Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กุ้ยหลิน
•
ติดตาม
2 ม.ค. เวลา 09:41 • ประวัติศาสตร์
ความฝันในหอแดง 59 เป่าวี่เที่ยวก่อกรรม
เป่าวี่ ไต้วี่ตามพี่เฟิ่งออกมาจากอุทยาน
พอพบหน้าแม่เฒ่าเจี่ย พี่เฟิ่งยิ้มว่า
“ข้าบอกแล้วว่าไม่ต้องห่วง เดี๋ยวก็ดีกันเอง บรรพชนไม่เชื่อ ต้องให้ข้าไปช่วยพูด พอข้าไปถึง พวกเขาสองคนก็คืนดีกันเองแล้ว เหมือนอินทรีกับเหยี่ยวเกี่ยวก้อยกัน 黄鹰抓住鹞子的脚扣了环 ไม่ต้องรอใครไปพูด”
คำพูดนี้ทำเอาคนทั้งห้องพากันหัวเราะ
เป่าไชก็อยู่ในห้องด้วย ไต้วี่ไม่พูดจานั่งลงข้างแม่เฒ่าเจี่ย เป่าวี่ไม่รู้จะพูดอะไร หันมาหาเป่าไชยิ้มว่า
“วันเกิดพี่ใหญ่ (เซวียผาน) ข้าไม่สบาย เลยไม่ได้เอาของขวัญไปอวยพร พี่ใหญ่ไม่รู้ว่าข้าป่วย อาจคิดว่าข้าหาข้ออ้าง ถ้าพรุ่งนี้พี่ว่างช่วยบอกแทนข้าที”
เป่าไชยิ้มว่า “นี่ก็มากเรื่อง เจ้าจะไปไม่ไป ไม่มีใครว่า อย่าว่าแต่ไม่สบาย พวกเจ้าพี่น้องพบกันทุกวัน ใช่ว่าคนแปลกหน้า”
เป่าวี่ยิ้มว่า “พี่สาวเข้าใจก็ดีแล้ว”
แล้วถามต่อว่า “ทำไมพี่ไม่ไปดูงิ้ว”
เป่าไชว่า “ข้ากลัวร้อน ดูได้สองตอน ร้อนมาก แขกยังแน่นอยู่ เลยบอกไปว่าไม่สบายขอตัวหลบออกมา ”
เป่าวี่อึกอักไม่รู้จะพูดอะไรต่อจึงว่า “มิน่าเขาถึงว่ากันว่าพี่เหมือนหยางกุ้ยเฟย อวบอ้วนกลัวร้อน”
เป่าไชฟังเป่าวี่พูดไม่คิดแล้วโมโหจนหน้าแดง จะตอบโต้แต่ไม่รู้จะว่ากระไร ตรองดูสักพักก็ยิ้มเยาะว่า
“ข้าเหมือนหยางกุ้ยเฟย แต่ไม่มีพี่ชายน้องชายเป็นหยางกว๋อจง 杨国忠”
(หยางกว๋อจง 杨国忠 เป็นคนไม่เอาไหน เสเพลชอบเล่นพนัน แต่ได้ดิบได้ดีกินตำแหน่งสูงเพราะหยางกุ้ยเฟยน้องสาวเป็นคนโปรดของฮ่องเต้
เป่าวี่มีพี่สาว (หยวนชุน) เป็นกุ้ยเฟย เป่าไชแขวะเป่าวี่ว่าเหมือนหยางกว๋อจง คนไม่เอาไหน)
กำลังพูดแขวะอยู่ บังเอิญจิ้งเอ๋อ 靓儿 สาวใช้หาพัดไม่เจอ จึงยิ้มถามเป่าไชว่า
“คุณหนูเป่าเอาพัดข้าไปซ่อนแน่เลย คุณหนู คืนให้ข้าเถอะ”
เป่าไชเอานิ้วชี้หน้าขึ้นเสียงสูงว่า “เจ้าระวังตัวให้ดี เจ้าเคยเห็นข้าเล่นซ่อนของไหม วันวันเจ้าเล่นหัวกับคุณหนูไหน ไปถามพวกเขาโน่น”
จิ้งเอ๋อรีบเผ่นหนี
เป่าวี่รู้ตัวว่าพูดเลยเถิดไปต่อหน้าคนมากมาย เหมือนกับที่พูดเลยเถิดกับไต้วี่ จึงรีบหันหลังเดินหนี เสไปคุยกับคนอื่น
ไต้วี่สะใจที่เป่าวี่พูดแหย่เป่าไช ตั้งใจจะล้อเลียนซ้ำ แต่ให้บังเอิญจิ้งเอ๋อถามหาพัดจนถูกเป่าไชเอ็ดไป จึงเปลี่ยนเรื่องถามว่า
“พี่เป่า ท่านดูงิ้วสองตอนไหน”
เป่าไชสังเกตสีหน้าไต้วี่มีแววสะใจ รู้ว่าคงชอบใจคำถากถางของเป่าวี่ พอถามมาจึงยิ้มแล้วตอบว่า
“ข้าดูตอนหลี่ขุย 李逵 ด่าซ่งเจียง 宋江 แล้วภายหลังมาขอรับโทษ”
เป่าวี่จึงยิ้มว่า “พี่รู้จักวรรณคดีเก่าใหม่เป็นอย่างดี ทำไมไม่รู้จักชื่อตอนนี้ กลับพูดถึงเรื่องราวในตอน นี่คือตอน 《แบกหนามขอขมา 负荆请罪》”
(แบกหนามขอขมา ทำผิดแล้วมาขอรับโทษ)
เป่าไชยิ้มว่า “ที่แท้เรียกว่า แบกหนามขอขมา พวกเจ้ารู้เรื่องดี จึงรู้จักแบกหนามขอขมา ข้าไม่รู้ว่าอะไรคือ แบกหนามขอขมา”
ทั้งเป่าวี่ ไต้วี่มีปมอยู่ในใจ ฟังแล้วพากันหน้าแดง
พี่เฟิ่งไม่ค่อยรู้เรื่องดีนัก แต่ดูท่าทางทั้งสามคน พอรู้เจตนา จึงยิ้มแล้วถามว่า
“อากาศร้อนอย่างนี้ ใครเขากินขิงสดกัน 吃生姜”
ทุกคนต่างงงว่า “ไม่ได้กินขิงสด”
พี่เฟิ่งจึงเอามือลูบแก้ม ทำเป็นแปลกใจว่า
“ไม่มีใครกินขิงสด แล้วทำไมถึงได้เผ็ด (จนหน้าแดง)”
เป่าวี่ ไต้วี่ฟังแล้วยิ่งเคอะเขิน เป่าไชคิดจะตอบโต้ แต่พอเห็นเป่าวี่หน้าแดงท่าทางเปลี่ยนไป จึงเปลี่ยนใจยิ้มแล้วเฉยไว้ คนอื่นไม่เข้าใจความนัยของคนทั้งสี่ ได้แต่ยิ้มตาม
สักพัก เป่าไช พี่เฟิ่งก็ลากลับ ไต้วี่หันหาเป่าวี่กล่าวว่า
“เจ้าเจอคนที่ร้ายกาจกว่าข้าแล้ว ไม่อยู่เฉยอย่างข้าให้เจ้าว่าเอา”
เป่าวี่หาเรื่องใส่ตัวไปแหย่เอาเป่าไชเข้า ได้ยินไต้วี่ว่าดังนั้น เกิดโมโห ครั้นจะตอบโต้ก็กลัวไต้วี่จะน้อยใจอีก จึงสะกดกลั้นไว้ เดินคอตกออกมาข้างนอก
ทว่าวันนี้อากาศร้อนกลางวันยาว หลังอาหารเช้า ทั้งนายบ่าวต่างพากันไปนอนกลางวัน เป่าวี่เอามือไพล่หลังเดินไปไหนก็เงียบเชียบไร้เสียงนกเสียงกา 鸦雀无声 จากเรือนแม่เฒ่าเจี่ยเดินมาทางตะวันตกตามโถงระบียงมาถึงลานหน้าบ้านพี่เฟิ่ง เห็นประตูเรือนปิดอยู่ พี่เฟิ่งมีระเบียบอยู่ว่า พอถึงวันอากาศร้อน จะพักผ่อนในช่วงเที่ยงหนึ่งชั่วโมง เข้าไปก็ไม่สะดวก
เป่าวี่เดินผ่านประตูหัวมุมมายังเรือนใหญ่ของหวางฮูหยิน เห็นพวกสาวใช้ถือเข็มและด้ายอยู่ในมือ แต่นั่งสัปหงกอยู่ หวางฮูหยินหลับอยู่บนเตียงเย็นในห้อง จินช่วนเอ๋อ 金钏儿 นั่งด้านข้างทุบขาให้ ก็ตาปรือใกล้จะหลับ เป่าวี่ย่องมาตรงหน้า ค่อยๆ ดึงต่างหูนาง จินช่วนเอ๋อลืมตากว้าง เห็นว่าเป็นเป่าวี่
เป่าวี่ยิ้มแล้วกล่าวเสียงค่อยๆ ว่า “ง่วงมากหรือ”
จินช่วนเอ๋อเม้มปากยิ้ม โบกมือให้เป่าวี่ออกไป แล้วหลับตาลงอีก
เป่าวี่มองหน้านางแล้วยังไม่อยากไป ชะโงกดูหวางฮูหยินเห็นหลับตาอยู่ จึงล้วงเอายาอมหอมหิมะเม็ดหนึ่งออกมาจากถุงผ้าแล้วยื่นไปที่ปากของจินช่วนเอ๋อ จินช่วนเอ๋อคาบไว้แต่ไม่ยอมลืมตา เป่าวี่ขยับมาดึงมือนาง ยิ้มแล้วพูดเสียงค่อยว่า
“พรุ่งนี้ข้าจะขอเจ้าจากท่านแม่ พาเจ้าไปอยู่ด้วยกันที่ลานชื่นแดง”
จินช่วนเอ๋อไม่ตอบ
เป่าวี่จึงว่า “เช่นนั้น รอท่านแม่ตื่น ข้าจะพูดเลย”
จินช่วนเอ๋อลืมตา ผลักเป่าวี่ แล้วยิ้มว่า
“ท่านจะรีบไปไหน “ปิ่นทองตกอยู่ในบ่อ หากเป็นของท่านย่อมเป็นของท่าน” ไม่เคยได้ยินหรือ ข้ามีข่าวดีอีกเรื่องจะบอกท่าน ท่านไปที่เรือนเล็กด้านตะวันออก ไปจับคุณชายหวน (เจี่ยหวน) กับไฉ่หยุน 彩云 เขามีอะไรกัน”
เป่าวี่ยิ้มว่า “ใครจะไปสนใจเรื่องของเขา เรามาพูดเรื่องของเรา”
หวางฮูหยินพลันพลิกกายลุกขึ้น ตบปากจินช่วนเอ๋อแล้วด่าว่า “นางอีตัวชั้นต่ำ คุณชายดีดี เจ้าสอนจนเสียคน”
เป่าวี่เห็นหวางฮูหยินตื่นแล้ว จึงสลายตัวหายไปอย่างรวดเร็วราวกับควัน
จินช่วนเอ๋อถูกตบจนร้อนผ่าวไปครึ่งหน้า แต่ไม่กล้าพูดจา พวกสาวใช้ด้านนอกได้ยินเสียงหวางฮูหยินตื่นแล้ว จึงพากันเข้ามาด้านใน
หวางฮูหยินตะโกนเรียก “วี่ช่วนเอ๋อ 玉钏儿 ไปตามแม่เจ้ามา ให้มาพาพี่สาวเจ้ากลับไป”
จินช่วนเอ๋อรีบคุกเข่าร้องไห้ว่า “ข้าไม่กล้าแล้ว ไท่ไท่จะตีจะด่าข้าก็ขอให้ลงมือ แต่อย่าไล่ข้าไป ก็นับว่าพระคุณเทียมฟ้า ข้าอยู่กับไท่ไท่มาสิบกว่าปี ท่านไล่ข้าออกไป ข้าจะไปสู้หน้าใครได้”
หวางฮูหยินโดยปกติเป็นคนใจกว้างมีเมตตา ไม่เคยทุบตีพวกสาวใช้ วันนี้เห็นว่าเรื่องที่จินช่วนเอ๋อทำเป็นเรื่องไร้ยางอายที่นางเกลียดเป็นที่สุด จึงได้โมโห ตบไปหนึ่งที ด่าอีกหลายคำ ไม่ว่าจินช่วนเอ๋อจะวิงวอนขอร้องอย่างไรก็ไม่ยอมให้นางอยู่ต่อ แม่เฒ่าไป๋ 白老媳妇 ต้องมารับตัวลูกสาวกลับไปอยู่บ้าน
ทางด้านเป่าวี่ พอหวางฮูหยินตื่น ดูท่าไม่เข้าที รีบหลบออกมาแล้วกลับมายังสุทัศนอุทยาน ตะวันแดงอยู่กลางฟ้า แมกไม้ร่มรื่น มีแต่เสียงจักจั่น ไร้เสียงผู้คน เดินเรื่อยมาจนถึงระแนงรั้วกุหลาบ ได้ยินเสียงสะอึกสะอื้น เป่าวี่หยุดยืนฟัง เสียงนั้นมาจากข้างรั้ว กุหลาบกลางเดือนห้าดอกใบสะพรั่ง เป่าวี่ย่องมามองลอดช่องรั้ว เห็นสาวน้อยนางหนึ่งนั่งยองๆ ใต้ร่มกุหลาบใช้ปิ่นขุดดินอยู่ ขุดไปร้องไห้ไป
เป่าวี่ตรองว่า “หรือจะมีสาวน้อยหน้าโง่เหมือนผินเอ๋อน้องหน้านิ่ว 颦儿 มาขุดหลุมฝังดอกไม้”
แล้วแอบยิ้มกับตัวเองคิดต่อว่า
“ถ้ามาฝังดอกไม้ ต้องเรียกนางว่า “ตงซือเลียนนิ่วหน้า 东施效颦” นอกจากไม่แปลกยังน่าเกลียด”
(ซีซือ 西施 หนึ่งในสี่สาวงามแห่งแผ่นดิน แม้ขมวดคิ้วนิ่วหน้าก็ยังงาม ตงซือ 东施 เป็นหญิงอัปลักษณ์คิดว่าคนชมซีซือว่าขมวดคิ้วแล้วสวย จึงขมวดคิ้วนิ่วหน้าทั้งวัน ยิ่งมองยิ่งน่าเกลียด)
เป่าวี่คิดจะตะโกนบอกสาวน้อยว่า
“เจ้าอย่ามาเลียนแบบคุณหนูหลิน”
แต่ดีที่ยังไม่ได้เอ่ยปาก เพราะพอเห็นหน้านางถนัดกลับไม่คุ้นตา ไม่ใช่พวกสาวใช้ ดูแล้วน่าจะเป็นหนึ่งในสิบสองนักแสดงฝึกหัด แต่ไม่รู้ว่ารับบทไหน ตัวพระ 生 ตัวนาง 旦 หน้าลาย 净 หรือตัวตลก 丑
เป่าวี่แลบลิ้นแล้วรีบปิดปากตรองว่า
“ดีนะที่ไม่ปากพล่อย สองครั้งก่อน ครั้งหนึ่งผินเอ๋อโมโห ครั้งหนึ่งเป่าเอ๋อคิดมาก ขืนมีอีกครั้ง คงไม่ได้การ”
เป่าวี่นึกอย่างไรก็นึกไม่ออกว่านางเป็นใคร พอเพ่งมองอย่างละเอียด คิ้วดกงามดังผาวสันต์ แววตาฉ่ำน้ำใสเดือนสารท หน้าหวานเอวบาง สง่างามชดช้อยคลับคล้ายไต้วี่ เป่าวี่ยืนบื้อมองไม่อยากไปไหน
ครั้นมองดูบนพื้น นางไม่ได้ใช้ปิ่นขุดดิน แต่ขีดเขียนเป็นตัวอักษร “กุหลาบ 蔷 (เฉียง)” นับได้สิบแปดขีด (เขียนอักษรตัวเต็ม) เป่าวี่คิดว่า
“หรือนางจะแต่งโคลงกลอน พอเห็นกุหลาบริมรั้วแล้วเกิดอารมณ์กวี จึงเขียนไว้ก่อนกันลืม”
พอมองอักษรที่เขียนต่อลงไปก็เป็นอักษร “กุหลาบ 蔷” อีก บางตัวเขียนไม่ทันเสร็จ ก็เขียนตัวถัดไป โดยรวมแล้วมีแต่อักษร “กุหลาบ 蔷 (เฉียง)” สิบกว่าตัว
นางยังคงเขียนต่อไป เป่าวี่มองตามปิ่นที่ขีดเขียนไปมาตรองว่า
“เด็กสาวผู้นี้คงมีอะไรในใจที่พูดไม่ออกจึงได้ทำเช่นนี้ ภายนอกดูนิ่งเฉย ในใจคงทุกข์ระทม รูปร่างนางบอบบางปานนี้ จะทนรับความอัดอั้นตันใจได้เพียงใด เสียดายที่ข้าไม่อาจแบ่งเบาทุกข์บ้างให้บางเบา”
อากาศร้อนอาจแปรปรวน ผืนเมฆอาจกลายเป็นฝน ลมเย็นพัดมากระทันหัน ห่าฝนซู่ซ่าตกลงมาใส่ศีรษะนาง จนเสื้อผ้าเปียกปอนหมด เป่าวี่คิดว่า
“ฝนลงขนาดนี้ รูปร่างนางจะรับฝนกระหน่ำได้เพียงใด”
อดไม่ได้จึงบอกออกไปว่า
“ไม่ต้องเขียนแล้ว ดูสิเปียกหมดแล้ว”
เด็กสาวสะดุ้งตกใจ เงยหน้ามองมาเห็นใบหน้าคนผู้หนึ่งในแนวรั้วดอกไม้บอกนางว่า “ไม่ต้องเขียนแล้ว”
เป่าวี่เป็นคนหน้าตาดี มีกรอบกุหลาบล้อมรอบใบหน้า เด็กสาวมองดูไม่รู้ว่าใครจึงยิ้มว่า
“ขอบคุณพี่สาวที่เตือน แล้วพี่สาวยืนอยู่ข้างนอกนั่นมีอะไรบังฝน”
เป่าวี่จึงนึกขึ้นมาได้ร้อง “ไอ้หยา” รู้สึกหนาวสั่น ก้มดูตัวเองเห็นเปียกโชกจึงว่า “ไม่ไหว”
แล้วรีบวิ่งกลับลานชื่นแดง ใจยังนึกถึงเด็กสาวที่ไม่มีที่หลบฝน
เนื่องจากวันพรุ่งนี้เป็นวันเทศกาลตวนหยาง 端阳节 โรงเรียนให้พวกเหวินกวน 文官 นักแสดงฝึกหัดทั้งสิบสองนางหยุดพักผ่อน จึงพากันมาเที่ยวชมอุทยาน เผอิญเด็กหญิงสองคน เป่ากวน 宝官 นักแสดงตัวพระเอก 小生 และ วี่กวน 玉官 นักแสดงตัวนางเอก 正旦 มาเที่ยวหาคุยเล่นกับสีเหยินที่ลานชื่นแดง พอดีฝนตกติดฝนอยู่ จึงช่วยกันกั้นท้องร่องปล่อยน้ำเข้ามาในลาน ทั้งไล่จับและต้อนเป็ดน้ำ นกน้ำเอามาปล่อยข้างใน แล้วปิดประตูลานบ้านไว้ พวกสีเหยินนั่งสรวลเสเฮฮากันอยู่ที่ระเบียง
เป่าวี่วิ่งมาถึงเห็นประตูปิดจึงเคาะประตูเรียก พวกข้างในเอาแต่คุยไม่มีใครได้ยิน เป่าวี่ทั้งเคาะทั้งตบประตูเรียกอยู่ครึ่งค่อนวัน กว่าจะมีคนได้ยิน แต่ต่างคิดว่าเป่าวี่คงยังไม่กลับมาในเวลานี้
สีเหยินหัวเราะแล้วว่า “ใครมาเรียกประตูตอนนี้ ไม่มีใครไปเปิด”
เป่าวี่ว่า “ข้าเอง”
เส้อเยว่ว่า “เสียงคุณหนูเป่า (เป่าไช)”
ฉิงเหวินว่า “เหลวไหล คุณหนูเป่าจะมาทำไมตอนนี้”
สีเหยินว่า “เดี๋ยวข้าไปดูที่ช่องประตู เปิดได้ก็เปิด ไม่ปล่อยให้เปียกปอนกลับไป”
สีเหยินเดินตามระเบียงมายังประตูมองลอดช่องออกไปเห็นเป่าวี่เปียกเป็นลูกเจี๊ยบตกน้ำ สีเหยินทั้งร้อนใจทั้งขำ รีบเปิดประตูแล้วหัวเราะจนตัวงอว่า
“ใครจะรู้ว่าเจ้านายกลับมา ทำไมวิ่งมากลางฝนตกหนัก”
เป่าวี่กำลังโมโห คิดไว้ว่าใครมาเปิดประตูจะต้องถูกเตะ พอประตูเปิด ไม่ดูให้แน่ว่าเป็นใคร มั่นใจว่าเป็นเด็กรับใจ จึงเตะเข้าที่สีข้าง
สีเหยินร้องว่า “ไอ้หยา”
เป่าวี่ด่าอีกว่า “พวกสถุล ปกติข้าใจดีกับพวกเจ้ามากไป ไม่เกรงข้าสักนิด ยังมีหน้ามาหัวเราะเยาะ”
ปากด่าไป ก้มหน้ามองเห็นสีเหยินนั่งร้องไห้จึงรู้ว่าเตะผิด รีบยิ้มว่า
“ไอ้หยา เจ้าเอง ถูกเตะตรงไหน”
สีเหยินไม่เคยแม้แต่ถูกด่า มาถูกเป่าวี่เตะต่อหน้าคนอื่น ทั้งอายทั้งโมโหทั้งเจ็บ ไม่รู้จะหลบหน้าไปไหน แต่พอคิดว่าเป่าวี่คงไม่ตั้งใจเตะ จึงอดทนไว้แล้วว่า
“เตะไม่โดน ไม่รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”
เป่าวี่เข้าห้องไปผลัดเสื้อผ้า พลางกล่าวว่า
“ข้าโตมาจนป่านนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่โมโหแล้วทำร้ายคน ไม่คิดว่าเจ้าจะโดนเป็นคนแรก”
สีเหยินสะกดกลั้นความเจ็บปวดเปลี่ยนเสื้อให้ พลางยิ้มว่า
“ข้าเป็นคนแรกเสมอ ไม่ว่าเรื่องใหญ่เรื่องเล็ก เรื่องดีเรื่องร้าย ต้องเริ่มที่ข้าก่อน แต่ไม่ใช่ว่าทำร้ายข้าแล้ว พรุ่งนี้จะเที่ยวทำร้ายใครต่อ”
เป่าวี่ว่า “ข้าไม่ได้ตั้งใจ”
สีเหยินว่า “ไม่มีใครว่าท่านตั้งใจ ปกติเปิดปิดประตูเป็นพวกเด็กรับใช้ พวกนางซุกซนจนเคยตัว คนเขาเคืองจนเข็ดฟัน พวกนางยังไม่กลัว ท่านจะสั่งสอนเสียบ้างก็ควรอยู่ เมื่อครู่ข้าแส่เอง ไม่เรียกพวกนางไปเปิดประตู”
ฝนหยุดแล้ว เป่ากวน วี่กวนขอตัวกลับ สีเหยินรู้สึกเจ็บชายโครงจนอึดอัด อาหารเย็นจึงไม่กิน ตกเย็นถอดเสื้อออกเห็นสีข้างมีรอยฟกช้ำขนาดชามโคม รู้สึกตกใจแต่ไม่กล้าอื้ออึง พอถึงเวลานอนยังฝันว่าเจ็บต้องร้อง “ไอ้หยา” ทั้งยังหลับ
เป่าวี่แม้จะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ พอเห็นสีเหยินท่าทางไม่กระฉับกระเฉง รู้สึกกระสับกระส่ายไม่สบายใจ กลางดึกได้ยินเสียงสีเหยินคราง “ไอ้หยา” ก็รู้ว่า
ที่ถูกเตะคงระบมแล้ว จึงรีบลุกจากเตียงถือตะเกียงมาส่องดู เห็นสีเหยินไอสองหน ถ่มเสลดออกมาแล้วครางอีก พอลืมตามาเห็นเป่าวี่ก็ตกใจถามว่า
“มาทำไม”
เป่าวี่ว่า “เจ้านอนร้องคราง คงถูกเตะเจ็บ ขอข้าดูหน่อย”
สีเหยินว่า “ข้าเวียนหัว คอคาวๆ หวานๆ ท่านส่องดูที่พื้นที”
เป่าวี่เอาตะเกียงส่องดู เห็นเลือดสดๆ คำหนึ่งอยู่บนพื้น เป่าวี่ตกตะลึงว่า
“แย่แล้ว”
(จบบทที่สามสิบ)
สีเหยินเห็นเลือดสดๆ ที่ตนถ่มลงบนพื้นแล้ว หนาวสะท้านไปครึ่งร่าง นึกถึงคำโบราณว่า
“少年吐血,年月不保,
纵然命长终是废人了。
ยังเยาว์กระอักโลหิต
มีชีวิตยากยืนยง
ถึงอยู่ยาวก็คง
มิพ้นเป็นคนพิการ”
คิดแล้วก็ทอดอาลัยในความหวังถึงความรุ่งเรืองในอนาคต น้ำตาไหลไม่รู้ตัว เป่าวี่เห็นนางร้องไห้จึงถามว่า
“เจ้ารู้สึกอย่างไร”
สีเหยินฝืนยิ้มว่า “ยังดีอยู่ จะให้รู้สึกอย่างไร”
เป่าวี่จะปลุกคนมาต้มเหล้าเหลือง และหายาเม็ดแก้ช้ำในหลีต้งหวานเลือดแพะภูเขา 黎洞丸 สีเหยินยุดมือเป่าวี่ไว้ยิ้มว่า
“ไม่จำเป็นต้องไปปลุกคนมามากมาย เขาจะหาว่าข้าเรื่องมาก ที่ไม่รู้พลอยรู้กันหมด ไม่ดีทั้งกับท่านและข้า ไว้พรุ่งนี้เช้า ให้คนไปเอายาจากท่านหมอหวาง 王大夫 มากินก็หายแล้ว ไม่มีใครรู้เรื่องด้วย”
เป่าวี่ฟังแล้วมีเหตุผลจึงยอมตาม ไปเทน้ำชามาให้กลั้วคอ สีเหยินรู้ว่าเป่าวี่ไม่สบายใจ หากบอกว่าไม่ต้องมาเฝ้านางก็คงไม่ยอม กลับจะเอะอะจนคนพากันตื่น จึงเอนตัวนอน ปล่อยให้เป่าวี่นั่งเฝ้าไป
เช้าวันรุ่งขึ้นพอฟ้าสาง เป่าวี่ยังไม่ล้างหน้าหวีผม รีบสวมเสื้อออกจากห้อง ให้คนไปตามหมอหวางจี้เหยิน 王济仁 มาพบแล้วเล่าอาการให้ฟัง หวางจี้เหยินว่าเป็นเพียงอาการฟกช้ำ แล้วบอกชื่อยาเม็ด กินอย่างไร ใช้อย่างไร เป่าวี่จดเอาไว้ แล้วกลับมายังอุทยานจัดยารักษาตามสั่ง
ตอนก่อนหน้า : ศิลาไม้ร้าวฉาน
https://www.blockdit.com/posts/69524b8a0d39fdc8fed8b1de
ตอนถัดไป : พันตำลึงทองมิอาจแลกรอยยิ้ม
https://www.blockdit.com/posts/695b895ccc569ae1574d9e32
บันทึก
2
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความฝันในหอแดง
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย