5 ม.ค. เวลา 09:50 • ประวัติศาสตร์

ความฝันในหอแดง 60 พันตำลึงทองมิอาจแลกรอยยิ้ม

วันนี้เป็นวันเทศกาลตวนหยาง 端阳节 ตามประตูบ้านจะปักว่านน้ำชางผู 菖蒲 หญ้าไอ้เฮา 艾蒿 ขับไล่อัปมงคล เด็กๆ ผูกยันต์เสือที่แขนป้องกันสิ่งชั่วร้าย ตอนเที่ยง หวางฮูหยินเลี้ยงโต๊ะ เชิญบ้านเซวียมาร่วมฉลองเทศกาล
เป่าวี่เห็นเป่าไชเมินเฉยไม่พูดกับตน รู้ว่าคงยังโกรธเรื่องเมื่อวาน หวางฮูหยินเห็นเป่าวี่เซื่องซึม คิดว่าคงเป็นเรื่องจินช่วนเอ๋อเมื่อวาน น่าขายหน้าจึงไม่พูดถึง ไต้วี่เห็นเป่าวี่ไม่กระฉับกระเฉง คิดว่าคงเรื่องที่ไปแหย่เป่าไชเมื่อวาน ตนก็มีส่วนจึงหงอยไปด้วย พี่เฟิ่งฟังเรื่องเป่าวี่กับจินช่วนเอ๋อที่หวางฮูหยินเล่าให้ฟังเมื่อเย็นวาน รู้ว่าหวางฮูหยินไม่ชอบใจ จึงไม่กล้าพูดเล่น สามสาวหยิงชุนพี่น้องเห็นทุกคนนั่งซึมพลอยซึมไปด้วย นั่งกินโต๊ะกันอย่างเงียบเหงาแล้วก็เลิก
ไต้วี่มีอุปนิสัยชอบปลีกวิเวกไม่ชอบสมาคม เหตุผลมีว่า
“คนเรามีพบย่อมมีพราก ยามพบรื่นเริง ยามพรากย่อมอ้างว้าง พออ้างว้างย่อมเศร้าโศก ดังนั้นอย่าพบพานเสียดีกว่า เปรียบดังดอกไม้บานคนชื่นชม ยามร่วงโรยนำพาให้ขมขื่น ดังนั้นจึงมิควรบาน”
ด้วยเหตุนี้ยามที่ผู้คนรื่นเริง นางกลับรู้สึกเศร้า
เป่าวี่มีอุปนิสัยรักสมาคมไม่ชอบปลีกวิเวก ขอดอกไม้บานเสมออย่ารู้โรย พองานเลี้ยงเลิกราดอกไม้โรยร่วง ปวงทุกข์ประเดประดัง ก็ไม่รู้จะทำเช่นไร
งานเลี้ยงวันนี้พอเลิกรา ไต้วี่ไม่รู้สึกกระไร แต่เป่าวี่รู้สึกหดหู่ กลับมาถึงห้อง นั่งถอนหายใจบ่นพึมพำ
ฉิงเหวินขณะเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่ทันระวังทำพัดในมือตกลงพื้น โครงพัดหัก เป่าวี่ถอนหายใจว่า
“คนโง่ ต่อไปจะเป็นอย่างไร วันหน้าเจ้าออกเรือนจะยังได้หน้าแล้วลืมหลังอย่างนี้อยู่อีกไหม”
ฉิงเหวินยิ้มเยาะว่า “พักนี้นายรองอารมณ์เสียง่าย สีหน้าฟ้อง วันก่อนถึงกับเตะสีเหยิน วันนี้มาจับผิดข้า จะเตะจะตีก็แล้วแต่นายรอง ทำพัดหักใช่ว่าเรื่องใหญ่ ก่อนหน้านี้ ทำถ้วยโถแตกไปไม่รู้กี่ใบ ไม่เห็นเคยโมโห วันนี้ทำพัดหักจะเป็นไรหนักหนา หากท่านไม่พอใจก็ไล่พวกเราออกแล้วหาคนใหม่ ไม่ดีหรือ”
