Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กุ้ยหลิน
•
ติดตาม
8 ม.ค. เวลา 09:32 • ประวัติศาสตร์
ความฝันในหอแดง 61 กิเลนทอง
วันรุ่งขึ้นเวลาเที่ยงวัน หวางฮูหยิน เป่าไช ไต้วี่และพวกสาวสาว นั่งคุยกับแม่เฒ่าเจี่ยอยู่ในห้อง มีคนมาแจ้งว่า
“คุณหนูใหญ่สื่อมา”
สักครู่ สื่อเซียงหยุน 史湘云 นำสาวใช้และแม่บ้านคณะใหญ่เข้ามาในลานบ้าน พวกเป่าไช ไต้วี่ลงมารับที่ขั้นบันได สาวสาวไม่ได้พบกันมาเป็นเดือน ย่อมมีเรื่องคุยกันสนิทสนม พอเข้ามาในห้อง คารวะทักทายกันแล้ว แม่เฒ่าเจี่ยกล่าวว่า
“อากาศร้อน ถอดเสื้อนอกออกเถิด”
เซียงหยุนลุกขึ้นคลายเสื้อให้หลวม หวางฮูหยินยิ้มว่า
“ไม่รู้จะใส่ไปทำไม”
เซียงหยุนยิ้มว่า “พี่สะใภ้รองบอกให้ใส่ ใครอยากใส่กัน”
เป่าไชยิ้มว่า “ท่านน้ายังไม่รู้ เสื้อผ้าที่นางใส่ นางชอบเอาของคนอื่นมาใส่ ข้ายังจำได้ว่าตอนนางพักอยู่ที่นี่ช่วงเดือนสามเดือนสี่ปีที่แล้ว เอาชุดของน้องเป่า (เป่าวี่) มาใส่ ทั้งเสื้อคลุม รองเท้า และเข็มขัด ดูเผินๆ เหมือนน้องเป่า เกินมาแต่ต่างหูสองข้าง มายืนอยู่หลังเก้าอี้นั่น เหล่าไท่ไท่หลงเรียกว่า
“เป่าวี่ มานี่ ระวังพู่ตะเกียงบนหัวทำฝุ่นร่วงเข้าตา”
นางยืนยิ้มแต่ไม่ยอมเดินมาหา จนคนอื่นอดขำไม่ได้ เหล่าไท่ไท่จึงได้ขำด้วยแล้วว่า
“เจ้าแต่งเป็นเด็กผู้ชายแล้วดูดี” ”
ไต้วี่ว่า “นั่นยังไม่เท่าไร มีครั้งหนึ่งเมื่อเดือนหนึ่งปีก่อนหน้ารับนางมาอยู่ได้สองวัน หิมะตก เหล่าไท่ไท่กับท่านน้าหญิงเพิ่งกลับจากไหว้บรรพบุรุษ เหล่าไท่ไท่ถอดเสื้อคลุมสักหลาดกันหนาวสีแดงสดตัวใหญ่ทิ้งเอาไว้ พอไม่มีใครเห็น นางเอาไปใส่ เสื้อทั้งใหญ่ทั้งยาว ต้องเอาผ้าคาดผูกเอวไว้ แล้วออกไปเล่นก่อตุ๊กตาหิมะกับพวกสาวใช้ที่ลานหลังบ้าน นางสะดุดหัวคะมำจมหิมะทั้งตัว”
กล่าวแล้ว ทุกคนต่างจำได้พากันหัวเราะ
เป่าไชยิ้มถามแม่นมโจว 周奶妈 ว่า
“แม่โจว คุณหนูของท่านซุกซนหรือไม่”
แม่นมโจวพลอยหัวเราะด้วย
หยิงชุนยิ้มว่า “ซุกซนยังพอทำเนา ข้าว่านางช่างพูด จ้อได้ไม่หยุด ไม่เคยเห็นใครตอนนอนยังหัวเราะไปพูดไป ไม่รู้ไปเอาเรื่องพูดมาจากไหน”
หวางฮูหยินว่า “ช่วงหลังนี้น่าจะดีขึ้น วันก่อนมีคนมาขอดูตัว คงใกล้ได้ออกเรือนแล้ว ยังจะเป็นเหมือนเดิมได้อยู่หรือ”
แม่เฒ่าเจี่ยถามว่า “วันนี้จะอยู่ค้าง หรือจะกลับบ้าน”
แม่นมโจวยิ้มว่า “เหล่าไท่ไท่ไม่เห็นหรือ เสื้อผ้าก็หอบมาด้วย คงอยู่สักสองวัน”
เซียงหยุนถามหาเป่าวี่ว่า “พี่เป่าวี่ไม่อยู่บ้านหรือ”
เป่าไชยิ้มว่า “นางไม่คิดถึงคนอื่น คิดถึงแต่พี่เป่า สองคนชอบเล่นหัวกัน เห็นชัดว่านิสัยยังไม่เปลี่ยน”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “เดี๋ยวนี้พวกเจ้าก็โตกันแล้ว เลิกเรียกชื่อเล่นกันได้แล้ว”
สนทนากันอยู่นั้น เป่าวี่มาถึง ยิ้มทักว่า
“น้องหยุนมาแล้ว ทำไมวันก่อนให้คนไปรับไม่มา”
หวางฮูหยินว่า “ที่นี่ เหล่าไท่ไท่เพิ่งว่าไปคนหนึ่ง อีกคนมาถึงก็เรียกชื่อเรียกแซ่กันเหมือนเดิม”
ไต้วี่ว่า “พี่ชายเจ้ามีของดีรอมอบให้”
เซียงหยุนว่า “ของดีอะไร”
เป่าวี่ว่า “เจ้าเชื่อนางหรือ ไม่เจอกันไม่กี่วัน ตัวเจ้าสูงขึ้น”
เซียงหยุนยิ้มถามว่า “พี่สีเหยินสบายดี”
เป่าวี่ว่า “ดี ขอบใจเจ้าที่คิดถึง”
เซียงหยุนว่า “ข้ามีของดีมาฝากนาง”
ว่าแล้วก็หยิบผ้าเช็ดหน้าที่ผูกเป็นปมไว้ออกมา
เป่าวี่ว่า “มีของดีอะไรอีก เจ้าไม่เอาแหวนหินลายแดงแบบที่ส่งมาเมื่อวันก่อนให้นางสักสองวง”
เซียงหยุนว่า “นี่คืออะไรน่ะหรือ ?”
ว่าแล้วก็เปิดห่อออก เป็นแหวนหินลายแดงแบบที่ส่งมาเมื่อวันก่อน ห่อไว้สี่วง
ไต้วี่ยิ้มว่า “พวกท่านดูนาง วันก่อนตอนส่งของมาให้พวกเรา เอาของนางรวมมาด้วยก็สิ้นเรื่อง วันนี้กลับเอามาให้ด้วยตัวเอง ข้าก็คิดว่าของอะไรแปลกใหม่ ที่แท้ก็เหมือนกัน เจ้านี่เหลวไหลจริง”
เซียงหยุนยิ้มว่า “เจ้าสิเหลวไหล ข้าจะบอกเหตุผลให้ แล้วพวกท่านช่วยกันตัดสินว่าใครเหลวไหล ของที่ส่งมาใหัพวกท่าน เพียงใช้คนส่งมาไม่ต้องบอกอะไร พอมาถึง ดูแล้วก็รู้ว่าเป็นของบรรดาคุณหนู
แต่ของที่ส่งให้พวกนาง ข้าจำเป็นต้องบอกคนที่นำของมาส่งว่า นึ่ของเด็กหญิงคนนี้ นั่นของเด็กหญิงคนนั้น คนส่งของเข้าใจก็ดีไป ถ้าหลงจำผิดถูกก็คงวุ่น ทั้งของพวกท่านก็อาจปนเปกันยุ่งไปด้วย
ให้เด็กผู้หญิงมาส่งยังพอได้ แต่ที่มาวันนั้นเป็นเด็กผู้ชาย มาจำชื่อเด็กผู้หญิงก็ยิ่งยาก ดังนั้น ข้านำมาเองแน่นอนกว่า”
พูดแล้วก็วางแหวนลง บอกว่า
“พี่สีเหยินวงหนึ่ง พี่ยวนยางวงหนึ่ง พี่จินช่วนเอ๋อวงหนึ่ง พี่ผิงเอ๋อวงหนึ่ง นี่ก็สี่คน แล้วเด็กผู้ชายที่มาส่งจะจำได้ถูกต้องไหม”
ทุกคนพากันยิ้มว่า “เข้าใจแจ่มแจ้ง”
เป่าวี่ยิ้มว่า “ยังคงช่างเจรจา ไม่ยอมใคร”
ไต้วี่ได้ยิน ยิ้มหยันว่า “หากนางไม่ช่างเจรจา จะคู่ควรใส่ “กิเลนทอง” หรอกหรือ”
พูดแล้ว ก็ลุกหนีไป ดีที่ไม่มีใครได้ยิน มีเพียงเป่าไชที่เม้มปากหัวเราะ
เป่าวี่ฟังแล้วรู้สึกเสียใจที่พลั้งปาก พอเห็นเป่าไชหัวเราะ ได้ทีหัวเราะกลบเกลื่อนด้วย เป่าไชเห็นเป่าวี่หัวเราะ ก็ลุกขึ้นเดินหนีไปหาไต้วี่ชวนสนทนา
แม่เฒ่าเจี่ยหันมาหาเซียงหยุนว่า
“ดื่มชาเสร็จแล้วพักผ่อน ไปหาพี่สะใภัเจ้า แล้วไปเที่ยวกับพวกพี่พี่ในอุทยานร่มรื่นดี”
เซียงหยุนรับคำ ห่อแหวนเก็บขึ้นมาสามวง พักสักครู่ แล้วไปหาพี่เฟิ่ง พวกแม่บ้านสาวใช้ตามมาด้วย คุยกับพี่เฟิ่งสักพัก ออกมายังสุทัศนอุทยานเยี่ยมหลี่หวาน พอจะมายังลานชื่นแดงหาสีเหยิน ก็สั่งพวกแม่บ้านสาวใช้ว่า
“พวกเจ้าไม่ต้องคอยตามข้า แยกย้ายไปเยี่ยมญาติกันเถิด เหลือหลวี่เอ๋อ 缕儿 ไว้ก็พอ”
พวกแม่บ้านสาวใช้พากันไปเยี่ยมญาติพี่น้อง เหลือเพียงเซียงหยุนกับชุ่ยหลวี่ 翠缕 สองคน
ชุ่ยหลวี่ว่า “ดอกบัวนี่ทำไมยังไม่บาน”
เซียงหยุนว่า “ยังไม่ถึงเวลา”
ชุ่ยหลวี่ว่า “ที่นี่ก็เหมือนกับที่สระในบ้านของเรา เป็นดอกซ้อนดอก 楼子花 เหมือนกัน”
(ดอกซ้อนดอก 楼子花 ดอกไม้ชั้นสองงอกจากกลางกลุ่มเกสรดอกไม้ชั้นแรก จึงเรียก ดอกซ้อนดอก ไม่ใช่เพียงกลีบซ้อนกัน)
เซียงหยุนว่า “ของพวกเขายังสู้ของบ้านเราไม่ได้”
ชุ่ยหลวี่ว่า “พวกเขามีต้นทับทิมอยู่นั่น กิ่งสี่ห้ากิ่งต่อกันเป็นชั้นๆ เหมือนหอซ้อนหอ นี่ก็ปลูกยาก”
เซียงหยุนว่า “ดอกไม้ใบหญ้าเฉกเช่นคน พลังลมปราณไหลเวียนดี ย่อมเติบโตอุดมสมบูรณ์”
ชุ่ยหลวี่เบือนหน้าว่า “ข้าไม่เชื่อ หากว่าดอกไม้เหมือนคน ทำไมข้าไม่เคยเห็นคนมีหัวงอกซ้อนบนหัวเลย”
เซียงหยุนฟังแล้วอดยิ้มไม่ได้ว่า
“ข้าบอกเจ้าแล้วว่าไม่ต้องพูด เจ้าก็ช่างพูด จะให้ตอบอย่างไรเล่า ระหว่างฟ้าและดินมีพลังยินและหยาง การเปลี่ยนแปลงทั้งปวงไม่ว่าดีหรือชั่ว แปลกพิศดารเพียงใด เกิดจากความสอดคล้องหรือขัดแย้งของยินหยาง ต่อให้สิ่งที่เกิดมาไม่มีใครเคยพบเห็น ก็ไม่พ้นเหตุผลนี้”
ชุ่ยหลวี่ว่า “หากกล่าวเช่นนี้ จากอดีตจวบปัจจุบันนับแต่เปิดฟ้าผ่าโลก ล้วนเป็นยินบ้างหยางบ้าง”
เซียงหยุนยิ้มว่า “เหลวไหล ยิ่งพูดยิ่งผายลม อะไรกัน “ล้วนเป็นยินบ้างหยางบ้าง” ยินหยางแท้จริงเป็นหนึ่งเดียว หยางสิ้นก็คือยิน ยินสิ้นก็คือหยาง ไม่ใช่ยินสิ้นแล้วมีหยางเกิดใหม่อีกหนึ่ง หรือหยางสิ้นแล้วมียินเกิดใหม่อีกหนึ่ง”
ชุ่ยหลวี่ว่า “ข้ายิ่งเลอะเลือนตายเลย ยินหยางคืออะไร ไม่มีรูปไม่มีร่าง ข้าขอถามคุณหนู ยินหยางนี่หน้าตาเป็นอย่างไร”
เซียงหยุนว่า “ยินหยางนี่เป็นเพียงพลัง บรรจุลงในภาชนะแล้วจึงเกิดเป็นรูปร่าง อย่างเช่น ท้องฟ้าเป็นหยาง แผ่นดินเป็นยิน น้ำเป็นยิน ไฟเป็นหยาง ตะวันเป็นหยาง ดวงเดือนเป็นยิน”
ชุ่ยหลวี่ยิ้มว่า “ใช่แล้ว ใช่แล้ว วันนี้ข้าถึงได้เข้าใจ มิน่าเล่าพวกนักพรตถึงเรียกดวงตะวันว่า “ไท่หยาง 太阳 (หยางสูงสุด)” หมอดูเรียกดวงเดือนว่า “ไท่ยิน 太阴 (ยินสูงสุด)” เพราะเหตุนี้เอง”
เซียงหยุนยิ้มว่า “อามิตาภพุทธ ในที่สุดก็เข้าใจ”
ชุ่ยหลวี่ว่า “สิ่งเหล่านี้เป็นยินหยางพอเข้าใจ แล้วพวกยุง เห็บหมัด หนอนแมลง ดอกไม้ใบหญ้า อิฐกระเบื้อง เป็นยินหยางด้วยหรือ”
เซียงหยุนว่า “เหตุใดจึงไม่เป็น อย่างเช่นใบไม้ยังแยกเป็นยินหยาง ด้านที่รับตะวันเป็นหยาง ด้านที่หลบตะวันเป็นยิน”
ชุ่ยหลวี่ผงกหัวยิ้มว่า “เป็นเช่นนี้เอง ข้าพอเข้าใจแล้ว แล้วพัดในมือเรา เป็นยินเป็นหยางด้วยหรือ”
เซียงหยุนว่า “ด้านนี้ด้านหน้าเป็นหยาง อีกด้านด้านหลังเป็นยิน”
ชุ่ยหลวี่ผงกหัวยิ้มแล้วจะหยิบของมาถามอีก ยังนึกไม่ออก พอก้มหน้าเห็นกิเลนทองบนสายคาดเอวของเซียงหยุนก็ยิ้มถามว่า
“คุณหนู นี่เป็นยินหยางไหม”
เซียงหยุนว่า “สัตว์บนบกนกบนฟ้า ตัวผู้เป็นหยาง ตัวเมียเป็นยิน ทำไมจะไม่เป็น”
ชุ่ยหลวี่ว่า “แล้วกิเลนนี่ ตัวผู้หรือตัวเมีย”
เซียงหยุนจุ๊ะปากว่า “อะไรตัวผู้ตัวเมีย เหลวไหล”
ชุ่ยหลวี่ว่า “เอาเถอะ ทำไมสิ่งของเป็นยินหยาง คนเราไม่เห็นเป็นยินหยาง”
เซียงหยุนหน้างอว่า “คนต่ำต้อย ไปกันเถิด ยิ่งถามยิ่งเป็นเรื่อง”
ชุ่ยหลวี่ว่า “มีอะไรถึงบอกข้าไม่ได้ ถึงไม่บอกข้าก็รู้ ไม่ยากหรอก”
เซียงหยุนโพล่งหัวเราะว่า “เจ้ารู้อะไร”
ชุ่ยหลวี่ว่า “คุณหนูเป็นหยาง ตัวข้าเป็นยิน”
เซียงหยุนเอาผ้าเช็ดหน้าปิดปากหัวเราะ
ชุ่ยหลวี่ว่า “ข้าพูดถูกใช่ไหม ถึงได้หัวเราะเช่นนี้”
เซียงหยุนว่า “ถูกต้อง ถูกต้อง”
ชุ่ยหลวี่ว่า “เขาว่ากันว่า เจ้านายเป็นหยาง บ่าวไพร่เป็นยิน มีหรือข้าจะไม่เข้าใจ”
เซียงหยุนยิ้มว่า “เจ้าเข้าใจดียิ่ง”
พอเดินผ่านใต้ระแนงรั้วกุหลาบ ของสิ่งหนึ่งทอประกายทองแวววับ เซียงหยุนชี้แล้วถามว่า
“เจ้าดู นั่นอะไร”
ชุ่ยหลวี่รีบเก็บขึ้นมาดูแล้วยิ้มว่า
“แยกยินหยางได้แล้ว”
แล้วก็เอากิเลนของเซียงหยุนมาดู
เซียงหยุนจะขอดูของที่เก็บได้ ชุ่ยหลวี่ไม่ยอมปล่อยมือยิ้มว่า
“ของหวงนี่ คุณหนูดูไม่ได้ มาจากไหนกัน แปลกจริง เมื่อก่อนข้ามาที่นี่ ก็ไม่เห็นใครมี”
เซียงหยุนว่า “เอามาให้ข้าดู”
ชุ่ยหลวี่แบมือ ยิ้มว่า “คุณหนูดูสิ”
เซียงหยุนเห็นกิเลนทองวาววับ ตัวทั้งใหญ่และปราณีตกว่าที่นางใส่อยู่ เซียงหยุนเอื้อมมือหยิบมาไว้บนฝ่ามือ รู้สึกหัวใจเต้น
เป่าวี่พลันเดินมาหา ยิ้มว่า
“พวกเจ้ามายืนตากแดดทำอะไรกันอยู่ตรงนี้ ทำไมไม่ไปหาสีเหยิน”
เซียงหยุนรีบเก็บกิเลนซ่อนแล้วว่า
“กำลังจะไปอยู่ พวกเราไปด้วยกัน”
แล้วก็พากันเดินมายังลานชื่นแดง
สีเหยินยืนพิงลูกกรงรับลมอยู่เชิงบันได พอเห็นเซียงหยุนมา ก็รีบลงมารับ จับมือยิ้มถามไถ่เรื่องระหว่างที่ไม่ได้พบกัน แล้วเดินเข้ามานั่งด้านใน
เป่าวี่ว่า “เจ้าน่าจะมาเร็วกว่านี้ ข้ามีของดี เก็บรอไว้ให้เจ้า”
ว่าแล้วก็ล้วงหาบนตัวอยู่ครึ่งวันแล้วร้องว่า
“ไอ้หยา”
หันมาถามสีเหยินว่า
“ของนั่นเจ้าเก็บไว้หรือเปล่า”
สีเหยินถามว่า “ของอะไร”
เป่าวี่ว่า “กิเลนเมื่อวันก่อน”
สีเหยินว่า “เจ้าใส่ติดตัวทุกวัน ทำไมมาถามข้า”
เป่าวี่ฟังแล้วตบมือว่า “หายไปแล้ว จะไปหาที่ไหนนี่”
แล้วลุกขึ้นจะไปเดินหา
เซียงหยุนได้ฟังจึงรู้ว่าเป็นของที่เป่าวี่ทำหาย จึงยิ้มถามว่า
“เจ้าไปได้กิเลนมาเมื่อไร”
เป่าวี่ว่า “กว่าข้าจะได้มาเมื่อวันก่อน ไม่รู้หายไปไหน ข้านี่ก็เหลวไหล”
เซียงหยุนยิ้มว่า “ก็แค่ของเล่น ทำไมต้องกระวนกระวาย”
ว่าแล้วก็แบมือยิ้มว่า
“เจ้าดู ใช่นี่หรือไม่”
เป่าวี่เห็นแล้ว ดีใจยิ่ง
(จบบทที่สามสิบเอ็ด)
ตอนก่อนหน้า : พันตำลึงทองมิอาจแลกรอยยิ้ม
https://www.blockdit.com/posts/695b895ccc569ae1574d9e32
ตอนถัดไป : ความในใจ
https://www.blockdit.com/posts/6964c90476db1a96f49dddfd
บันทึก
2
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความฝันในหอแดง
2
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย