3 ม.ค. เวลา 05:40 • นิยาย เรื่องสั้น

การลอยอยู่โดยไม่ต้องรีบหาย..

บทที่ 1 ก่อนจะรู้ว่าตัวเองเจ็บ
ฉันใช้ชีวิตแบบอยู่คนเดียวมานานพอสมควร
ไม่ใช่เพราะไม่เคยมีใคร แต่เพราะการอยู่ใกล้ใครสักคน มักทำให้ฉันต้องพยายาม พยายามเข้าใจ พยายามไม่ทำร้ายและพยายามไม่ถูกทำร้ายเช่นกัน
2
บางคนเดินเข้ามาในชีวิตฉัน
ในรูปแบบการทักทายที่ดูอ่อนโยนดูเหมือนตั้งใจจะเป็นที่พัก แต่ไม่นานก็จากไปโดยไม่ทิ้งเหตุผลไว้ให้เข้าใจ
บางคนเข้ามาอย่างดุร้าย
ไม่ลังเลที่จะใช้คำพูดหรือการกระทำที่ทำให้ฉันรู้สึกเล็กลง
และก็มีบางช่วงของชีวิต
ที่ฉันเองก็เคยเป็นคนแบบนั้นกับคนอื่นในวัยที่ยังสับสน ยังไม่รู้จักน้ำหนักของการมีอยู่ของตัวเองดีพอ ที่จะระวังไม่ให้ไปทำร้ายใคร
เมื่อเวลาผ่านไป
ฉันเริ่มอยู่คนเดียวมากขึ้น
ไม่ใช่เพราะไม่เหงาแต่เพราะเริ่มรู้ว่า ชีวิตคู่ไม่ใช่พื้นที่ที่เข้าไปแล้วจะปลอดภัยเสมอ
ฉันสร้างกำแพงขึ้นมา มันไม่สูง แต่หนา
หนาพอที่ฉันจะไม่เผลอที่จะเข้าไปใกล้ใครง่าย ๆ และหนาพอที่ไม่มีใครปีนเข้ามาได้โดยไม่ตั้งใจจริง
ความโดดเดี่ยวของฉัน
ไม่ได้เต็มไปด้วยความสิ้นหวังแต่มันก็ยังไม่ได้ถึงขั้นอบอุ่น มันเป็นความเงียบที่อยู่ได้นานแต่บางคืนก็หนักจนต้องนั่งอยู่กับมันเฉยๆ โดยไม่รู้จะจัดการยังไง ฉันไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเจ็บตรงไหน รู้แค่ว่ามันมีบางอย่างยังค้างอยู่ เหมือนก้างชิ้นเล็กๆที่กลืนไม่ลง คายไม่ออก และไม่มีคำอธิบายที่พอดีสักอย่าง
บทที่ 2 ภาษาของการเป็นมนุษย์..
มันไม่พอจะอธิบายสิ่งที่อยู่ข้างในอีกแล้ว
และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเป็นอะไร
แค่เผลอ…
เดินออกไปจากฝั่ง
และกลายเป็นปลาโมลาโดยไม่รู้ตัว
เมื่อภาษามนุษย์ไม่พอ
ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหนีจากการเป็นมนุษย์
ไม่ได้อยากหายไปและไม่ได้คิดว่าตัวเองพิเศษกว่าคนอื่น
ฉันแค่เริ่มรู้สึกว่า
คำบางคำที่มนุษย์ใช้กันมันเบาเกินไป หรือไม่ก็แข็งเกินไปสำหรับความรู้สึกที่ฉันกำลังแบกอยู่
คำว่า “ไม่เป็นไร” พูดง่ายเหลือเกิน
แต่ร่างกายไม่เชื่อ
คำว่า “เดี๋ยวก็ดีขึ้น” ฟังดูมีความหวัง
แต่ไม่มีที่ให้วางความเจ็บ
ฉันไม่ได้ต้องการคำปลอบใดๆ
ไม่ได้ต้องการคำแนะนำที่ดีเยี่ยม
ฉันแค่ต้องการพื้นที่ ที่ไม่เร่งให้ฉันเข้าใจอะไร
และไม่ผลักให้ฉันต้องเข้มแข็งก่อนเวลา
ในช่วงเวลานั้น
ฉันเริ่มลอยโดยไม่รู้ตัว
ไม่ได้ว่าย ไม่ได้จม
แค่ลอยอยู่ระหว่างความคิดกับความรู้สึก โดยไม่พยายามจัดมันให้เป็นระเบียบ
และในสภาวะนั้นเอง
ฉันเริ่มไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นมนุษย์ ฉันไม่ได้มีขาให้เดินไปข้างหน้า ไม่ได้มีมือให้คว้าอะไรไว้
ฉันมีแค่ร่างกาย ที่ต้องการหยุดดิ้น
ฉันเลยเรียกตัวเองว่า "ปลาโมลา"
ไม่ใช่เพราะมันสวย
ไม่ใช่เพราะมันหายาก
แต่เพราะมันเป็นปลาที่
ไม่ต้องว่ายเก่ง
ไม่ต้องเร็ว
ไม่ต้องเอาชนะกระแสน้ำ
ปลาโมลาลอยรับแสง เอียงตัวเล็กน้อยและปล่อยให้ทะเลทำหน้าที่ของมัน
ในตอนที่ฉันเป็นปลาโมลา
ฉันไม่ต้องตัดสินว่า ใครถูก ใครผิด อะไรควรไปต่อหรืออะไรควรหยุด
ฉันแค่รับรู้ว่า
ร่างกายนี้ยังอยู่
หัวใจนี้ยังเต้น
และความเจ็บยังไม่จำเป็นต้องหายเดี๋ยวนี้
การเป็นปลาโมลาไม่ใช่การเยียวยา
แต่มันคือการยอมรับว่าฉันยังไม่พร้อมจะถูกเยียวยาหรือการเป็นที่ยอมรับเดี๋ยวนั้น แต่มันกลับทำให้ฉันไม่ต้องฝืนตัวเองอีกต่อไป ฉันไม่รู้ว่าต้องลอยนานแค่ไหน ไม่รู้ว่าต้องกลับเป็นมนุษย์เมื่อไร แต่ในช่วงเวลาสั้น ๆ นั้นฉันรู้สึกปลอดภัยโดยไม่ต้องมีเหตุผลอื่นๆเลย
บางที...
การรอดชีวิต
อาจไม่ได้เริ่มจากการลุกขึ้นสู้ แต่อาจเริ่มจากการยอมลอยอยู่เฉย ๆโดยไม่โทษตัวเองในขณะที่ฉันยังลอยอยู่
บทที่ 3 "สิงโตทะเลตัวหนึ่ง"
ว่ายเข้ามาใกล้ สิงโตทะเลที่เข้ามาอย่างไม่เร่งรีบ ไม่ได้ว่ายเข้ามาอย่างดุร้าย เขาไม่ได้พุ่ง ไม่ได้ส่งเสียงดัง และไม่ได้ทำให้ทะเลปั่นป่วน
เขาแค่เข้ามาอยู่ใกล้ ๆ
ในระยะที่ไม่ทำให้ฉันต้องหนี
และไม่ใกล้พอจะทำให้ฉันต้องระวังตัว
ในตอนนั้น
ฉันเป็นปลาโมลาที่ลอยนิ่งยังไม่คิดจะผูกพัน
ฉันแค่รับรู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตอีกตัว
ที่อยู่ในทะเลเดียวกันเท่านั้น
สิงโตทะเลตัวนี้
ไม่ได้พยายามทำให้ฉันประทับใจ ไม่ได้รีบสร้างความหมาย เขาแค่พูดถึงถิ่นของเขา ฝูงของเขาและวิธีที่เขาใช้ชีวิตอยู่ในทะเล มันอาจฟังดูธรรมดาแต่น่าฟัง
บางที
ความอ่อนโยนที่ไม่เร่ง อาจทำให้ปลาโมลาที่ลอยมานานเผลอคิดว่า “ตรงนี้อาจปลอดภัย”
ไม่นานนัก สิงโตทะเลก็ชวนฉันไปว่ายดูถิ่นของเขา
เขาไม่ได้พูดว่า
“มาอยู่ด้วยกัน”
เขาแค่พูดว่า
“มาดู”
คำชวนนั้นไม่หนัก ไม่ผูกมัด
และดูเหมือนไม่ต้องแลกอะไร
ฉันว่ายไปไม่ใช่เพราะอยากเป็นส่วนหนึ่งของฝูงสิงโตทะเลแต่เพราะอยากเชื่อว่าการลอยอย่างโดดเดี่ยวอาจไม่ใช่ทางเดียวของการมีอยู่
ถิ่นของสิงโตทะเลเต็มไปด้วยฝูงเพื่อน พี่ น้อง
เสียงเจื้อยแจ้วที่ดังและดูน่าสนุกในการใช้ชีวิต
ฉันได้อยู่ท่ามกลางฝูงของเขา
ได้ยิ้ม..
ได้ฟัง..
ได้เป็นแขกที่ทุกคนต้อนรับอย่างสุภาพ..
แต่ฉันกลับรู้สึกเงียบอย่างประหลาด เพราะตัวที่ชวนฉันมากลับไม่ค่อยอยู่ตรงนั้น
สิงโตทะเลตัวนั้นใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ของเขา พักในจังหวะของเขาและหายไปในช่วงเวลาที่ฉันเผลอมองหา
ฉันไม่ได้โกรธ
ไม่ได้ตั้งคำถาม
ฉันแค่คิดว่า “เขาคงมีจังหวะของเขา”
ปลาโมลาอย่างฉันถนัดกับการรออยู่แล้ว
สองสามวันผ่านไป ฉันยังอยู่ถิ่นของเขา
ท่ามกลางฝูงของเขา แต่ไม่เคยรู้สึกว่าได้อยู่กับเขาจริง ๆ
แม้กระทั่งวันที่ฉันต้องว่ายกลับ
เขาก็ยังไม่มาให้เห็น
ฉันว่ายออกจากถิ่นนั้น
ด้วยความรู้สึกที่อธิบายยาก
ไม่ถึงกับเสียใจแต่ก็ไม่เบา
เหมือนฉันเพิ่งวางตัวเองไว้ในที่ที่ไม่ต้องการฉันมากเท่าที่ฉันคิด
ฉันยังไม่รู้ในตอนนั้น
ว่านั่นคือสัญญาณแรกของบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น ฉันแค่คิดว่าบางทีการลอยอยู่คนเดียว
อาจปลอดภัยกว่าการว่ายเข้าไปใกล้แม้เขาจะเป็นฝ่ายที่ชวนเราเข้าไปเองก็ตาม
บทที่ 4 การไม่อยู่ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ..
หลังจากวันที่ฉันว่ายกลับถิ่นของตัวเอง
ฉันคิดว่าสิงโตทะเลคงจะว่ายตามมาในไม่ช้า
ไม่ใช่เพราะฉันรอ แต่เพราะมันดูเป็นเรื่องธรรมดาของการชวนกันไปดูโลกอีกแบบ
แต่ทะเลยังคงนิ่ง
และไม่มีเงาของเขา
หนึ่งวันผ่านไป
สองวันผ่านไป
ฉันเริ่มสังเกตว่าการไม่อยู่ของเขาไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว มันเกิดขึ้นซ้ำ ๆ
ในช่วงเวลาที่ฉันคิดว่าเขาน่าจะอยู่
ไม่ใช่การหายไปอย่างสิ้นเชิงเขายังส่งสัญญาณบางอย่างมาเป็นครั้งคราว
เหมือนจะบอกว่า
“ฉันยังอยู่ตรงนี้นะ”
แต่ไม่เคยอยู่ตรงนั้น ตรงที่ฉันว่ายรอจริง ๆ
ฉันเริ่มตั้งคำถามแต่ก็เก็บมันไว้เงียบ ๆ ใต้น้ำ
บางที
ฉันอาจไม่ใช่พื้นที่พักของเขา
อาจเป็นแค่จุดแวะในทะเลกว้างของสิงโตทะเลตัวหนึ่ง ความไม่อยู่ของเขาไม่ได้ทำให้ฉันเจ็บทันที มันค่อย ๆ ทำให้ฉันสงสัยว่าการมีอยู่ของฉันสำคัญแค่ไหน?
ปลาโมลาอย่างฉันไม่ได้ต้องการอะไรมากแค่การปรากฏตัวในเวลาที่ควรจะอยู่
แต่สิ่งนั้น
ไม่เคยเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ
ฉันยังไม่รู้ในตอนนั้น
ว่าสิ่งที่เงียบที่สุด
มักเป็นสิ่งที่บอกความจริงได้ชัดที่สุด
และความไม่อยู่ก็เป็นคำตอบแบบหนึ่ง
ที่ไม่ต้องใช้เสียงพูดใด ๆ เลย
บทที่ 5 น้ำทะเลที่เริ่มเย็นลง..
ฉันเริ่มรู้สึกถึงมัน
ก่อนจะเข้าใจว่ามันคืออะไร
ไม่ใช่ความเศร้า
ไม่ใช่ความโกรธ
แต่เป็นความเย็นบางอย่าง
ที่ค่อย ๆ แทรกเข้ามา
แม้ทะเลจะยังดูเหมือนเดิม สิงโตทะเลยังปรากฏตัวเป็นช่วงๆ มาในเวลาที่เขาพร้อม
และจากไปก่อนที่ฉันจะรู้สึกอุ่นใจ
ทุกครั้งที่เขามาฉันจะพยายามทำตัวให้เบาลง
ไม่ถาม ไม่เรียกร้อง
ไม่แสดงความต้องการมากเกินไป
เหมือนปลาโมลาที่รู้ว่า
ถ้าลอยนิ่งพออาจไม่ถูกรบกวน
แต่การลอยนิ่งนานเกินไป
ทำให้ฉันเริ่มไม่แน่ใจ
ว่าฉันกำลังพักหรือกำลังหายไป
บางคืนฉันรู้สึกเหมือนลืมจังหวะการว่ายของตัวเอง ทั้งที่ไม่เคยลืมมันมาก่อน
ฉันเริ่มคิดว่า..
บางทีการอยู่ใกล้ใครโดยที่เขาไม่เคยอยู่เต็มที่
อาจทำให้เจ็บลึกกว่าการอยู่คนเดียว
สิงโตทะเลไม่เคยพูดว่า
เขาจะจากไปและไม่เคยพูดว่าเขาจะอยู่
เขาแค่ปล่อยให้ทุกอย่างค้างอยู่กลางน้ำ
ฉันเริ่มเหนื่อยกับการตีความสัญญาณที่ไม่ชัด
และการรอคอยที่ไม่มีเส้นตาย ในใจลึก ๆ ฉันรู้แล้วว่า
บางอย่างกำลังจะเกิดขึ้นไม่ใช่เพราะเขาดุร้าย
แต่เพราะความเงียบเริ่มหนักเกินไป
ทะเลยังคงกว้างแต่ฉันเริ่มหนาว
ทั้งที่ยังไม่ถึงฤดูเปลี่ยนผ่าน
และนั่นคือครั้งแรกที่ปลาโมลาอย่างฉัน
เริ่มอยากหลับตาทั้งที่ยังลอยตัวอยู่
บทที่ 6 การกัดที่มาถึงในวันที่ไม่คาดหวัง
มันเกิดขึ้นหลังจากวันที่ฉันว่ายกลับมาถึงถิ่นของตัวเองแล้วหนึ่งวัน ฉันไม่ได้รอไม่ได้เรียก
และไม่ได้ส่งสัญญาณใด ๆ ออกไป
ฉันแค่พยายามปรับจังหวะการลอยของตัวเอง
ให้กลับมาเป็นแบบเดิม แบบที่ฉันเคยอยู่ได้คนเดียว
แล้วสิงโตทะเลก็ว่ายเข้ามา
ไม่ใช่การทักทาย ไม่ใช่การกลับมาและไม่ใช่ความคิดถึง
เขาว่ายตรงเข้ามาหาฉัน
ด้วยความเร็วที่ฉันไม่ทันตั้งตัว!!
ตอนแรก
ฉันไม่รู้สึกอะไรเลยมันเงียบและเร็ว
เหมือนบางอย่างถูกพรากไปโดยที่ร่างกายยังไม่ทันรับรู้
สิงโตทะเลกัดฉันไม่ใช่เพื่อฆ่า
แต่ก็ไม่ใช่เพื่ออยู่ต่อ
เขากัดในจังหวะที่แน่ชัด
เหมือนการตัดสินใจที่คิดมาแล้ว
ชิ้นส่วนหนึ่งของร่างกายฉันหายไป
และในขณะเดียวกัน
บางอย่างในใจฉันก็หลุดลอยตามไปด้วย
เขาไม่พูดมาก
ไม่อธิบาย
ไม่กล่าวโทษ
แค่บอกว่า
การอยู่ร่วมกันควรจบลงตรงนี้
หลังจากนั้นเขาก็ว่ายจากไป
ความเจ็บมาในภายหลัง
ไม่ใช่ความเจ็บแบบฉับพลันแต่มันค่อย ๆ ซึม
เหมือนน้ำเค็มที่เข้าบาดแผล
ฉันร้องไห้ในทะเลโดยที่ไม่มีเสียง
ไม่ใช่เพราะเสียใจอย่างเดียว
แต่เพราะฉันเพิ่งเข้าใจว่า
การไม่อยู่ของเขาก่อนหน้านี้
คือการเตรียมตัวจากไป
ฉันไม่ได้โต้กลับไม่ได้ไล่ตาม
และไม่ได้ถามว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้
ฉันแค่ลอยนิ่งมองดูร่างของเขาค่อย ๆ หายไปในน้ำลึก
และในตอนนั้นฉันรู้ว่า
ต่อให้ฉันพูดได้ ฉันก็คงไม่พูดอะไรอยู่ดี
เพราะบางการจากลาไม่ได้ต้องการคำอธิบาย
มันแค่ต้องการให้เรายอมรับว่ามันเกิดขึ้นแล้ว..
บทที่ 7 หลังจากนั้น ทะเลก็ยังอยู่..
หลังจากสิงโตทะเลว่ายจากไป
ทะเลไม่ได้เปลี่ยนไปเลยน้ำยังเค็ม กระแสน้ำยังไหล แสงยังตกกระทบผิวน้ำเหมือนเดิม
มีเพียงฉันที่ไม่เหมือนเดิม
ร่างของฉันยังลอยอยู่
แต่เหมือนมันลอยไม่เท่ากันทั้งตัว
บางส่วนเจ็บ บางส่วนชา
และบางส่วนยังไม่ทันรู้ว่ามันสูญเสียอะไรไป
ฉันพยายามขยับครีบเหมือนที่เคยทำ
แต่จังหวะมันไม่พอดีเหมือนก่อน
ไม่ใช่เพราะร่างกายอ่อนแรง
แต่เพราะใจฉัน
ยังไม่กลับมาอยู่ในที่เดิม
ฉันลอยนิ่งนานกว่าที่เคยลอย
ไม่ใช่เพื่อพักแต่เพราะไม่รู้จะว่ายไปทางไหน
ในความเงียบนั้นฉันเริ่มสังเกตตัวเอง
ฉันไม่ได้โกรธเขาอย่างที่คิดไม่ได้อยากเอาคืน
และไม่ได้อยากเรียกเขากลับมา
ฉันแค่รู้สึกว่า
บางอย่างที่ฉันตั้งใจพาไปด้วยไม่ได้ถูกพากลับมา
ฉันปล่อยให้น้ำทะเลไหลผ่านบาดแผล
ทั้งที่รู้ว่ามันแสบเพราะฉันไม่อยากรีบปิดมัน
ด้วยคำอธิบายหรือเหตุผลที่ทำให้ดูเข้มแข็ง
ฉันร้องไห้โดยที่ไม่แน่ใจว่า
น้ำที่ไหลออกจากตาคือน้ำตาหรือน้ำทะเล
แต่ฉันรู้ว่า
มันไม่ใช่เรื่องน่าอาย
เพราะปลาโมลา
ไม่เคยถูกสอนให้ต้องเข้มแข็ง
เขาแค่ถูกสอนให้ลอยอยู่ในแบบที่ตัวเองไหว
ฉันยังไม่พร้อมจะให้อภัยและก็ยังไม่อยากเกลียด
ฉันแค่ขออยู่ตรงนี้ในร่างที่ยังไม่สมบูรณ์
และยอมรับว่ามันเจ็บจริง
ทะเลยังอยู่และฉันก็ยังอยู่แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
บทที่ 8 หมอปลาโมลาที่ไม่นัดหมาย..
ฉันไม่รู้ว่าหมอปลาโมลามาตอนไหน
ไม่มีการว่ายเข้ามาอย่างเป็นทางการ
ไม่มีคำถามว่า
“เจ็บตรงไหน”
หรือ
“เกิดอะไรขึ้น”
เขาแค่มาลอยอยู่ไม่ไกลในระยะที่ไม่ทำให้ฉันอึดอัดและไม่ใกล้จนฉันต้องอธิบาย
หมอปลาโมลาไม่ได้มองบาดแผลฉันก่อน เขามองจังหวะการลอยของฉัน
เหมือนจะฟังว่า
ตอนนี้ฉันลอยอยู่ได้แค่ไหนโดยไม่ต้องฝืน
เขาไม่บอกให้ฉันเข้มแข็งไม่บอกให้ลืม
และไม่บอกให้มองโลกในแง่ดี
เขาแค่ลอยนิ่งเป็นเพื่อนในทะเลที่ยังเย็นอยู่
ฉันไม่ต้องพูดและเขาก็ไม่เร่งให้ฉันพูด
ความเงียบระหว่างเราไม่ได้ว่างเปล่า
มันเต็มไปด้วยการยอมรับว่า
บางความเจ็บ
ไม่จำเป็นต้องถูกแก้ทันที
หมอปลาโมลาไม่ได้แตะบาดแผล
แต่เหมือนเขาบอกฉันโดยไม่ใช้คำว่า
“มันโอเคที่จะยังเจ็บอยู่ตรงนี้”
ฉันเริ่มหายใจช้าลงไม่ใช่เพราะดีขึ้น
แต่เพราะไม่ต้องระวัง
ในตอนนั้นฉันเพิ่งรู้ว่า
การมีใครสักตัวอยู่ใกล้ ๆ
โดยไม่พยายามเปลี่ยนเรา
คือการดูแลอย่างหนึ่ง
หมอปลาโมลายังไม่จากไปและฉันก็ยังไม่ต้องไปไหน เราแค่ลอยอยู่ในจังหวะที่พอจะอยู่ได้
และเป็นครั้งแรกหลังจากการกัดที่ฉันไม่รู้สึกโดดเดี่ยวแม้จะยังไม่หายดี
บทที่ 9 การกลับขึ้นฝั่งโดยไม่ทิ้งทะเลไว้ข้างหลัง..
ฉันไม่รู้ว่าตัวเองกลับมาเป็นมนุษย์ตอนไหน
มันไม่ได้มีเส้นแบ่งชัดเจน ไม่ได้มีเสียงสัญญาณหรือคลื่นใหญ่ที่พัดฉันขึ้นฝั่ง
ฉันแค่เริ่มรู้สึกว่าขาของฉันแตะพื้น
ในขณะที่หัวใจยังเคยชินกับการลอย
ร่างกายมนุษย์ของฉันดูเล็กกว่า เปราะบางกว่า
และต้องตัดสินใจมากกว่าร่างปลาโมลา
บนบก..
ไม่มีน้ำพยุง ไม่มีการลอยนิ่งโดยไม่ถูกมอง ทุกการอยู่ต้องมีท่าทีและคำอธิบายบางอย่าง
แต่ฉันไม่ได้กลับมามือเปล่า ฉันพกจังหวะการลอยที่หมอปลาโมลาสอนติดกลับมาด้วย
มันไม่ใช่วิธีเอาตัวรอด
แต่มันคือการอนุญาตให้ตัวเอง
ไม่ต้องเร่ง
ไม่ต้องหายดีเร็ว
และไม่ต้องเข้าใจทุกอย่างในทันที
บางวันฉันยังรู้สึกเหมือนปลาโมลา
ในร่างมนุษย์ นิ่ง เงียบและไวต่อทุกการเคลื่อนไหวรอบตัว
บางวันฉันก็เป็นมนุษย์เต็มตัวที่ต้องทำหน้าที่
พูดคุยและใช้ชีวิตต่อไป
ฉันเริ่มเข้าใจว่า ฉันไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ฉันเป็นมนุษย์ที่เคยเป็นปลาโมลา
และยังคงเป็นอยู่ในบางเวลา
ฉันไม่จำเป็นต้องกลับไปหาสิงโตทะเล
เพื่อพิสูจน์ว่าฉันเข้มแข็งขึ้นแล้วและไม่จำเป็นต้องลืมเขาเพื่อจะเดินต่อได้
ฉันแค่ต้องรู้ว่า
ฉันจะไม่พาตัวเองไปอยู่ในที่ที่ต้องเจ็บซ้ำ
เพื่อแลกกับการไม่โดดเดี่ยว
หมอปลาโมลาไม่ได้ว่ายตามฉันขึ้นฝั่ง
แต่เสียงของเขายังอยู่เป็นเสียงที่บอกว่า
“ถ้าเหนื่อย ก็กลับมาลอยได้”
“ถ้าไหว ก็เดินต่อไป”
ฉันยืนอยู่บนบกโดยที่ในอกยังมีทะเลเล็ก ๆ อยู่ข้างใน และฉันคิดว่านั่นเพียงพอแล้วสำหรับการเริ่มใช้ชีวิตอีกครั้ง
บทที่ 10 จดหมายที่ลอยอยู่กลางทะเล..
ถึง ปลาโมลา
ขอบคุณที่ไม่รีบ
ขอบคุณที่ยังลอยอยู่
แม้ในวันที่ไม่รู้จะว่ายไปทางไหน
ขอบคุณที่ยอมรับว่าการอยู่นิ่ง ๆ
ก็เป็นการมีอยู่แบบหนึ่งไม่ใช่ความล้มเหลว
ไม่ใช่ความอ่อนแอ ฉันจะไม่เร่งให้เธอหายดี
และจะไม่ดึงเธอขึ้นฝั่ง ถ้าเธอยังอยากลอย
ถ้าวันไหนโลกดังเกินไป ฉันจะกลับมาเป็นเธออีกครั้ง
ถึง สิงโตทะเล
ฉันไม่โกรธและก็ไม่เรียกร้องคำอธิบายอีกแล้ว
ฉันเข้าใจว่าบางการจากลา
ไม่ได้เกิดจากความเกลียด
แต่เกิดจากการไปต่อในทิศทางที่ต่างกัน
ฉันขอคืนทะเลของเธอและเก็บทะเลของฉันไว้
ขอให้เธอว่ายไปในที่ที่ถนัด กินในสิ่งที่อยากกิน
และไม่ต้องย้อนกลับมาเพื่อพิสูจน์อะไรกับฉันอีก การไม่อยู่คือคำตอบที่ชัดพอแล้ว
ถึง ผู้อ่าน
ถ้าคุณกำลังอ่านมาถึงตรงนี้
ฉันอยากให้คุณรู้ว่าคุณไม่จำเป็นต้องรีบเข้าใจทุกอย่าง ไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งและไม่จำเป็นต้องให้อภัยใครในเวลาที่หัวใจยังไม่พร้อม
ถ้าคุณเคยเป็นปลาโมลาหรือเคยเจอสิงโตทะเล
หรือเคยเป็นทั้งสองอย่างในชีวิตเดียวกัน
คุณไม่ได้แปลก
ขอให้คุณลอยต่อ
ในจังหวะที่คุณไหว
และพัก
เมื่อคุณต้องพัก...
โฆษณา