เป่าวี่ฟังแล้วโมโหจนตัวสั่นว่า “ไม่ต้องรีบร้อน วันหน้าได้ไปแน่”
สีเหยินได้ยินจึงรีบเข้ามาถามเป่าวี่ว่า
“อยู่ดีดี มีอะไรอีก ข้าว่าแล้วเชียว พอข้าไม่อยู่เป็นต้องเกิดเรื่อง”
ฉิงเหวินยิ้มเยาะว่า “พี่รู้อยู่แล้วก็น่าจะรีบมา ข้าจะได้ไม่ต้องไปแหย่รังแตน แต่ไหนแต่ไรก็มีพี่ที่ปรนนิบัติใกล้ชิด จนถูกเตะเข้าเต็มอก พวกข้าปรนนิบัติไม่ถูกใจ ไม่รู้พรุ่งนี้จะผิดอะไรอีก”
สีเหยินฟังแล้วทั้งโกรธทั้งอาย พอจะตอบโต้ก็สังเกตสีหน้าเป่าวี่โกรธจนหน้าเขียว จึงสู้อดกลั้นไว้ว่า
“น้องคนดี เจ้าออกไปเดินเล่นข้างนอกไป พวกเราผิดเอง”
ฉิงเหวินได้ยินคำว่า “พวกเรา” รู้ว่าหมายถึงนางกับเป่าวี่ ยิ่งเกิดริษยา ยิ้มเยาะเสียดสีว่า
“ข้าไม่รู้ว่า พวกท่านหมายถึงใคร อย่าให้ข้าต้องขายหน้าแทน พวกท่านทำอะไรกันลับลับล่อล่อ ตบตาข้าไม่ได้หรอก ว่ากันตามตรง คุณหนูก็ยังไม่ได้เป็น ไม่ได้ดีอะไรไปกว่าข้า มีหน้ามาใช้คำว่า “พวกเรา” ”
สีเหยินอายจนหน้าแดง คิดดูแล้วนางพูดผิดไปเอง
เป่าวี่พูดขึ้นว่า “เจ้าไม่พอใจ พรุ่งนี้ข้าจะยกฐานะนางเอง”
สีเหยินดึงมือเป่าวี่ไว้ว่า “นางเหลวไหลไปเอง ท่านไปเถียงกับนางทำไม ปกติเรื่องใหญ่กว่านี้ท่านยังไม่ถือสา วันนี้เป็นอะไรไป”
ฉิงเหวินยิ้มหยันว่า “ข้าเป็นคนเหลวไหล ไม่คู่ควรมาคุยด้วย ข้ามันแค่ขี้ข้า”
สีเหยินว่า “แม่นางพูดกับใครกันแน่ กับข้าหรือนายรอง ถ้าโกรธข้าก็พูดกับข้า อย่าโวยวายกับนายรอง หากโกรธนายรอง ก็ไม่ควรเอะอะจนคนนับหมื่นรู้ ข้าเพียงเข้ามาเพื่อเตือนให้เลิกทะเลาะกัน แม่นางพาลมาลงที่ข้า แต่ดูแล้วไม่เหมือนโกรธทั้งข้าหรือนายรอง แยกเขี้ยวยิงฟันด้วยเรื่องใดกันแน่ ข้าไม่พูดแล้ว เจ้าอยากพูด พูดไป”
ว่าแล้วก็เดินหลบไปข้างนอก
เป่าวี่กล่าวกับฉิงเหวินว่า “เจ้าไม่ต้องโมโห ข้าพอเดาใจเจ้าได้ ข้าจะไปบอกไท่ไท่ว่า เจ้าโตพอแล้ว สมควรให้ออกไปอยู่ข้างนอก ดีไหม”
ฉิงเหวินได้ฟัง เสียใจน้ำตาไหลว่า
“ทำไมข้าต้องไป ถึงท่านเกลียดข้า หาวิธีขับไล่ก็ทำไม่ได้”
เป่าวี่ว่า “ข้าไม่เถียงกับใครแบบนี้ เจ้าอยากไป ข้าไปบอกไท่ไท่ขอให้เจ้าออกไป”
ว่าแล้วก็ลุกขึ้นจะเดินไปหาไท่ไท่
สีเหยินกลับเข้ามาขวางไว้ ยิ้มถามว่า “จะไปไหน”
เป่าวี่ว่า “ไปหาไท่ไท่”
สีเหยินยิ้มว่า “ไม่มีประโยชน์ หากท่านไปเรียนไท่ไท่ มีแต่ทำให้นางอับอาย ควรรอให้อารมณ์เย็นลงกว่านี้ค่อยไปเรียนก็ยังไม่สาย รีบร้อนไปเช่นนี้ ไท่ไท่คงสงสัย”
เป่าวี่ว่า “ไท่ไท่ไม่สงสัยหรอก ข้าจะชี้แจงให้ชัดเจนว่านางอยากไปเอง”
ฉิงเหวินร้องไห้ว่า “ข้าบอกเมื่อไรกันว่าอยากไป ท่านไม่พอใจแล้วพาลหาเรื่องข้า ท่านอยากไปฟ้องก็ไป ข้ายอมโขกหัวข้าให้ตายก็ไม่ยอมก้าวออกจากประตู”
เป่าวี่ว่า “แปลกแท้ เจ้าไม่ไป แต่วุ่นวายไม่หยุด ข้าไม่ทนฟังเจ้าเอะอะโวยวาย ไปเสียให้พ้นสิ้นเรื่อง”
แล้วตั้งใจไปฟ้องแน่
สีเหยินเห็นทีขวางไว้ไม่อยู่ จึงคุกเข่าลง พวกปี้เหิน ชิวเหวิน เส้อเยว่เห็นเอะอะกันเสียงดัง แอบฟังอยู่ด้านนอก พอเห็นสีเหยินคุกเข่า ก็พากันรีบเข้ามาคุกเข่าด้วย
เป่าวี่รีบประคองสีเหยินให้ลุกขึ้น ถอนหายใจ นั่งลงบนเตียง บอกให้ทุกคนลุกขึ้น แล้วหันมาหาสีเหยินว่า
“จะให้ข้าทำเช่นไร ใจข้าแหลกสลาย ก็ไม่มีใครเข้าใจ”
พูดแล้วก็ร้องไห้
สีเหยินเห็นเป่าวี่ร้องไห้ ก็ร้องไห้ตามไปด้วย
ฉิงเหวินร้องไห้อยู่ จะเอ่ยปากพูด พอดีไต้วี่เดินเข้ามา ฉิงเหวินจึงถอยออกไป
ไต้วี่ยิ้มว่า “วันเทศกาลสำคัญ อยู่ดีดีมาร้องไห้ หรือแย่งกันกินบ๊ะจ่าง แล้วแย่งไม่ทัน”
เป่าวี่ สีเหยินพากันหัวเราะ
ไต้วี่ว่า “พี่รอง ท่านไม่จำเป็นต้องบอก ข้าไม่ถามก็รู้”
แล้วหันมาตบไหล่สีเหยินว่า
“พี่สะใภ้ ท่านบอกข้า เป็นท่านสองคนทะเลาะกันแน่ บอกน้องมา ข้าช่วยเป็นกาวใจให้”
สีเหยินผลักมือไต้วี่ว่า “คุณหนู ท่านเล่นอะไร ข้าเป็นเพียงสาวใช้ คุณหนูพูดไม่ถูก”
ไต้วี่ยิ้มว่า “ท่านว่าท่านเป็นสาวใช้ แต่ข้าถือว่าท่านเป็นพี่สะใภ้”
เป่าวี่ว่า “เจ้าอยู่ๆ มาตั้งตำแหน่งนางให้ผู้คนด่าทำไมกัน เจ้าไม่ทำเช่นนี้ ยังมีคนพูดพล่อยๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเจ้ามาเรียกนางอย่างนี้”
สีเหยินยิ้มว่า “คุณหนู ท่านไม่รู้ใจข้า หากข้าสิ้นลมตายไปก็คงดี”
ไต้วี่ยิ้มว่า “เจ้าตายไป คนอื่นไม่รู้จะเป็นอย่างไร ข้าคงร้องไห้ตายก่อน”
เป่าวี่ยิ้มว่า “เจ้าตายไป ข้าออกบวชเป็นพระ”
สีเหยินว่า “ท่านมีสติหน่อย พูดอะไรเหลวไหลเรื่อย”
ไต้วี่ชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว เม้มปากหัวเราะว่า
“บวชเป็นพระสองหนแล้ว จากนี้ไป ข้าจะคอยจดว่าเจ้าบวชพระกี่หน”
เป่าวี่ได้ฟัง รู้ว่านางหมายถึงเรื่องที่ตนพูดเมื่อวันก่อน จึงยิ้มกับตัวเอง แล้วปล่อยเรื่องผ่านไป
พอไต้วี่กลับไปแล้ว มีคนมาแจ้งว่า
“นายใหญ่เซวียขอเชิญ”
เป่าวี่จึงไปพบ ที่แท้ชวนดื่มสุรา มิอาจขัด จึงร่วมดื่มจนงานเลิก
ตกเย็นขากลับ เป่าวี่เมาจนเดินโซเซเข้ามาในลานบ้าน บนแหย่งรับลมเย็นมีคนนอนอยู่ เป่าวี่สำคัญว่าเป็นสีเหยิน จึงนั่งลงบนแหย่งผลักนางว่า
“ที่เจ็บ ดีขึ้นบ้างไหม”
คนผู้นั้นหันมาว่า “เคราะห์มาหาข้าอีกแล้ว”
เป่าวี่เห็นว่าไม่ใช่สีเหยิน แต่เป็นฉิงเหวิน จึงฉุดนางให้ลุกมานั่งข้าง ยิ้มว่า
“เจ้านับวันยิ่งเอาใหญ่ เช้าทำพัดตก ข้าว่าไปสองคำ เจ้าก็มายอกย้อน เจ้าว่าข้ายังพอทำเนา สีเหยินมาเตือนเจ้าด้วยเจตนาดี เจ้าก็พาลพาโลใส่นาง เจ้าคิดดูเองว่าควรไม่ควร”
ฉิงเหวินว่า “อากาศร้อนขนาดนี้ มาฉุดฉุดดึงดึงทำไม ใครเห็นเข้าจะว่าอย่างไร ฐานะของข้าไม่สมควรมานั่งอยู่ตรงนี้”
เป่าวี่ยิ้มว่า “เจ้ารู้ตัวว่าไม่สมควร แต่เจ้ากลับมานอน”
ฉิงเหวินไม่มีอะไรจะแก้ตัว หัวเราะว่า
“ท่านยังไม่มาพอได้อยู่ ท่านมาแล้วไม่สมควร ลุกขึ้น ข้าจะไปอาบน้ำ สีเหยิน เส้อเยว่อาบเสร็จแล้ว ข้าไปตามพวกนางมาให้”
เป่าวี่ยิ้มว่า “ข้าดื่มมามากอยู่ ยังไม่ได้อาบน้ำ ในเมื่อเจ้ายังไม่ได้อาบ ไปตักน้ำมา พวกเราอาบด้วยกัน”
ฉิงเหวินโบกมือยิ้มว่า “พอ พอ ข้าไม่กล้ายุ่งกับนายท่าน ข้ายังจำตอนที่ปี้เหินช่วยอาบน้ำให้ท่านได้อยู่ สองถึงสามชั่วโมง ไม่รู้ทำอะไรกัน พวกเราไม่เห็น พออาบเสร็จ เข้าไปเห็นน้ำนองพื้นจนท่วมขาเตียง บนที่นอนก็เปียกโชก ไม่รู้อาบกันอย่างไร ขำกันไปหลายวัน
ข้ายังไม่มีเวลาไปเตรียมน้ำ ท่านไม่ต้องมาอาบกับข้า อากาศวันนี้เย็นเร็ว ข้าคงไม่อาบแล้ว เดี๋ยวข้าไปตักน้ำใส่อ่างมาให้ท่านล้างหน้าสระผม ยวนยางเพิ่งเอาผลไม้มาให้ แช่อยู่ในโถแก้ว ให้พวกเขาเอามาให้ดีไหม”
เป่าวี่ยิ้มว่า “ในเมื่อเจ้าไม่ไปอาบน้ำ ก็ไปล้างมือแล้วเอาผลไม้มาให้ข้า”
ฉิงเหวินยิ้มว่า “ข้ามันซุ่มซ่าม พัดยังทำหัก ให้ไปเอาผลไม้มาเดี๋ยวคงทำจานแตกอีก ยิ่งแย่ใหญ่”
เป่าวี่ยิ้มว่า “เจ้าอยากทำแตกก็ให้มันแตก ของพวกนี้ เดิมก็เพียงยืมเขามาใช้ ท่านชอบอย่างนั้น ข้าชอบอย่างนี้ ต่างจิตต่างใจ อย่างเช่นพัด เดิมเอาไว้ใช้พัด เจ้าพอใจฉีกเล่นก็ได้ เพียงอย่าใช้ระบายอารมณ์เวลาโกรธ หรืออย่างเช่นจานชาม เดิมมีไว้ใส่อาหาร เจ้าพอใจใช้ฟังเสียง จึงจงใจเคาะให้แตกก็ย่อมได้ ขอเพียงอย่าใช้ระบายอารมณ์เวลาโกรธ นี่จึงเป็นการรู้ใช้สิ่งของ”
ฉิงเหวินฟังแล้วยิ้มว่า “ถ้าพูดอย่างนี้ ก็เอาพัดมาให้ข้าฉีก ข้าชอบฟังเสียงฉีก”
เป่าวี่ยิ้มแล้วส่งพัดให้ ฉิงเหวินรับมาแล้วฉีกดังแคว่ก เป็นสองท่อน เป่าวี่ยิ้มว่า
“ฟังดูดี ฉีกให้ฟังอีก”
เส้อเยว่เดินผ่านมาเห็น จุ๊ปากว่า “เล่นพิเรทร์ให้น้อยหน่อย”
เป่าวี่เดินมาหานาง ชิงพัดในมือนางส่งให้ฉิงเหวิน ฉิงเหวินรับมาฉีกเป็นท่อนท่อน แล้วทั้งคู่ก็พากันหัวเราะ
เส้อเยว่ว่า “นี่อะไรกัน เอาของข้าไปฉีกเล่น”
เป่าวี่ยิ้มว่า “ไปเปิดหีบพัด อยากได้เล่มไหนก็เลือกไป”
เส้อเยว่ว่า “ถ้าอย่างนั้น ยกออกมา แล้วเอาให้นางฉีกให้หมดไม่ดีหรือ”
เป่าวี่ยิ้มว่า “เจ้าไปยกมาที”
เส้อเยว่ว่า “ข้าไม่ทำเรื่องพิเรนทร์อย่างนี้ มือนางไม่ได้หัก ให้นางไปยกเอง”
ฉิงเหวินยิ้ม เอนกายลงบนแหย่ง กล่าวว่า
“ข้าเหนื่อยแล้ว พรุ่งนี้ค่อยฉีกใหม่”
เป่าวี่ยิ้มว่า “โบราณว่า “พันตำลึงทองมิอาจแลกรอยยิ้ม 千金难买一笑” พัดเพียงไม่กี่เล่ม มีค่าสักเท่าไร”
เป่าวี่ตะโกนเรียกสีเหยินที่เพิ่งผลัดเสื้อผ้าเสร็จเดินออกมา สาวใช้เด็กจยาหุ้ย 佳蕙 เดินมาเก็บเศษพัดขาด ทุกคนนั่งลงตากลมสนทนา
ตอนก่อนหน้า : เป่าวี่เที่ยวก่อกรรม
ตอนถัดไป : กิเลนทอง

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา