3 ม.ค. เวลา 07:08 • ข่าวรอบโลก

โลกร้อน คนก็เดือดสิ…

อิหร่านตอนนี้ กำลังเจอการประท้วงกันอย่างหนักเลย
มันอาจมีปัญหามากมาย รวมถึงการแทรกแซงจากศัตรูก็จริง
แต่ต้นตอของปัญหาจริงๆ ที่ทำให้คนฟิวส์ขาด ลืมตาย
ออกมาประท้วง จนกลายเป็นการต่อต้านรัฐศาสนา
ไม่ใช่ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ และการเมือง
…แต่เหตุผลหลักๆจริงๆคือ น้ำกินน้ำใช้นี่เอง ที่ทำให้คนอิหร่าน
เริ่มสติแตก เมื่อมันมีไม่พอ….
น้ำขาดแคลนในอิหร่านนั้น เกิดจากหลายเหตุผล
แต่ก็เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศแทบทั้งนั้น
เขื่อนในอิหร่านมีเยอะ แต่กลับไม่มีน้ำเกิน 5% เลยสักเขื่อน
เนื่องจากเจอภาวะฝนทิ้งช่วง และการหายไปของแม่น้ำ
จากสภาวะโลกร้อน จนกลายเป็นภัยแล้งใหญ่ที่สุด
หากนับเพียงความหมายของประเทศอิหร่านในปัจจุบัน
(ไม่นับถึงการเป็นเปอร์เซียและอื่นๆในอดีต)
เขื่อนอิหร่านนั้น จริงๆมันก็มีปัญหามานานแล้วล่ะ
ในลักษณะของการสร้างแล้วไม่คุ้ม คือ กั้นน้ำไว้ไม่ได้
ซึ่งอันนี้ก็คล้ายหลายเขื่อนขนาดเล็กบ้านเรา ที่สร้างแล้ว
แต่ไม่มีน้ำให้กัก
จะด้วยว่าสร้างมั่ว ขาดองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม
หรือสร้างมากเกินไปจนทำให้แม่น้ำมันเปลี่ยนทิศทาง
จนเสียหายทั้งระบบก็แล้วแต่
แต่พอฝนมันทิ้งช่วงยาวๆ และอากาศก็ร้อนขึ้น น้ำระเหยเร็วขึ้น
ดินที่มันแห้ง ก็จะเสียประสิทธิภาพในการอุ้มน้ำ ความขื้นเอาไว้
นั่นทำให้เกิดปัญหาภัยแล้งที่หนักหนามาก เพราะความชื้นที่ต่ำ
มีผลโดยตรงกับการมีฝน
และไม่ใช่แค่น้ำบนดิน แม้แต่น้ำบาดาลก็ขาดแคลน
เนื่องจากมันแล้งมานาน จนต้องสูบขึ้นมาใช้จนเกลี้ยง
เมื่อมันไม่มีน้ำ มันก็ส่งผลกระทบไปทุกอย่าง
เกษตรกรรมที่จะผลิตอาหารก็ช็อค น้ำไม่พอปลูกพืช เลี้ยงสัตว์
อุตสาหกรรมเองก็ต้องใช้น้ำมากเช่นกัน ซึ่งตรงนี้อิหร่าน
ตัดน้ำกินน้ำใช้ ไปสู่โรงงานผลิตอาวุธเป็นหลัก จนอุตสาหกรรม
อื่นๆนั้น ไม่มีน้ำพอให้ทำกิจกรรมทางธุรกิจต่อ และต้องหยุด
แน่นอน เมื่อทั้งเกษตรกรรม อุตสาหกรรม ผลิตได้น้อยลง
มันก็กลายเป็นขาดแคลน ราคาสินค้าในอิหร่านมันก็พุ่งพรวด
กลายเป็นเงินเฟ้อสูงสุดในประวัติศาสตร์ และพาสกุลเงินอ่อน
ในอิหร่าน จะเห็นได้เลย ว่าปัญหาทั้งหมด
มันมาจากสิ่งเดียวเลย คือ น้ำ
…จะอ้างว่าโดนแทรกแซง มันก็คงมีแหละ….
…แต่ใครก็ตามที่ปั่น คงยุคนไม่ขึ้นหรอก ถ้าเขาไม่เดือดร้อนจริงๆ เพราะการต่อต้านระบอบของคาเมนาอีนั้น เสี่ยงชีวิต….
น้ำคือชีวิต….นี่คือสัจธรรมตลอดกาลของโลกใบนี้
และเหตุการณ์นี้ ก็เป็นอีกครั้งที่ตอกย้ำความจริงเรื่องนี้
ถ้าเรามองให้ดี ประเทศที่ควบคุมทรัพยากรน้ำได้ดี
มักไปได้สวยในทุกด้าน และกลายเป็นประเทศร่ำรวยขึ้นมา
ที่ชัดเจนใกล้ๆเราเลย ก็คือสิงคโปร์
ไม่ใช่แค่จัดการน้ำแล้ง แต่ภัยพิบัติจากน้ำ
ก็ต้องนับรวมเข้าไปในระบบด้วยเช่นกัน
เพราะไม่ว่าจะแล้งหรือท่วม มันก็สร้างความเสียหาย
หากรัฐใดที่ควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้ดี ก็จะไม่ต้องตามจ่าย
ความเสียหายเหล่านี้ให้เป็นภาระ เอกชนเองก็จะทำงานราบรื่น
ทั้งในภาคเกษตรและอุตสาหกรรม เมื่อไม่เสียหายจนสะดุด
อิหร่านอาจหยิ่งเกินไปที่จะมองคู่อริอย่างอิสราเอล
ซึ่งจริงๆแล้วมีภูมิประเทศที่แย่กว่า แต่กลับจัดการน้ำ
ได้ดีกว่ามากเป็นต้นแบบแล้วเดินตาม เหมือนที่เพื่อนบ้าน
อาหรับหลายชาติทำตามอิสราเอล แม้จะเกลียดขี้หน้าก็ตาม
จึงไม่มีปัญหาเหมือนที่เกิดขึ้นในอิหร่าน
ในทางการเมือง พันธมิตรอิหร่านเอง ก็มีองค์ความรู้ด้านนี้
ที่ไม่ดีนัก เพราะแม้แต่จีน ก็ยังพึ่งองค์ความรู้ของอิสราเอล
ในการพัฒนาภาคตะวันตก ที่เป็นทะเลทราย
และดูเหมือน มันเป็นปัญหาที่ถูกละเลยมานาน
พวกเขาไม่ได้คิดเผื่อกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเลย
เมื่อมันเกิดขึ้นรุนแรง จึงไม่สามารถรับมือได้
การโดนคว่ำบาตรหนักๆเอง ก็มีผลให้อิหร่านประสบภาวะ
ขาดแคลนปัจจัยที่จำเป็นต่อการรับมือสภาพอากาศ
พวกเขามีระบบพยากรณ์อากาศที่ไม่ดีนัก และการแบนสื่อ
ต่างชาติ ก็เลยกลายเป็นว่า คนในอิหร่าน ไม่รู้เลยว่าสภาพอากาศโลกนั้น มันเป็นอะไร หรืออย่างไร
ยิ่งมาช่วงหลัง อิหร่านทุ่มเททรัพยากรส่วนมากของตัวเอง
เพื่อสงครามมากจนไม่มีเอามาดูแลชาวบ้าน
1
อิหร่านจ่ายสารพัดกลุ่มแนวร่วมในตะวันออกกลาง
ทั้งฮิชบอลาห์ ฮูตี และอีกสารพัด พวกเขาใช้เงินกับส่วนนี้
มากกว่าการให้กับประชาชนตัวเองเสียอีก
การเร่งผลิตอาวุธอย่างบ้าคลั่ง ก็เป็นการดึงทรัพยากรต่างๆไป
ซึ่งทั้งการสนับสนุนกลุ่มนักรบ และการสร้างอาวุธ
มันไม่ใช่อุตสาหกรรมที่สร้างการหมุนเวียนของเศรษฐกิจได้นัก
เนื่องจากทุกอย่างเป็นของรัฐ ไม่ใช่เอกชนแบบกรณีสหรัฐ
ที่ทำให้เกิดการเพิ่มอุปสงค์ได้มากมายในภาพรวม
ทั้งหมดมันจึงกลายเป็นการซ้ำเติมปัญหา จนลุกลามในที่สุด
ภัยแล้ง น้ำท่วม เกิดขึ้นทั่วโลก แม้แต่ในสหรัฐหรือจีน
แต่ถึงแบบนั้นก็ยังมีคนไม่เชื่อ ว่าโลกร้อนคือความจริง
ซึ่งจะว่าไปมันก็ย้อนแย้งกับการกระทำ
เช่น ทรัมป์ ปากว่าเขาไม่เชื่อเรื่องโลกร้อน
แต่การกระทำ ที่ดูแล้วมีแนวโน้มสูบทรัพยากรด้านอาหาร
กลับมีมากขึ้น ซึ่งบางคนก็ยังอ้างว่าเพื่อรองรับสงครามมากกว่า
ในประเทศเกษตรกรรมแบบไทยหลายแห่ง
จะเผชิญผลกระทบจากนี้ไปมากที่สุด
ทั้งท่วม ทั้งแล้ง คนจนในภาคเกษตรจะยิ่งจน
เนื่องจากต้องเผชิญความเสียหายอยู่เรื่อยๆ
โลกร้อนจริงๆแล้ว ประเทศมหาอำนาจควรรับผิดชอบ
มากกว่านี้ เนื่องจากต้นเหตุหลักคือพวกเขา
แต่น่าเศร้า คนที่กระทบมากกว่า
กลับเป็นประเทศเล็กๆที่ยากจน
มันควรเป็นวาระร่วมของทั้งโลก และไม่ใช่ทำแบบปากว่าตาขยิบ เช่น แสดงตนเป็นผู้นำในการแก้ปัญหา แต่ความจริง
ก็ยังปล่อยมลพิษ และก๊าซเรือนกระจกไม่ได้น้อยลงเลย
ซึ่งเบอร์หนึ่งและสองของโลก เป็นเหมือนกันทั้งคู่
ปัญหามันคงจะหนักขึ้น และคล้ายๆกันทั่วโลก
…ซึ่งมันกระทบเราในทุกทาง ทั้งเศรษฐกิจและความมั่นคง
ที่อาจมีการแย่งชิงกันมากขึ้น….
…โลกร้อน คนเดือด มันจะพาโลกเดือดไปด้วยไหม…
…มันก็อยู่ที่สัตว์ที่คิดว่าตัวเองสูงส่งอย่างมนุษย์
จะเลือกทางหายนะให้ตัวเองหรือไม่….
เพราะความจริง ถ้าสูญพันธุ์กันจากสภาพแวดล้อม
มันก็ไปกันทั้งหมด ไม่เลือกสีผิวหรอก ….
โฆษณา