้ ดูเหมือนเด็กคนไหนในบ้านเราจะใช้อยู่”
เป่าไชยิ้มว่า “พี่สื่อ (เซียงหยุน) มีชิ้นหนึ่ง เล็กกว่าชิ้นนี้เล็กน้อย”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “ที่แท้หยุนเอ๋อก็มี”
เป่าวี่ว่า “ตอนนางมาพักที่บ้าน ข้าไม่เห็น”
ทั่นชุนยิ้มว่า “พี่เป่า (เป่าไช) เป็นคนใส่ใจ ไม่ว่าอะไรก็จำได้”
ไต้วี่ยิ้มเยาะว่า “เรื่องอื่นก็ไม่ค่อยใส่ใจจำหรอก มีแต่ว่าใครใส่อะไรจึงสนใจ”
เป่าไชได้ฟัง เบือนหน้าหนีทำเป็นไม่ได้ยิน
เป่าวี่ฟังว่า สื่อเซียงหยุน 史湘云 มีของเช่นนี้ จึงหยิบขึ้นมายัดใส่อกเสื้อ แล้วพลันฉุกคิดได้ เกรงว่าคนอื่นจะเห็นว่าตนได้ยินชื่อสื่อเซียงหยุนจึงรีบเก็บของ จึงชำเลืองมองคนอื่น เห็นว่าไม่มีใครสนใจ เว้นแต่ไต้วี่ที่จ้องมาแล้วผงกหัวทำทีเหมือนชื่นชม เป่าวี่รู้สึกไม่เข้าที จึงล้วงกิเลนออกมา มองไต้วี่แล้วฝืนยิ้มว่า
“ของชิ้นนี้น่าสนใจ ข้าเก็บไว้ให้เจ้า ไว้ถึงบ้านข้าจะผูกพู่เอาให้เจ้าใส่ดีไหม”
ไต้วี่เบือนหน้าว่า “ของอย่างนี้ ข้าไม่อยากได้”
เป่าวี่ยิ้มว่า “เจ้าไม่อยากได้ ข้าเก็บไว้เอง”
แล้วก็ยัดใส่อกเสื้อ พอจะพูดอะไรต่อ ก็เห็นนางอิ๋วสื้อ 尤氏 ภรรยาของเจี่ยเจิน มาพร้อมกับสะใภ้ นางหูสื้อ 胡氏 ภรรยาใหม่ของเจี่ยหยง เข้ามาคารวะแม่เฒ่าเจี่ย
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “พวกเจ้าจะมาทำไม ข้าแค่มาเที่ยวเล่น”
พลันมีคนมาแจ้งว่า “ขุนพลเฝิง 冯将军 ส่งคนมา”
ที่แท้ทางบ้านเฝิงจื่ออิงพอรู้ว่าจวนเจี่ยจัดงานบุญก็รีบส่งของขวัญมาให้ เป็นหมูและแพะ ธูปเทียน ชา อาหาร
พี่เฟิ่งรีบข้ามมาจากอีกหอ ปรบมือหัวเราะว่า
“ไอ้หยา ข้าก็ไม่ได้เตรียมเรื่องนี้ คิดเพียงว่าพวกเราเหล่าสตรีจะออกมาเที่ยว คนคิดว่าพวกเราจัดงานบุญใหญ่จึงส่งของมา เป็นเพราะเหล่าไท่ไท่ นี่ยังต้องเตรียมของตอบแทน”
แม่บ้านสองคนจากบ้านเฝิงนำของขวัญมา ยังไม่ทันกลับ ทางบ้านเจ้าสื้อหลาง 赵侍郎 ส่งของขวัญ แล้วก็มีรายอื่นตามมาติดๆ
แม่เฒ่าเจี่ยนึกเสียใจว่า “ไม่ใช่งานบุญใหญ่อะไร เพียงออกมาเที่ยวเล่น กลับทำให้ใครต่อใครแตกตื่น”
ดังนั้น แม้จะมีงิ้วทั้งวัน พอเที่ยงแม่เฒ่าเจี่ยก็กลับ วันรุ่งขึ้นก็ไม่มา
ส่วนพี่เฟิ่งว่า “ก่อกำแพงก็ต้องย้ายดิน คนก็รบกวนไปแล้ว วันนี้ก็ต้องไปอีก”
ทางด้านเป่าวี่ฟังแม่เฒ่าเจี่ยเมื่อวานว่า นักพรตจางจะหาคู่ให้ พอกลับบ้านนึกเคืองนักพรตจาง บ่นว่า
“จากนี้ไป ข้าจะไม่ไปพบนักพรตจางอีก”
และอีกอย่าง ไต้วี่เมื่อวานกลับมาก็เป็นลมร้อน จึงไม่สบาย
แม่เฒ่าเจี่ยไม่ไปงานอีก มีเพียงพี่เฟิ่งที่มาร่วมงาน
ตอนก่อนหน้า : ผ้าเช็ดเหงื่อ
ตอนถัดไป : ศิลาไม้ร้าวฉาน

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา