5 ม.ค. เวลา 02:09 • อาหาร

มะเดื่ออุทุมพร

พืชแห่งความเชื่อจากพราหมณ์สู่ราชสำนักสยาม
“….ประมาณเหมือนหนึ่งผลอุทุมพร
สุกแดงดั่งแสงปัทมราช
ข้างในล้วนกิมิชาติเบียนบ่อน….”
-เจ้าพระยาพระคลังหน, กากีกลอนสุภาพ
กล่าวถึงชื่อ “อุทุมพร” หลาย ๆ คนอาจจะมีความรู้สึกคุ้นเคยกับชื่อนี้ที่แตกต่างกันไป บางคนอาจจะเคยประสบพบเจอกับคนที่ชื่ออุทุมพร บางคนอาจหวนนึกไปถึงบุคคลในประวัติศาสตร์อย่างพระเจ้าอุทุมพร บางคนอาจจะนึกถึงอำเภออย่างอุทุมพรพิสัย ซึ่งคำว่าอุทุมพรในที่นี้นั้น จริง ๆ แล้วคำเรียกของ “มะเดื่อ” อย่างหนึ่ง บ้างก็หรือมะเดื่ออุทุมพร หรือไม่ก็ “มะเดื่อชุมพร”
มะเดื่ออุทุมพร เป็นพืชเขตร้อนที่มีถิ่นกำเนิดพบเห็นได้ทั่วไปในเอเชียไปจนถึงออสเตรเลีย ซึ่งเจ้าพืชชนิดนี้ ในสังคมไทยมีความหมายในหลายอย่าง ทั้งในมุมมองของพืชมงคล ไปจนถึงมุมมองของสิ่งที่ถูกนำมาเปรียบเปรยเป็นสำนวนที่ลักษณะของมะเดื่อถูกมองในแง่ลบก็มีเหมือนกันดังเช่นในความตอนหนึ่งที่พญาครุฑได้บริภาษนางกากีที่เรายกมาไว้ในข้างต้น
ในคัมภีร์ศตปถะพราหมณะอันเป็นส่วนขยายของยชุรเวทเล่าว่ามะเดื่อเกิดขึ้นมาจากการเสกสร้างโดยพระอินทร์จากมังสาของพระองค์ นอกจากนี้แล้วมะเดื่ออุทุมพรยังเป็นเครื่องรางให้คุณที่นำมาซึ่งทรัพย์สมบัติดังที่ปรากฏในอาถรรพเวท กันฑะที่ 19 สุขตะที่ 31 คติของความมั่งคั่งของผลอุทุมพรได้นำมาสู่เรื่องราวตำนานอื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่นตำนานเรื่องมงกุฏของพระเจ้าหริศจันทร์แห่งสุริยวงศ์ที่เล่ากันว่ามงกุฎของพระองค์นั้นทำมาจากกิ่งก้านของต้นอุทุมพรต้นแรกที่พระอินทร์เสกขึ้นมา
นอกจากนี้แล้ว ต้นมะเดื่อยังมีสถานะความศักดิ์สิทธิ์ในฐานะของสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเทพเจ้าสูงสุดทั้ง 3 ของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู คือต้นมะเดื่ออุทุมพรนี้เป็นต้นไม้ที่ความเกี่ยวข้องกับพระทัตตาเตรยะ (พระตรีมูรติ) ผู้เป็นบุตรของฤษีอัตริ ซึ่งเทพเจ้าทั้ง 3 ได้อวตารลงมาในร่างเดียวกัน
ซึ่งความเชื่อนี้ถูกส่งต่อมาเรื่อย ๆ ในอินเดียถูกส่งในศาสนาฮินดูสายทัตตาเตรยะที่ได้รับความนิยมในรัฐมหาราษฎร์ ซึ่งวัดในสายทัตตาเตรยะนิยมปลูกต้นมะเดื่อไว้ ตลอดจนในส่วนของกุรุท่านต่าง ๆ ก็ต่างนับว่าเป็นอวตารของพระทัตตาเตรยะและอาศัยอยู่ใกล้ชิดกับต้นมะเดื่อด้วย
ความเชื่อในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ของมะเดื่อจากศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ได้นำมาสู่ความเชื่อในไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในราชสำนักที่รับเอาวัฒนธรรมพราหมณ์เข้ามา มะเดื่อจึงถูกใช้ในศาสนพิธีของราชสำนักไทย
ในคำอธิบายเรื่องพระศุนหเสป พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ไว้ว่าต้นมะเดื่อนั้นสำคัญ เพราะตัวต้นมะเดื่อได้รับการนับถือ เป็นของที่ใช้กับพระมหากษัตริย์ซึ่งใช้ทั้งการสร้างพระที่นั่งภัทรบิฐ ตลอดจนเครื่องมือต่าง ๆ เช่นกระบวยหรือหม้อน้ำก็ใช้ไม้มะเดื่อเช่นเดียวกัน
ความเชื่อของการที่นำไม้มะเดื่อมาใช้เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์นี้ อาจจะข้องเกี่ยวกับคติที่มองว่าเป็นไม้ที่ใกล้ชิดกับพระทัตตาเตรยะหรือพระตรีมูรติ กษัตริย์ซึ่งมีสถานะเป็นสมมุติเทพจึงเกี่ยวข้องกับไม้มะเดื่อไปโดยปริยาย
ในส่วนของไม้มะเดื่อจะมีสถานะของความเป็นมงคลในคติพราหมณ์-ฮินดู ในส่วนของลูกมะเดื่อเองก็สามารถที่จะนำมาบริโภคได้ด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้วลูกมะเดื่อที่เราเห็นนั้น แท้จริงแล้วมันเป็นดอก ไม่ใช่ลูกซึ่งดอกนี้กินได้
แต่บ่อยครั้งก็คนไม่กล้าที่จะบริโภคเนื่องจากรูปลักษณ์ภายในที่ในบางครั้งสามารถพบเห็นหนอนหรือแมลงอื่น ๆ ที่เข้าไปผสมเกษรด้วยอันเป็นที่มาของการนำไปใช้เป็นคำเปรียบเปรยเช่นสุภาษิตว่า “ข้างนอกสุกใส ข้างในเป็นโพรง” โดยหลัก ๆ จะพบเป็นแมลงหวี่หรือไม่ก็เป็นแตนมะเดื่อ โดยผลมะเดื่อนี้เป็นพืชที่มีสรรพคุณ ผลดิบสามารถกินเพื่อแก้ท้องร่วงหรือรักษาเบาหวาน แต่กลับกันถ้าเป็นผลสุกจะมีฤทธิ์เป็นยาระบายแทน
#จานโปรด #มะเดื่อ #อุทุมพร #อินเดีย #พราหมณ์ #BBL #BangkokBank #ธนาคารกรุงเทพ
โฆษณา