29 ธ.ค. 2025 เวลา 01:30 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์

Goodbye June in Netflix

ไม่กี่วันก่อน หลังจากได้ดูหนังเรื่องนี้ ใน Netflix ก็พบว่า มีคนๆนึง ที่เรารู้จักเป็นอย่างดี เป็นมะเร็งเหมือนกัน แต่เป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 2 (รอบที่ 2) มา 1 ปีแล้ว และ กำลังรักษา ดูอาการอยู่เรื่อยๆ
แม่ของเราเอง
ในหนัง พูดถึงแม่ที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย หลังจากอดทนมาร่วม 3 ปี ซึ่งแม่ของเราก็ใกล้เคียงกับในหนังอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องของอาการปวดท้องที่สอดคล้องกับระบบลำไส้ ซึ่งเหมือนเห็นภาพของแม่ในอนาคต ไม่ว่าจะไกล หรือ ใกล้ ต้องมีสักวัน แต่ก็ได้แต่ภาวนา ว่าอย่าเป็นเหมือนในหนังก็พอ
หนึ่งปีที่ผ่านมานั้น จำไม่ได้แล้วว่า แม่ต้องเข้าออก รพ.กี่รอบ ต่อกี่รอบ เริ่มจากการให้คีย์โม 3 อาทิตย์ครั้ง อาการที่เห็นได้ชัด คือผมร่วง ท้องอืด กระดูกไม่ดี เริ่มเจ็บใต้รักแร้ ซึ่งตรงกับบริเวณต่อมน้ำเหลือง แต่เราก็ได้แต่รับฟัง และ แวะไปรับแม่เป็นครั้งคราวเท่านั้น เนื่องด้วยเวลา และ ภาระหน้าที่ที่ยังแยกเวลาออกมาดูแลแม่ได้ไม่บ่อยนัก ทำให้น้องสาว และ พ่อ ต้องรับหน้าที่ตรงนี้ไปเต็มๆ
ช่วงเวลาที่หนักหนา นั้น เราแทบไม่ได้อยู่รับฟังเลยซะด้วยซ้ำ ได้แต่คอยแวะไปให้กำลังใจบ้าง ในบางโอกาศ แต่ หลังจากนั้น 6 เดือน ก็เปลี่ยนมาเป็นยาพุ่งเป้า แทนการให้คีย์โม เพราะให้ผลที่ตรงกว่า ชัดเจนกว่า เราก็ยังคงทำเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ เริ่มจัดสรรเวลาได้มากขึ้น มีเวลาแวะไปเยี่ยมแม่ได้มากขึ้น จากเดือนละครั้ง ก็เป็นอาทิตย์ละครั้ง ถึง สองครั้ง แล้วแต่จังหวะและเวลาที่มีให้แม่
วันและเวลาผ่านไป ได้แต่รับฟังแบบผิวเผิน ไม่ได้โฟกัสเรื่องใดเป็นพิเศษ จนกระทั่ง! เข้า ICU
ICU คือคำตอบของทุกอย่าง
ถ้าวันนั้น แม่ไม่ได้เข้า ICU เราคงไม่มีทางรู้เลยว่า จิตใจของแม่เป็นอย่างไร จนเราได้อยู่ในช่วงเวลาเยี่ยมของ รพ. และสังเกตุเห็นบางอย่าง ในบุคคลิก และ ความน่าสนใจ บางอย่างในตัวของแม่ จนกระทั่ง ออกจาก รพ. และ กลับบ้าน ได้สองสามวัน หลังจากที่เราไปเยี่ยมแม่อีกครั้ง ก็พบว่า
โรคซึมเศร้า ของผู้ป่วยมะเร็ง
เรื่องนี้ เราสัมผัสได้จากตอนที่แม่นอนอยู่ที่ รพ. เราก็รู้สึกแปลกๆว่าทำไม แม่สนใจคนรอบตัว ทั้งพยาบาล หมอ แม่บ้าน หรือแม้แต่ ผู้ป่วยเตียงข้างๆ แต่กลับหลีกเลี่ยง คนใกล้ชิดอย่างเห็นได้ชัด
เราได้รับฟัง เรื่องราวหลายๆอย่าง ที่แม่รู้สึกเหนื่อย รู้สึกเบื่อ รู้สึกเครียด รู้สึกแย่ๆ ต่างๆนานา จากแม่
ซึ่งมันทำให้เราเข้าใจ ทั้งพ่อ และ น้องสาว เป็นอย่างดี ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ในช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ว่าหนักแค่ไหน กับเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งเราก็เข้าใจคนทั้งบ้านนะ ว่าเรื่องแบบนี้ ต้องเกิดขึ้นได้ จากคนป่วย สู่คนไม่ป่วย ให้ป่วยและ เหนื่อยได้
แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ตั้งใจที่จะรับฟัง แม่ ในทุกๆเรื่อง ที่ทำให้แม่เป็นในสภาพที่แย่ลง จนหยุดนิ่ง กลับมาแสดงออกได้เป็นปกติมากขึ้น ลบน้อยลง เริ่มหาทางออกให้ตัวเองได้มากขึ้น
จากคนปกติ ไปรับฟังคนป่วยเรื่อยๆ ทุกๆครั้ง ที่ได้เจอนั้น หลายบทความบอกเอาไว้ ว่าจะให้เรามีปัญหาด้านสุขภาพจิตใจ ซึ่ง มันไม่เกินจริงเลยครับ เรายอมรับว่า เรารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเราบ้าง แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ตั้งใจแบบเกินร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่า จะรับฟัง และ จะไม่บ่น แต่จะหาทางระบายความเครียดออกมา ด้วยการ เล่นกับเด็กๆที่บ้าน
มะพร้าวคอร์กี้ คือเด็กชายที่ทำให้เรายิ้มได้ ในทุกวันที่กลับบ้าน
แมวส้มทุเรียน คือนักร้องที่ปลุกให้เราไปใช้ชีวิตต่อ ในทุกๆวัน
แมวสีเทา มังคุด คือเด็กน้อยขี้กลัว ที่ต้องดูแลไม่ให้ห่าง
อยากจะบอกกับเพื่อนๆ ทุกๆคน ถ้ามีโอกาศ ก็พยายาม เลี้ยงเด็กๆไว้สักตัว พวกเขามีความไร้เดียงสา และ น่าโมโหในแต่ละวัน ให้ไม่ต้องคิดเรื่องอื่นๆ ทำให้เราไม่ต้องจมกับความคิดเรื่องเดิมๆ ที่ทำให้เราไม่เป็นทำอะไร ได้ผ่านไปอย่างสดใส ในทุกๆวัน
นี่คือเรื่องราวทั้งหมด ที่ได้เกิดขึ้น จนมาเจอหนังเรื่องนี้ ทำให้จิตใจของเรานั้น รู้สึกกลัว และ เป็นห่วงแม่มากขึ้นอีกครั้ง เมื่อลองกลับมาคิดดูว่า ถ้านี่คือ 1 ปีที่ผ่านไป เมื่อเทียบกับในภาพยนตร์ก็จะพบว่า เหลือเวลาอีก 2 ปี ให้ได้รับฟังสิ่งที่แม่อยากพูด เพราะถ้าเป็นไปตามเนื้อเรื่อง เราอาจจะเหลือเวลาให้รับฟังแค่นั้นจริงๆก็ได้ พูดแล้วก็เศร้าเลยนะ
แม้รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มันช่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ กับความจริงที่จะเกิดขึ้น
แต่ถึงอย่างนั้นก็ขอให้ 2 ปีนี้ เป็นช่วงเวลาที่เราจะพยายามให้เต็มที่หละกัน
ข่าวร้าย และ ข่าวดี ที่เป็นเรื่องเดียวกัน
อย่างที่เราได้เขียนบอกไปก่อนหน้านั้น ว่าพ่อ และ น้องสาว คือผู้รับฟังแม่ ดูแลแม่ ในทุกๆช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะ 1 ปีที่ผ่านมาไม่ห่าง กำลังจะเปลี่ยนไป
เพราะน้องสาวของเรา สอบราชการได้แล้ว และกำลังไปบรรจุที่ ตจว. ซึ่งห่างออกจากบ้านไปประมาณ 400 กม. ซึ่งหมายความว่า จะเหลือ แม่และพ่อ ในบ้านหลังนั้น
ต้องบอกก่อนว่า ที่เราไม่ค่อยได้มีเวลาไปดูแลแม่ เพราะเราแยกบ้านออกมา อยู่กับภรรยา พ่อแม่ และน้องสาว อยู่บ้านของเขา และวันนี้ บ้านของแม่จะเหลือเพียงพ่อ สองตายายในบ้านหลังนั้นแล้ว
วันนี้ เราคิดไม่ออกเลยจริงๆ ว่าในหนึ่งอาทิตย์ บ้านที่มีแต่สองตายายนั้น จะเป็นอย่างไรบ้าง และเราก็ไม่รู้เลยว่า เราจะว่างมากน้อยแค่ไหน ที่จะแวะไปหาพ่อกับแม่ได้บ้าง
ถึงอย่างนั้น ก็จะทำให้ช่วงเวลาที่เหลือ ได้ทำหน้าที่ของลูกให้ดีที่สุด
รักแม่
โฆษณา