Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
linxikun
•
ติดตาม
1 ม.ค. เวลา 13:02 • ประวัติศาสตร์
อดีตเสือ🐯ที่ไม่มีโอกาสกลับใจ..
ปี 2532/1989 ออฟฟิศไนกี้ที่ตั้งอยู่ชั้นบนของโชว์รูมไนกี้สยาม ได้โยกย้ายเฉพาะส่วนที่เป็นสำนักงานเนื่องจากสถานที่เดิมเริ่มคับแคบจากการเติบโตของบริษัท จากย่านสยามแหล่งวัยรุ่นทันสมัย มายังสี่พระยา ย่านเก่าแก่วินเทจข้างไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง ซึ่งด้านล่างก็เป็นโชว์รูมไนกี้ อีกเช่นกัน ฝ่ายศิลป์เราจะอยู่ชั้น 2
เวลามีพนักงานขายของไนกี้ ที่เราเรียกว่า NA ซึ่งย่อมาจากคำว่า Nike Adviser หรือผู้แนะนำไนกี้ ซึ่งมักสนิทกันเพราะช่างศิลป์ต้องลงพื้นที่จัดดิสเพลย์ตามห้างทั่วประเทศ ยามไม่ได้ออกต่างจังหวัดก็จะตระเวนตามห้างใน กทม ซึ่งช่วงเวลานั้น มีมากมายหลากหลายห้าง ทั้งของไทยและญี่ปุ่น เช่น ห้างเวลโก พระโขนง/ราม/ปิ่นเกล้า ห้างอาเชี่ยน ไดมารู พระโขนง ห้างพาต้า ปิ่นเกล้า ห้างตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี ห้าง JC Department Store Bangkapi Complex
ห้างใจกลางเมืองอาทิ เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ โซโก้ อมรินทร์พลาซ่า/เอราวัณ เดอะมอลล์ ราชดำริ/ราม/ท่าพระ/งามวงศ์วาน ฯลฯ ในช่วงปี พ.ศ.นั้น
ซึ่งเวลาเหล่าพนักงานขายเข้าบริษัท ใครขาดเหลือหรืออยากได้อุปกรณ์ตกแต่งอะไร ก็จะแวะเข้ามาเบิกที่แผนกศิลป์ฯ และก็มักจะได้รับการบอกกล่าวจากเหล่าน้องๆพนักงานทั้งสาวและหนุ่มนอกเหนือจากงานคือ "พี่ๆพนักงานยี่ห้อ...ชมว่าพี่น่ารัก" แฮ่มมม..ขออภัยอย่าเพิ่งหมั่นไส้กันนะครับ เพราะในยุคนั้นผู้เขียนอาจจะมีจุดเด่นตรงความติ๊ส ผมยาว นุ่งยีนส์ ใส่กำไล/ตุ้มหู
ภาพผู้เขียนในขณะนั้น ภาพในระหว่างปี 2532-2535
ผู้เขียนก็มีกลับไปตามงานบ้างแล้วแต่โอกาสและจังหวะเวลาอยู่หลายกรณี แต่มีเคสที่ได้คบกันและดูแลกันยามเจ็บไข้ ที่ยังฝังใจมาจนถึคงทุกวันนี้ น้อง ป.คือชื่อย่อของเธอคนนั้น ซึ่งอายุน่าจะห่างจากผู้เขียนราวเกือบสิบปี พนักงานสาวสวยของแบรนด์น้องใหม่สไตล์แฟชั่นกึ่งสปอร์ตจากอิตาลี่ แต่ชื่อออกแนวฝรั่งเศส ของบริษัทที่ผู้เขียนเพิ่งผ่านมา คือ ไอซีซี ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน
พอพนักงานของเราประจำสาขาห้างไฮโซแห่งหนึ่งใจกลางกรุง ซึ่งเพิ่งเปิดได้ไม่นาน มารายงานว่ามีพนักงานแบรนด์ข้างๆฝากคำชมมา(คำด่าไม่ต้องมาบอกนะ😁)แต่ผู้เขียนนึกไม่ออกว่าคนไหน เพราะเวลาไปจัดดิสเพลย์ตามห้างมักเป็นจุดเด่นให้สาวๆสนใจจ้องมองด้วยความแปลกอยู่แล้ว แต่ผู้เขียนก็ก้มหน้าก้มตาโฟกัสไปที่การจัดร้าน อาจมีเพียงแค่ปรายตามองบ้างเนื่องจากเป็นคนค่อนข้างขี้อาย ตรงข้ามกับภาพลักษณ์ที่สาวๆหลายคนจะตราหน้าผู้เขียนว่า กะล่อน!!
พอมีจังหวะเวลาต้องไปดิสเพลย์ที่ห้างนั้น ผู้เขียนจึงมีโอกาสได้พบเธอ พนักงานสาวหมวยสวยคมในชุดยูนิฟอร์มสีสันสดใสสะดุดตา เสื้อสูทสีฟ้าเข้มน้ำทะเล ขับกับกระโปรงสั้นรัดรูปสีส้มสด รับกับรูปร่างสูงสมส่วนราวนางแบบ สมกับเป็นแบรนด์ชั้นนำจากยุโรป ผู้เขียนสยบกับความน่ารักของเธอทันที!! ได้เข้าไปพูดคุยทำความรู้จักกัน คบกันอย่างจริงใจ ทั้งที่ผู้เขียนในวัยนั้นยังไม่เคยคิดจริงจังกับใคร แต่แพ้ใจเธอคนนี้เสียแล้ว
เวลาเลิกงานผู้เขียนไปรับเธอที่ห้างแล้วพามากินสุกี้แคนตันที่สยาม ที่ ณ เวลานั้นดังมาก ต้องรอคิวกันนานเลยทีเดียว สุกี้ที่แสนอร่อยกร่อยลงทันทีกับความหวานของเรา จนแทบจะตักผิดตักถูก เพราะมัวแต่สบตากัน
ในวันหยุดยังเคยพาเธอมาเที่ยวบ้านผู้เขียน ซึ่งตอนนั้นอยู่หลังตลาดสวนหลวง ปทุมวัน แต่เราไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่าการนอนกอดกัน หัวร่อต่อกระซิกกัน ในวันที่เธอรู้สึกไม่สบาย เธอโทรไปหาผู้เขียนที่ออฟฟิศให้ไปรับเธอแล้วพาไปหาหมอที่สามย่าน และในวันที่ผู้เขียนเมาค้างเนื่องจากดื่มหนัก เธอก็มาดูแลเช็ดเนื้อตัวให้ ตอนนั้นเพลง คนขี้เหงา ของนีโน่ กำลังดังมาก
ตอนที่เธอเช็ดตัวให้นั้น ผู้เขียนร้องท่อนที่ว่า 🎼แล้วที่ฉันไม่สบายรู้หรือเปล่า ข่าวคราวถามถึงกันไม่มีบ้างเลย ทิ้งให้คนป่วยน้อยใจจังเลย...ต่อว่าเธอกลายๆน้อง ป.มองค้อนกลับพร้อมทุบเบาๆมาที่หน้าอกผู้เขียนด้วยความเอียงอาย
เป็นแฟนในไม่กี่คนที่แนะนำให้เพื่อนรู้จัก ตอนนั้นผู้เขียนเรียกว่าถอดเขี้ยวเล็บเลยก็ว่าได้ ท้องฟ้าเป็นสีชมพูเสมอเวลาเจอกัน แต่แล้วโลกทั้งใบก็ถล่มลงมาตรงหน้า!!
หลังจากความรักดำเนินไปไม่แน่ใจว่าถึงปีหรือเปล่า แน่นอนในวัยนั้นคงยังไม่ถึงขนาดที่จะแต่งงานหรือใช้ชีวิตคู่ เนื่องจากหน้าที่การงาน ที่ต้องออกต่างจังหวัดทุก 3 เดือน ครั้งละร่วมเดือน แต่เราก็พบกันบ่อยยามที่ผู้เขียนไม่ได้ออก ตจว สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เธอพักกับพี่สาวซึ่งก็อยู่ในวงการห้างสรรพสินค้าเช่นเดียวกัน แต่ยังไม่เคยเจอกัน มีเพียงคำบอกเล่าว่าพี่สาวก็เป็นพนักงานขายแต่ผู้เขียนไม่ได้ซักละเอียดมากนัก ผู้เขียนได้เล่าให้เธอฟังว่า ก่อนหน้ามาทำไนกี้ เคยอยู่แอร์โรว์มาก่อน
ผู้เขียนไม่อยากเชื่อเลยว่า วันที่เล่าให้เธอฟังว่าเคยอยู่แอร์โรว์ก่อนมาไนกี้ โดยที่ไม่ได้คิดอะไรในวันนั้น จะเป็นวันสุดท้ายของเส้นทางความรักระหว่างเราสอง เพราะ..เธอไปเล่าให้พี่สาวเธอฟัง
ซึ่งก็คงปกติ สำหรับการคบหากันประสาคนหนุ่มสาว แต่พอพี่สาวเธอทราบว่า ผู้เขียนชื่อ โป้ง มาจากแอร์โรว์ เท่านั้นแหละ น้อง ป. โทรมาเล่าให้ฟังว่าพี่สาวเธอสั่งให้เลิกคบในทันที!!และอย่างเด็ดขาด เธอเล่าปนเสียงสะอื้นเบาๆ ผู้เขียนถึงกับตัวชา แต่งงมากกว่าแค่ฉายา โป้ง แอร์โรว์ เท่านั้น
ภาพผู้เขียนในช่วงที่ทำงานเป็นช่างศิลป์แอร์โรว์ ระหว่างปี 2527-2529
ซึ่งเธอก็ใจเด็ดตัดสินใจเลิกตามคำสั่งพี่สาว ตัดความสัมพันธ์ที่กำลังสุกงอมระหว่างเราลงอย่างสิ้นเชิง เหมือนยอมเจ็บแต่จบ
ซึ่งด้วยหน้าที่การงานในวันนั้นก็คงไม่มีเวลาพอสำหรับชีวิตคู่ และชีวิตที่ต้องดำเนินต่อไป กับการเดินสายทำงานไปทั่วประเทศ ไม่นานแผลใจก็ค่อยๆสมาน จนลืมความเจ็บช้ำจากเพียงแค่อดีตที่เคยโดนตราหน้าว่า เจ้าชู้บวกกะล่อน
แม้อยากจะกลับตัวแต่ไม่ได้รับโอกาส ซึ่งผู้เขียนยอมรับว่าในยุคนั้น ผู้เขียนมีพูดคุยหยอกล้อกับพนักงานขาย หรือ pc มากมายหลากหลายยี่ห้อ เพราะต้องทำงานคลุกคลีกับสาวๆตามห้างสรรพสินค้า ทั้งในกรุงเทพและเวลาเดินสายต่างจังหวัดทั่วประเทศ ไม่ค่อยได้อยู่บ้านตามสายงานอาชีพในยุคนั้น วันนี้ ได้มาฟังเพลง คนขี้เหงา ของนีโน่ จึงทำให้ความหลังฝังใจกับความรักในครั้งนั้น ที่ไม่เคยบอกเล่าให้ใครฟังมากว่า 40 ปี กลับชัดเจนขึ้นมาในความทรงจำ ที่สามารถเรียกได้ทั้งรอยยิ้มและน้ำตาในคราเดียวกัน..
สุดท้ายนี้..ขออภัย🙏ครอบครัวและตัวเธอคนนั้นหากพาดพิงถึง ผู้เขียนมิได้มีเจตนาอื่นใด นอกจากบอกเล่าความทรงจำในสมัยวัยหนุ่มที่ยังโลดโผนอยู่ในยุทธจักร เรียบเรียงเป็นตัวหนังสือ ถ่ายทอดความทรงจำที่ยังคงชัดเจนกับภาพจำที่..ไม่มีวัน..ลบเลือน!!
ภายนอกอาจเปลี่ยนไปแต่หัวใจ💖ยังดวงเดิม
เขียนเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2569
ภาพหน้าปก generate จากความทรงจำด้วย gemini
พัฒนาตัวเอง
เรื่องเล่า
ไลฟ์สไตล์
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย