วันนี้ เวลา 07:25 • ข่าวรอบโลก

ทะเลจีนใต้ จุดเดือดที่น่ากังวลที่สุด

แปซิฟิกเดือดรับปีใหม่กันเลยทีเดียว เมื่อจีนซัอมการปิดล้อม
ไต้หวัน แถมยิงจรวดจริงๆ ข้ามหัวไปมาอีก
บทวิเคราะห์ต่างประเทศหลายสำนัก มองตรงกันว่า
นี่อาจเป็นจุดที่สุ่มเสี่ยงที่สุดบนพื้นโลก
กับการนำไปสู่สงครามใหญ่ระดับสงครามโลก
…และมันอาจเกิดขึ้นได้ ในเร็วๆนี้….
นักวิเคราะห์บอกว่า จีนนั้นจำเป็นมากที่จะต้องเร่งทำอะไร
สักอย่าง หากอยากได้ไต้หวันจริงๆ
แม้พวกเขาจะยังไม่พร้อมมากพอก็ตาม
เหตุผลที่เป็นแบบนั้น ไม่ใช่เพราะการซื้ออาวุธของไต้หวัน
หากแต่เป็นท่าทีของอริตลอดกาลของจีน คือ ญี่ปุ่น
ท่าทีของญี่ปุ่นในปัจจุบันนั้น ต้องถือว่าเป็นภัยคุกคามต่อจีน
โดยตรงจริงๆ แม้ว่าญี่ปุ่นจะมีเหตุผลที่ดีในการปกป้องตัวเอง
จากเพื่อนบ้านพันธมิตรจีน ทั้ง เกาหลีเหนือ และรัสเซียที่มีปัญหากับพวกเขาตลอดเวลาก็ตาม
มันทำให้จีนต้องรีบตัดสินใจเรื่องไต้หวัน
ก่อนญี่ปุ่นจะแข็งแกร่งมากกว่าที่เป็น จากนโยบายความมั่นคง
ที่ดูจะบอกได้ชัดเจน ถึงการเสริมเขี้ยวเล็บแบบเต็มที่
มีบทวิเคราะห์จากหลายสำนัก พูดตรงกัน ว่าญี่ปุ่นมีศักยภาพ
สูงมาก ที่จะสร้างกองทัพขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว
เนื่องจากมีทั้งเงินและเทคโนโลยีในมือพร้อมสรรพ
ในระดับว่า ถ้าญี่ปุ่นต้องการมีนิวเคลียร์พวกเขาจะไม่ต้องทดลองด้วยซ้ำ และสามารถมีมันได้ในเวลาแค่ 2-3 ปีเท่านั้น
ปัญหาด้านการมีทรัพยากรไม่พอแบบในสมัยสงครามโลก
ของญี่ปุ่นนั้น ถูกตัดทิ้งไปแล้ว เนื่องจากปัจจุบันพวกเขา
เป็นพันธมิตรกับสหรัฐ แคนาดา และออสเตรเลีย
การไม่มีของ มันจึงไม่ใช่ปัญหาอีก
ปัญหาเดียวของญี่ปุ่นก็คือพลังงาน เนื่องจากการไม่ซื้อก๊าซ
รัสเซีย จึงต้องไปพึ่งแหล่งตะวันออกกลางเยอะมากขึ้น
และนี่เอง ทำให้ญี่ปุ่นกังวลมาก กับเรื่องไต้หวันและทะเลจีนใต้
เพราะถ้าจีนจะเอาตามที่อ้างสิทธิ์มั่วๆ มันก็เท่ากับปิดหน้าบ้าน
ญี่ปุ่นด้านพลังงานสนิท และอาจรวมถึงเกาหลีใต้ด้วย
จากปัจจัยเหล่านี้ จะเห็นชัดเจนเลยว่า ทั้งจีนและญี่ปุ่นนั้น
ไม่มีทางเลือก และยากมากที่จะหลีกเลี่ยงการปะทะกันได้
จริงๆแล้ว ไต้หวันอาจจะเป็นเรื่องรองของคู่อริคู่นี้ด้วยซ้ำ
ญี่ปุ่นเองก็คงไม่อยากยุ่ง ถ้ามันไม่ได้ไปกระทบกับทางเดินเรือ
ที่มีผลกับความมั่นคงด้านพลังงานของพวกเขา
…ไต้หวัน จึงเป็นแค่ส่วนหนึ่งของปัญหา แต่ไม่ใช่สิ่งที่บีบญี่ปุ่น
ให้ต้องปรับท่าทีจนดูเป็นภัยกับจีน แบบปัจจุบัน….
การยึดไต้หวันคืน เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่สี่จิ้นผิง
ตั้งเป็นเป้าหมายสำคัญในชีวิต
ซึ่งด้วยอายุแล้ว ก็ตัองบอกว่าเขาเหลือเวลาอีกไม่มาก
อีกทั้งเขาเองก็มีปัญหาความนิยมในหมู่คนจีนรุ่นใหม่
ที่น้อยลงมากจากปัญหาเศรษฐกิจและการว่างงานของเด็กจบใหม่ที่มากถึงเกือบ 20%
แม้สี่จิ้นผิงจะครองอำนาจเบ็ดเสร็จราวกับฮ่องเต้
แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า คลื่นใต้น้ำมันแรงขึ้นเรื่อยๆ
ในพรรคคอมมิวนิสต์จีนเอง เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่
ชะลอตัวมาก และซุกปัญหาไว้มากมาย ไม่ว่าจะหนี้ภาคอสังหาริมทรัพย์มหาศาล และการทำสงครามราคากันอย่าง
บ้าคลั่ง จนบริษัทในจีนไม่มีกำไรมาขึ้นเงินเดือนพนักงาน
ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจได้
ความตกต่ำของเศรษฐกิจจีนนี่เอง ทำให้คนจีนจำนวนมาก
รวมถึงในพรรคอมมิวนิสต์จีน โหยหาแนวทางของสายพิราบ
อย่างนักการเมืองสายเติ้งเสี่ยวผิง เช่น ความเฟื่องฟูสุดขีด
ในยุคของอดีต ปธน. เจียงเจ๋อหมิง
ซึ่งมันก็ไม่แปลกอะไรนัก เพราะถ้าดูตัวเลขต่างๆของเศรษฐกิจ
จีนเองในยุคของสี่นั้น ด้อยกว่าสมัยสายเติ้งครองอำนาจมาก
การเสียชีวิตอย่างฉับพลันของอดีตนายกสายเศรษฐศาสตร์
อย่างหลี่เค่อเฉียง ก็ดูเหมือนยังมีเครื่องหมายคำถามในหมู่
ชาวจีนรุ่นใหม่มาจนถึงทุกวันนี้ และยิ่งกลายเป็นแรงกระเพื่อม
ใต้น้ำ ภายในพรรคคอมมิวนิสต์จีนเอง
ความไม่แน่นอนทางการเมืองและสุขภาพนี่เอง
อาจผลักดันทำให้สี่จิ้นผิงต้องรีบทำอะไรสักอย่าง
การเล่นประเด็นชาตินิยมให้คนลืมๆ เรื่องเศรษฐกิจ
คือหนึ่งในแนวทางที่สี่พยายามทำอยู่
ทั้งประเด็นกับญี่ปุ่น และไต้หวัน หรือแม้แต่ฟิลิปปินส์
ซึ่งก็คล้ายไทยกับเขมร ที่เมื่อปั่นมากๆแล้ว
จะไม่ทำอะไรก็ไม่ได้ ไม่งั้นประชาชนก็จะอารมณ์ค้าง
ทั้งประเด็นการเมืองภายในจีนเอง และความระแวงต่อญี่ปุ่น
ที่มากขึ้นเรื่อยๆนี่เอง ที่ทำให้ทะเลจีนทั้งใต้และตะวันออก
กลายเป็นพื้นที่ที่น่ากังวลที่สุดในโลกหลังจากนี้
ซึ่งแรงส่งจากพันธมิตรของจีนอย่างรัสเซียเอง
ก็ยิ่งเหมือนสาดน้ำมันใส่กองไฟ
เพราะดูเหมือนการสนับสนุนจีนประเด็นยึดไต้หวันของรัสเซีย
มันเหมือนจะมีเป้าหมายลากจีนให้เข้าสู่สงครามจริงๆ
การลากจีนเข้าสู่สงครามจริงๆของรัสเซีย รัสเซียจะได้ประโยชน์
มากขึ้นอย่างมาก การสนับสนุนจากจีนต่อรัสเซีย จะไม่ต้องแอบ
หรือเกรงใจตะวันตก หรือการค้ากับโลกอีกต่อไป
เนื่องจากเป็นคู่สงครามกันไปเรียบร้อย และจีนก็จะยิ่งต้อง
เพิ่มการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซีย มากขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
…รัสเซียเอง ก็มีปัญหากับญี่ปุ่นไม่น้อย เรื่องนี้สำหรับรัสเซียแล้ว ถ้าจีนเปิดสงครามจริงๆ พวกเขาจะได้ประโยชน์เต็มๆ
และด้วยแรงหนุนแบบนี้นี่เอง ที่อาจทำให้จีนหน้ามืดขึ้นมาจริงๆ
เมื่อไหร่ก็ได้ โดยเฉพาะภายในปีสองปีนี้ ก่อนญี่ปุ่นจะมีนิวเคลียร์ขึ้นมาจริงๆ….
สำหรับโลกเราแล้ว นี่คือเรื่องที่น่ากลัวมากกว่าสงครามในยูเครนหลายเท่านัก เนื่องจากทั้งจีนและญี่ปุ่น เป็นคู่ค้า
และผู้ผลิตรายสำคัญที่จะป้อนสู่โลก
แถมไต้หวันเอง ก็คือผู้ผูกขาดชิประดับสูงของโลก
หากไต้หวันเป็นอะไรไป อุตสาหกรรมหลายประเภท
จะต้องหยุดชะงักอย่างแน่นอน
คาดกันว่า ถ้าสงครามในแปซิฟิกเกิดขึ้นจริง
GDP โลกอาจเสียหายจนลดลงมากกว่า 10%
หรือร้ายแรงกว่าข่วงโควิดเสียอีก
และจะกินเวลานานมาก เพราะแต่ละฝ่าย มีแสนยานุภาพ
และทุนรอน ในการทำสงครามระยะยาวในระดับที่สูงมากๆ
เราคงต้องจับตาดูกัน ว่าสถานการณ์จะเป็นไปในแบบไหน
เพราะนี่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจของทั้งโลกโดยตรง
หากเกิดสงคราม จะไม่มีใครหนีผลกระทบที่ร้ายแรงมากนี้พ้น
…เราก็คงได้แต่ภาวนาให้ทุกฝ่ายเย็นลง….
…เราคงทำได้แค่นี้จริงๆ ….
โฆษณา