Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สุดโปรด
•
ติดตาม
4 ม.ค. เวลา 12:19 • ประวัติศาสตร์
“เมื่อรถไฟมาถึงโคราช”
กำเนิดรถไฟสายอีสาน ขบวนรถแห่งความหวังและความเจริญ
ช่วงปีใหม่ สำหรับคนที่บ้านอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นคนกรุงเทพฯ มาโดยกำเนิด อาจจะมองว่าเป็นช่วงเวลาที่ถนนโล่ง คนน้อย เนื่องจากผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลออกไปนอกกรุงเทพฯ กัน บางคนก็อาจจะไปเที่ยว หรือบางคนอาจจะเดินทางกลับบ้านซึ่งเป็นภูมิลำเนาเดิมที่เขาจากมาไกล และใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่เมืองกรุงในฐานะของคนไกลบ้านที่มาแสวงหาหนทางและชีวิตที่ดีกว่าเดิมกัน
ถ้าหากพูดถึงชีวิตของแรงงาน ในปัจจุบันเราอาจจะนึกถึงแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านกันเสียส่วนมาก แต่ถ้าหากเราย้อนกลับไปไกลกว่านั้น เราจะพบว่าแรงงานในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ก็คือคนไทยด้วยกันที่เดินทางมาจากภูมิลำเนาต่าง ๆ ทั้งเหนือ ใต้ อีสาน โดยเฉพาะกับชาวอีสานที่มีขุมกำลังในเรื่องของจำนวนประชากรที่มากมหาศาล และหลั่งไหลเข้ามาในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
แรงงานอีสานเดินทางหนีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจระหว่างเมืองหลวงกับส่วนภูมิภาคเข้ามาหางานในกรุงเทพมหานคร ด้วยความหวังว่าค่าแรงที่สูงกว่าในบ้านเกิดจะมีส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนที่บ้านได้ พวกเขาตรากตรำทำงาน ใช้เงินเท่าที่จำเป็น และส่งรายได้ที่เหลือกลับไปที่บ้าน
ช่วงเทศกาลวันหยุดยาวจึงเป็นช่วงเวลาที่เขาสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อไปเยี่ยมครอบครัว และใช้เวลาอยู่กับพวกเขา หอบของดีของใหม่จากกรุงเทพฯ ขึ้นขบวนรถไฟแห่งความหวัง เคลื่อนตัวจากเมืองหลวงสู่บ้านที่พวกเขาจากมา “รถไฟ” จึงเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญในการเชื่อมคนไกลบ้านให้ใกล้บ้านได้ในช่วงเทศกาลสำคัญ
⭐ รถไฟสายอีสาน ก้าวแรกของความเจริญสู่ส่วนภูมิภาค
ไทยเรารู้จักกับสิ่งที่เรียกว่ารถไฟ อย่างน้อย ๆ ก็ในสมัยรัชกาลที่ 4 จากการที่สมเด็จพระนางเจ้าวิกตอเรียได้ส่งเครื่องราชบรรณาการจากอังกฤษมาเจริญสัมพันธไมตรีกับสยาม รถจักรไอน้ำจำลองขนาดไม่ใหญ่มากที่จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในปัจจุบัน นับว่าเป็นอีกหนึ่งความรู้จากอีกซีกโลกที่ถูกส่งเข้ามา มันคือสัญลักษณ์แห่งความอารยะและความเจริญของโลกตะวันตก และในขณะเดียวกัน ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากรถไฟก็จุดประกายให้สยามอยากที่จะมีรถไฟเป็นของตัวเองขึ้นมา
การเดินทางไกลในอดีตนั้น ชาวสยามนิยมใช้เรือเป็นพาหนะหลักในกรณีที่จุดหมายอยู่ตามแม่น้ำลำคลอง ไล่ตั้งแต่ภาคใต้ขึ้นไปจนถึงภาคเหนือ แต่กลับกัน ในกรณีของการเดินทางไปยังอีสานนั้น เรือเป็นพาหนะที่ยากลำบากที่สุด ต้องเดินทางบนบกต่อด้วยเกวียนเป็นหลัก การเดินทางไปอีสานเป็นเรื่องยากลำบากในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแถบอีสานใต้ที่ต้องผ่านดงพญาไฟ ซึ่งได้ชื่อว่าอันตรายและเสี่ยงชีวิตจากสิงสาราสัตว์ ตลอดจนถึงไข้ป่า
กิจการรถไฟในไทยปรากฏขึ้นครั้งแรกในฐานะของเอกชน คือบริษัทรถไฟของเจ้าพระยาชลยุทธ์โยธิน ที่เดินทางระหว่างกรุงเทพฯ ไปยังปากน้ำ สมุทรปราการ แน่นอนว่าความรวดเร็วในการขนส่งคนของรถไฟถูกมองว่าเป็นสิ่งที่จะให้คุณประโยชน์ต่อผู้คนได้มาก
ทำให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริถึงการสร้างรถไฟ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเสด็จไปราชการที่หัวเมืองต่าง ๆ กอปรกับช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ในยุคล่าอาณานิคม โดยเฉพาะจากฝรั่งเศสในอินโดจีน การที่สามารถเสด็จไปราชการยังหัวเมือง จะมีส่วนสำคัญในการสร้างความผูกพันระหว่างผู้ปกครองกับราษฎรด้วย
นี่เองจึงเกิดการเลือกเอารถไฟสายอีสานเป็นรถไฟหลวงสายแรก ซึ่งเดินทางขึ้นไปทางบางปะอิน เข้าสู่สระบุรี และเดินทางไปถึงนครราชสีมาหรือโคราชได้ โดยใช้เวลาในการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2434 จนถึงปี 2443 จึงแล้วเสร็จทั้งเส้นทาง โดยระยะเดินรถกรุงเทพฯ–อยุธยา เปิดทำการในปี 2439 และเปิดทำการเดินรถกรุงเทพฯ–นครราชสีมา ในวันที่ 21 ธันวาคม 2443 หรือกว่า 125 ปีมาแล้ว
⭐ นานาความเจริญที่เข้ามาพร้อมรถไฟ
หลังจากที่รถไฟสายอีสาน กรุงเทพฯ–นครราชสีมา ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ความเจริญก็เริ่มคืบคลานเข้ามา และยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวโคราชขึ้นเป็นอย่างมาก ในรายงานผลการเดินทางไปตรวจราชการของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ปี 2445 ได้ระบุถึงชีวิตและเศรษฐกิจของชาวโคราชในช่วงเวลาไม่กี่ปีหลังรถไฟเดินทางมาถึงไว้หลายประการ
สินค้าจากกรุงเทพฯ จำนวนมากถูกขนส่งเข้ามาขายในนครราชสีมา ตั้งแต่ข้าว ปศุสัตว์ สมุนไพร ไม้ ตลอดจนพ่อค้าโคราชไม่ได้เป็นพ่อค้าคนกลางอีกต่อไป เพราะพ่อค้าจากหัวเมืองอื่น ๆ ต่างเลือกที่จะเดินทางมารับสินค้ากันที่โคราชซึ่งส่งมาจากกรุงเทพฯ ด้วยตนเอง มีการนำเอาสินค้าจากเมืองอื่น ๆ มาใช้แทนสินค้าเดิมที่ตนเองใช้ เช่น เกลือที่แต่เดิมกินเกลือสินเธาว์ ก็หันมากินเกลือสมุทรจากกรุงเทพฯ ยาเส้นเดิมที่นิยมสูบจากหนองคาย ก็เปลี่ยนมาสูบยาเส้นจากกรุงเทพฯ ที่นำมาจากเมืองกาญจนบุรีอีกที เป็นต้น
ที่ดินรอบบริเวณสถานีรถไฟราคาก็เริ่มสูงขึ้น มีผู้คนเขยิบเข้ามาตั้งถิ่นฐานในบริเวณใกล้เคียง เมืองเริ่มขยายใหญ่ ซึ่งล้วนแต่สะท้อนให้เห็นว่ารถไฟนั้นมีบทบาทต่อความเจริญของหัวเมืองอีสานได้เป็นอย่างดี และความเจริญนี้จะเริ่มเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับในหัวเมืองอื่น ๆ ที่มีรถไฟไปถึงต่อไป
⭐ ขบวนรถแห่งความหวังของคนไกลบ้าน
รถไฟได้กลายมาเป็นพาหนะอันดับต้น ๆ ที่ผู้คนส่วนใหญ่เลือกใช้บริการ และได้ขยายเส้นทางเดินรถจนครอบคลุมเมืองใหญ่ ๆ เกือบทั่วทั้งประเทศ รถไฟจึงกลายเป็นพาหนะที่ขนส่งผู้คนและสิ่งของหลากหลาย ให้เดินทางไปมาระหว่างกันได้อย่างง่ายดาย
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เศรษฐกิจก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก กรุงเทพมหานครกลายเป็นเมืองใหญ่และเข้าสู่วงจรเศรษฐกิจเชิงพาณิชย์ที่ผลิตสินค้าเพื่อการค้า มากกว่าการผลิตเพื่อยังชีพดังที่ปรากฏในภาคอีสาน การปลูกข้าวในภาคกลางที่เน้นข้าวเจ้าเพื่อการส่งออก แตกต่างจากภาคอีสานที่ในอดีตนิยมปลูกข้าวเหนียวมากกว่า
ในช่วงฤดูที่ไม่ใช่ฤดูทำนา ชาวอีสานจำนวนไม่น้อยต่างพากันเดินทางออกจากถิ่นฐาน มาหางานใช้แรงงานในกรุงเทพฯ งานชั่วคราวเหล่านั้นมีหลากหลาย ตั้งแต่งานก่อสร้าง แบกหาม ไปจนถึงงานใช้แรงงานประเภทอื่น ๆ และเมื่อทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ นานเข้า ก็พบกับความจริงประการหนึ่งว่า ค่าแรงในกรุงเทพฯ สูงกว่าค่าแรงในบ้านเกิดอย่างชัดเจน สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้
ทำให้ชาวอีสานจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะทำงานในเมืองหลวงเป็นหลัก และส่งเงินกลับไปยังบ้านเกิด มีลักษณะคล้ายคลึงกับแรงงานชาวจีนโพ้นทะเลในอดีต สำนึกความเป็นอีสานของผู้ที่พลัดบ้านเกิดมาทำงานในเมืองหลวง จึงถูกถ่ายทอดออกมาผ่านสื่อร่วมสมัยต่าง ๆ โดยเห็นได้ชัดเจน เช่น เพลงลูกทุ่ง
เทศกาลนับว่าเป็นช่วงเวลาพิเศษสำหรับแรงงานเหล่านี้ เพราะวันหยุดยาวเอื้ออำนวยต่อการเดินทางไกลกลับไปยังบ้านเกิด อีกทั้งยังมีเวลาเหลือพอให้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวหลายวัน สิ่งต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นอาหารอร่อย มียี่ห้อที่หาไม่ได้ในต่างจังหวัด ตลอดจนสินค้าบางอย่างที่คนกรุงเทพฯ ใช้ แต่คนต่างจังหวัดไม่ใช้ ต่างถูกซื้อหอบกลับไปยังบ้าน เพื่อให้คนที่บ้านได้รู้จัก ได้กิน และได้ใช้เช่นเดียวกับคนในเมืองหลวง
การใช้จ่ายของแรงงานผู้ไกลบ้านมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงเทศกาล สินค้าต่าง ๆ ถูกหอบขึ้นขบวนรถไฟแห่งความหวัง เดินทางออกจากเมืองหลวงกลับสู่บ้าน พร้อมกับความอิ่มเอมใจจากการได้กลับไปหาคนที่รัก และของฝากจากบ้านที่ถูกนำกลับมากรุงเทพฯ เพื่อเป็นแรงผลักดันให้ทำงานต่อไปเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง วงจรนี้หมุนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่มีใครรู้ได้เลยว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด รถไฟที่พาพวกเขาเดินทางจึงไม่ได้บรรทุกเพียงผู้คน หากแต่ยังบรรทุกความหวังที่จะมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าของชีวิตพวกเขาไปพร้อมกัน…
#สุดโปรด #สังคม #ประวัติศาสตร์ #อีสาน #รถไฟ #แรงงาน #เศรษฐกิจ #วันนี้ในอดีต #BBL #BangkokBank #ธนาคารกรุงเทพ
ประวัติศาสตร์
ไทย
รถไฟ
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย