29 ธ.ค. 2025 เวลา 06:05 • ไลฟ์สไตล์
เทศบาลนครเชียงราย

E P.  ๔๙   :    งอมพระราม

งอมพระราม เป็นสำนวน  มีความหมายว่า ทุกข์มาก ยากลำบากมาก เหนื่อยมาก  (จากพจนานุกรม)
มีอยูช่วงชีวิตหนึ่งที่ งอมพระราม ๔๐ กว่าปีเชียวนะ  ประมวลเรื่องราวออกมาแล้วอดชมตัวเองไม่ได้ว่า  "โคตรเก่ง"
"เห็นทุกข์จึงเห็นธรรม"  สมดังคำที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบอกไว้
เราเริ่มเข้าสู่ทางธรรมเมื่อปี๒๕๓๔  อ่านหนังสือ  เข้าวัดปฏิบัติธรรมที่พอมีเวลา ดั้นด้นไปกราบพระสงฆ์ทั้งใกล้ไกลเท่าที่มีเวลาและโอกาส  นั่งสมาธิเองบ้าง
ฮ่า ฮ่า ฮ่า  ไม่ผ่านค่ะ
ได้แต่การกดทับ  อดกลั้น  อดทน  ยอมจำนน ยอมศิโรราบกับเจ้าควาทุกข์
แต่เราก็ยังคงมุ่งไปทางธรรมอยู่ ไม่ได้หวั่นไหวสั่นคลอน
หลังเกษียณฯเรามีเวลาและมีองค์ความรู้มากขึ้น  เราเริ่มเข้าใจสายธรรมขึ้นมาบ้าง
หลังแม่ตายเราก็เข้าสู่สายธรรมอย่างจริงจังด้วยเวลาที่มีอยู่และหน้าที่ของลูกจบลง
เราก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัด
พัฒนาร่างกาย จิต จิตวิญญาณ
การตื่นรู้  การเดินทางภายใน
การไปพบจิตแพทย์และนักจิตวิทยา
เหล่านี้คือพลังขับเคลื่อนให้เรามาถึง "บ้าน"  ที่ "ตัวตนที่แท้จริง" สถิตเสถียรอยู่อย่างสุขสงบและร่มเย็น
การมาถึงความแข็งแรงทางกายภาพผลเลือดเป็นที่พอใจ ความสุข ความสงบ ความรื่นรมณีย์ของชีวิตมีในทุกวัน
สิ่งเหล่านี้เราไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆเลย  ไม่บีบคั้น  ไม่ร้องขออ้อนวอน ไม่มีกฎข้อห้ามข้อควร ปล่อยไปตามใจแค่ฟังจากใจ ทำจากใจโดยมีสติตลอด
เรากินทุกอย่างแต่รู้เสมอว่าอะไรควรกินน้อยให้พอหายอยาก กินสองมื้อหรืออาจสามมื้อบ้าง  มื้อเช้าเป็นมื้อใหญ่อยากกินอะไรก็จัดมา  เคี้ยวช้าๆนานๆรับรู้ในรสชาติของอาหาร สติอย่าหลุด  มีความสุขกับการกิน  ใจว่างๆ ใจสบาย
การออกกำลังส่วนมากใช้การเดินในตอนเย็นไม่พะวงถึงจำนวนก้าวเท่าไหร่คือเดินเท่าที่ไหวเท่านั้นแต่ได้มากโขอยู่เพราะตลอดวันเราเดินไปมา เราทำงานบ้าน ร่างกายขยับและเคลื่อนไหวเกือบตลอดเวลาเป็นไปตามธรรมชาติ  เหนื่อยก็พัก
การนอนหลับเราเข้านอนตรงตามเวลาแต่เวลาตื่นนอนมักไม่ค่อยตรง เราค่อยๆสังเกตว่ามีเหตุอันใดแล้วปรับเปลี่ยนไปตามเหตุปัจจัย  ใจวางแบบโล่งๆ
ส่วนการพัฒนาทางจิตเราไม่ค่อยอ่านสิ่งที่เรียกว่าเป็นทฤษฎีองค์ความรู้เท่าใดนักอยากอ่านก็อ่าน อ่านแล้วผ่านหรืออาจนำมาปรับใช้บ้างนิดหน่อย
เรายึดหลักใหญ่ๆ ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนไว้
ละชั่ว  ทำดี  ทำใจให้ผ่องใส
ความตายคือความจริง ไม่ควรต้องกลัวตายแค่ฝึกรับมือกับความตาย ฝึกตายก่อนตาย
โลกธรรมแปด คือ แบบฝึก แบบทดสอบไม่ให้เราไปหลงรักหลงชังมัน รู้จักเขาแบบใจที่รู้ทัน
อริยสัจสี่ คือโอสถวิเศษแห่งชีวิต
จิตเดิมแท้เป็นประภัสสรแต่เราถูกอวิชชาเข้าครอบงำ
ทุกสิ่งเป็นมารยา  ทุกสิ่งไม่มีอยู่จริง
การพัฒนาทางจิตวิญญาณ ข้อนี้ถือว่าต้องทำอย่างต่อเนื่อง จริงจังแต่ไม่กดข่มบีบคั้น ไม่ต้องตั้งผลลัพธ์ ทำใจให้โล่งๆ โปร่งๆ สบายๆ โดยมีพื้นฐานของการรักเมตตาอภัยให้เด็กน้อยในตัวเราและผู้คนรอบข้าง
จิตใจเบิกบาน  ข้อนี้คือเคล็ดลับสำคัญสำหรับเรา  ทุกเหตุการณ์หากเราเข้าไปเกี่ยวข้องโดยจิตที่เบิกบานแจ่มใส เหตุการณ์ที่ร้ายๆจะคลี่คลายไปเป็นดีทุกครั้ง
ใจที่เบิกบานแจ่มใส ทำให้คิดดี แล้วเราจะพูดดี ทำสิ่งดีแล้วทุกอย่างจะดีตามมา
ขอท้านะคะ   รับคำท้าไหมคะแต่อยากให้รับค่ะ  ฮ่าฮ่าฮ่า
ปัจจัตตัง  พึงรู้ได้เห็นได้ด้วยตัวเราเอง
ทุกวันนี้เราตกอยู่ในหลุมพรางของเจ้ากิเลส  เราไม่ยอมขึ้นแต่วันนี้เราฮึดขึ้นเพื่อจะขึ้น
เราสวมวิญญาณแห่งผู้สร้าง
ฉัน  คือพระเจ้า
ฉัน  คือผู้ลิขิตชีวิตของฉันเอง
บอกกับตัวเองเสมอๆ
บอกกับตัวเองในทุกเรื่อง
สร้างตัวตนในแบบที่ดีงามแบบที่เราต้องการเพื่อจิตวิญญาณใสสว่างขึ้นบริสุทธิ์ขึ้นทวีทบทุกวัน
เราคิดว่าเรามาถูกทางละ
ทางนี้อาจมีคนเห็นด้วยไม่เห็นด้วย
ทางนี้อาจมีคนยอมรับหรือไม่ยอมรับ
ทางนี้อาจมีคนตัดสินหรือไม่ตัดสิน
เราขอไม่พูด  เราปล่อยผ่าน
อ้อ บางวันเราอาจจะสนุกสนานสำราญใจ เพลิดเพลินไปกับโลกด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้าเพราะโลกนี้สวยงาม น่าอยู่ น่ามีประสบการณ์
แต่เรามีสติ มีความรู้เท่ารู้ทัน เราไม่หลงไปกับมัน เราแค่อยากมีประสบการณ์ ได้รู้ได้สัมผัสก็จบ ไม่หลง ไม่ยึดติด ไม่ไขว่คว้า  มันไม่ใช่สาระแก่นสารใดของชีวิต
โฆษณา