4 ม.ค. เวลา 09:28 • ข่าวรอบโลก

50 ล้าน+ชาวบ้านไม่เอา ….มันก็ง่ายสิ

ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐต่อเวเนซุเอลา
ในส่วนของการจับตัว ปธน.มาดูโรและภรรยา
ถือว่าค่อนข้างช็อคโลกมาก
ไม่มีใครสงสัยเรื่องการถล่ม แต่การจับคน มันเหลือเชื่อ
เพราะมันใช้เวลาเพียง 7 ชั่วโมง เท่านั้น เร็วเหมือนโม้
ส่วนตัวผมเอง ตอนทรัมป์โพสต์ครั้งแรก ผมยังไม่เชื่อเลย
ว่าสหรัฐจับมาดูโรได้แล้วจริงๆ ยังเข้าใจว่าเป็นการโม้
ตามสไตล์แบบทรัมป์ๆมากกว่า
แต่สุดท้าย เมื่อทางสหรัฐปล่อยภาพทางการออกมา
ทุกฝ่ายเงียบกริบ โดยเฉพาะฝ่ายสนับสนุนอำนาจนิยม
จีน รัสเซีย ทั้งไทยและเทศ ที่ตอนแรกบอกว่าไม่จริง
เป็นภาพ AI พวกนี้หน้าแหกสนิท ลบโพสต์กันแทบไม่ทัน
…7 ชั่วโมงจบ สหรัฐทำได้อย่างไร ?….
…สหรัฐเจ๋งมาก หรือมีปัจจัยอื่นกันแน่?….
ปิดตา เผารัง แล้วรอจับหนู….
เท่าที่อ่านเนื้อหาปฏิบัติการแล้ว ดูเหมือนขั้นตอนตามแผน
ของสหรัฐ พอจะสรุปว่าเป็นขั้นตอน สามขั้นแบบนั้น….
(เนื้อหาปฏิบัติการ พร้อมภาพประกอบ ในลิ้งค์ด้านล่าง)
เฟสแรก ปิดตา….
สหรัฐเริ่มด้วยการถล่มระบบปัองกันภัยทางอากาศ
ในเวลาไล่ๆกันแทบจะรวดเดียวเลยก็ว่าได้
พวกเขาเริ่มด้วยการใช้จรวดโทมาฮอวก์ถล่มระบบปัองกัน
S300 และ Buk รวมถึง ระบบป้องกันตระกูล YJ
ซึ่งเวเนซุเอลาจัดหาและได้รับความช่วยเหลือ
จากรัสเซียและจีนตามลำดับ มาตลอดหลายปีพร้อมกัน
และศูนย์กลางข้อมูลระบบเหล่านี้แทบทุกจุด
ในการโจมตัวรอบเดียว
ลักษณะนี้ ป้องกันยากมาก ก็คล้ายกับที่อิหร่าน
เคยระดมยิงอิสราเอลที่ละมากๆ จนไอรอนโดมเอาไม่อยู่
แล้วบทสรุปคือ ระบบเหล่านี้พินาศแทบจะพร้อมกันหมด
ในรอบแรกของการโจมตี จนเป็นเครื่องหมายคำถาม
ถึงประสิทธิภาพที่แท้จริงของพวกมัน
โดยเฉพาะ YJ ซึ่งจีนเคยอ้างว่าตรวจจับได้แม้แต่ F-22,35
อาวุธรัสเซียและจีนเหล่านี้ นับว่าเสียเครดิตอย่างมาก
เนื่องจากเป็นรอบที่สองแล้ว ที่มันล้มเหลวในการรบจริง
หลังจากเคยพินาศรอบแรกมาแล้ว ในการรับมือ อิสราเอล
ของอิหร่านและซีเรีย ในการปะทะกันเมื่อกลางปีที่แล้ว
โดยยังไม่ต้องพูดถึง ผลงานที่ย่ำแย่อยู่แล้ว ของระบบ S
ในสงครามยูเครน และอินเดีย-ปากีสถานเลย
เมื่อระบบเหล่านี้ส่วนมากถูกทำลาย การเชื่อมโยง
เครือข่ายมันก็พินาศลง เกิดช่องโหว่อย่างมากในการป้องกัน
และความสามารถในการสนับสนุนเครือข่ายภาคพื้นดิน
จนเครื่องบินขับไล่ของเวเนซุเอลา ที่ยังตั้งตัวไม่ติด
ไม่สามารถขึ้นปฏิบัติการต่อต้านได้เลยสักลำ
ซึ่งก็ยังดี ที่สหรัฐไม่ถล่มเครื่องบินเหล่านี้ทิ้งไปเสียด้วย
เพราะทำได้ไม่ยากเลย เมื่อระบบต่อต้านมันพัง
…เมื่อขั้นแรก ประสบความสำเร็จ ทัพสหรัฐก็เข้าสู่เฟสสอง…
เฟสสอง เผารัง…
เมื่อปิดตาทางอากาศทัพเวเนสำเร็จ สหรัฐก็ส่งเครื่องบิน
ล่องหนตามเข้ามาเปิดทาง และถล่มพื้นที่เป้าหมาย แทบจะทันที
มันรวดเร็วมาก จนทางเวเนซุเอลานั้นทำอะไรไม่ได้เลย
มันเหมือน โมมาฮอว์กออกจากแท่นปล่อยปุ๊บ เครื่องบิน
ก็บินตามมาเลย อะไรแบบนั้น
และก็เช่นเคย ความแม่นยำยังคงเป็นจุดขายของทัพสหรัฐเสมอ
ดาวเทียม คือดวงตาบนฟ้า ที่ไม่มีทัพไหนในโลกเสมอเหมือน
ทำให้ทุกอย่างราบรื่น และโอกาสรอดของข้าศึกแทบเป็นศูนย์
และจนถึงตอนนี้ ยังไม่มีหลักฐาน ว่าการโจมตีของสหรัฐ
พลาดเป้าไปโดนเป้าหมายพลเรือนเลย แม้แต่ข่าวจากเวเนเอง
ระบบป้องกันภัยที่เหลือรอบนี้ มันแทบไร้ประสิทธิภาพแล้ว
เมื่อเครือข่ายส่วนมากถูกทั้งทำลาย และการรบกวน
ด้วยระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ จากสหรัฐ
มันกลายเป็นเพียงวัตุเป้าหมายรายทาง ที่ไร้การตอบโต้
ในปฏิบัติการของ F-22 และ 35 เป็นเป้านิ่งให้ถล่มเล่น
ก่อนถึงพื้นที่เป้าหมายจริงของเครื่องบินเท่านั้น
โดยพื้นที่เป้าหมายจริง ก็คือที่พักของมาดูโร
ที่ทรัมป์บอกว่าราวกับป้อมปราการ
การถล่มที่เราเห็นกันตามสื่อมากที่สุด ก็คือจุดนี้แหละ
ที่มีไฟลุกท่วมจนฟ้าแดงฉานนั่นแหละ
โดยคาดว่า เป็นผลงานของ การโจมตีด้วยจรวดตระกูล
GBU จากเครื่องบินสหรัฐ ผสมกับขีปนาวุธนั่นเอง
ซึ่งนั่น ทำให้มาดูโร่เข้าไปหลบได้ยาก หรืออาจไม่ได้เลย
เครือข่ายทางใต้ดินสำหรับเขา จึงจบสิ้นไปด้วบ
…นี่เท่ากับเป็นการปิดทางถอยของมาดูโร่ เข้าสู่ที่มันแล้ว
อย่างสิ้นเชิง และเมื่อสำเร็จก็เข้าสู่เฟสที่สาม….
สุดท้าย จับหนูรังแตก…
เมื่อมาดูโร่ ไม่มีทางไป ก็คือต้องหนีในที่เปิด
ขั้นตอนสุดท้ายของสหรัฐ จึงเป็นการไล่ล่าตามจับ
พวกเขาส่งทีมรบพิเศษเข้าไปด้วยเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง
แถมด้วยการมีเฮลิคอปเตอร์จู่โจมอาปาเช่ประกบ
คุ้มกันและยิงเปิดทางไปตลอด
เมื่อมาดูโร่ไม่มีที่ให้ซ่อน พวกนี้ก็ง่าย
ด้วยข้อมูลที่เป็นระบบจากดาวเทียม และโดรนชี้เป้า
มาดูโร่ แทบไม่มีทางหนีไปไหนได้เลย
แม้มาดูโร่ จะเป็นเพียงคนๆเดียว ไม่มีพาหนะก็ตาม
…เมื่อเจอและรวบได้ สหรัฐก็เป็นอันจบภารกิจ…
…แล้วทรัมป์ก็เอามาโม้ได้แบบที่เราเห็นนั่นเอง….
ถ้าบอกว่า หัวใจของปฏิบัติการ คือการจับมาดูโร่
ส่วนที่ยากที่สุด คือส่วนที่สาม คือตามจับ
แต่นั่นต้องเกิดในกรณีว่า มาดูโร่ ยังได้รับการสนับสนุน
จากชาวบ้านส่วนมาก แบบนั้นจะยากมาก
ถ้าเราย้อนไปดูปฎิบัติการแบบนี้ของสหรัฐ สองกรณีล่าสุด
คือ ซัดดัม ฮุสเซน และ บินลาเดน เราจะพบว่าการหาตัว
สองคนนี้นั้นไม่ง่าย และใช้เวลาค่อนข้างนานเป็นปี
ส่วนหนึ่ง มันอาจเป็นเพราะเทคโนโลยีที่สหรัฐมีน้อย
กว่าในปัจจุบันด้วย และแผนก็อาจเป็นอีกรูปแบบ
แต่นั่นไม่ใช่ปัจจัยหลัก ที่ทำให้ยาก
แต่มันเนื่องจากทั้งซัดดัมและบินลาเดน ยังมีคนสนับสนุน
หรือศรัทธา ไม่ตีตัวออกห่าง ชาวบ้านจำนวนมาก
ยังรักมากกว่ามาดูโร่เยอะ
กับซัดดัม เราคงต้องบอกว่า แม้มีภาพจอมเผด็จการ
แต่ก่อนสงครามนั้น ชาวอิรักยังค่อนข้างกินดีอยู่ดี
ดังนั้นจึงยังมีผู้สนับสนุนเขามาก โดยเฉพาะกลุ่มชาวสุหนี่
ส่วนบินลาเดน เขามีภาพเป็นนักรบศักดิ์สิทธิ์ ที่อิงกับความเชื่อ
ทางศาสนา ผู้คนจำนวนมาก จึงศรัทธาเขาในฐานะวีรบุรุษ
และแทบไม่มีคนรอบตัว คิดจะหักหลังเขาเลย
ในความเป็นจริงแล้ว คนอย่างบินลาเดน ที่สหรัฐใช้ทรัพยากร
มากที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อล่าตัวเขา สิ่งที่ปกป้องเขามากที่สุด ไม่ใช่อาวุธ แต่เป็นศรัทธาของชาวบ้าน
ไม่ว่าที่ไหนในโลกมุสลิม บินลาเดนสามารถเข้าไปหลบตรงไหน
ก็ได้ โดยไม่ต้องห่วงว่าจะมีใครทรยศเขาเลย
ซึ่งนี่แหละ ทำให้งานของสหรัฐ เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร
แต่มาดูโร่ ต่างจากสองคนนี้
สภาพความเป็นอยู่ที่ขาดแคลนแบบสุดขั้วของคนทั่วไป
ในเวเนซุเอลา ที่ขาดแม้กระทั่งยารักษาโรคที่มาตรฐาน
ข้าวของก็แพงจากปัญหาเงินเฟ้อ
มันทำให้คนต่อต้านระบอบมาดูโร่ มีจำนวนเยอะมาก
และมีม็อบที่คนหลักหลายแสน หรือเป็นล้าน
ออกมาม็อบแสดงพลังบ่อยครั้งอยู่แล้ว
และถ้าข้อกล่าวหาการโกงเลือกตั้งของมาดูโรเป็นความจริง
นั่นเท่ากับว่า ที่จริง เขาไม่ได้รับการสนับสนุนจากคนส่วนมาก
อยู่แล้ว โดยเฉพาะในเมืองหลวง ซึ่งมักมีการศึกษามากกว่า
หากมาดูโร่ ไม่สามารถทำแบบบินลาเดนได้ในเมืองหลวง
อันเป็นศูนย์กลางอำนาจตัวเองได้ เขาเองก็แทบไม่มีโอกาสรอด
มีความเป็นไปได้มาก ที่ไปทางไหนเขาก็เจอแต่คนที่พร้อมจะ
ประเคนข้อมูล ชี้เป้าเขาให้สหรัฐ ซึ่งก็มีข่าวว่า CIA ฝังตัว
และสร้างเครือข่ายติดต่อกับกลุ่มต่อต้านมานานแล้ว
ในความเป็นจริง แม้แต่ทหารในกองทัพโดยเฉพาะระดับล่าง
ก็อาจไม่ใช่ว่าชอบอะไรกับมาดูโรนัก เพราะแม้เป็นทหาร
แต่พวกเขาคือคนธรรมดา ครอบครัวก็คนธรรมดา
คือกลุ่มคนที่เดือดร้อนกับการทำงานของมาดูโร อยู่ทุกวัน
เมื่อมีโอกาส ทหารเหล่านี้ และชาวบ้านที่เดือดร้อนอยู่แล้ว
จะไม่ปฏิเสธเลยกับการจัดการกับมาดูโร ด้วยหวังว่า
ชีวิตจะดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา 13 ปีของมาดูโร
เมื่อสหรัฐเปิดปฏิบัติการทางทหาร และสำเร็จอย่างรวดเร็ว
ทหารระดับล่างๆ ถึงกลาง ที่ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากระบอบ
ก็รู้และคิดแล้ว ว่าระบอบมาดูโรไม่รอดแน่ๆ
พวกเขาจึงไม่มีทั้งความจำเป็นและเหตุผลอะไรที่จะต้องช่วย
หรือสนับสนุนอะไรจากมาดูโรต่อไป เพราะมาดูโรและเครือข่าย
คงไม่มีอำนาจจะมาลงโทษอะไรพวกเขา ด้วยคำสั่งใดๆอีกแล้ว
ทหารใกล้ตัวมาดูโร่ ที่ทนเห็นครอบครัวตัวเองอดอยากไม่ได้
กลุ่มนี้แหละ ที่ทำให้ปฏิบัติการของสหรัฐนั้นง่ายขึ้นเยอะ
แถมสหรัฐยังตั้งค่าหัวไว้อีก 50 ล้านเหรียญ
หรือพันกว่าล้านบาท หากพวกเขาช่วยส่งข่าวให้สหรัฐ
พวกเขาก็ย่อมต้องได้ส่วนแบ่งสินบนนำจับด้วยเช่นกัน
กับคนจน ในประเทศที่เศรษฐกิจย่ำแย่เช่นนี้
ใครบ้าง จะไม่อยากได้เงิน ยิ่งเป็นดอลลาร์ที่ใช้ได้ทั่วโลกด้วย
มันเปลี่ยนชีวิตพวกเขาได้เลย ยิ่งหากข่าวนั้นเป็นประโยชน์
ต่อปฏิบัติการของสหรัฐมาก ก็ยิ่งได้มาก
ลักษณะนี้ ใครๆจึงส่งข่าวที่ดีๆ เป็นประโยชน์ ให้สหรัฐตลอด
ทหารตัวใหญ่ๆ ฝั่งเวเนเอง ก็อาจถูกเสนอผลประโยชน์
ต่างหากออกไปด้วยเช่นกัน และคงจูงใจพวกเขาได้มาก
เช่นกัน เพราะต้องไม่ลืม ว่ากองทัพไม่ว่าที่ไหนในโลก
มันมีคนได้ และเสียประโยชน์อยู่เสมอ จากการทำงาน
หรือแต่งตั้งโยกย้ายของรัฐบาล
ไอ้ที่ผิดหวังกับตำแหน่ง แต่ยังอยู่ในกองทัพระดับสูง
เข้าถึงข่าวกรองได้ พวกนี้ก็ถือว่าอันตรายมากกับมาดูโร
เพราะถูกซื้อได้ง่าย และมีข้อมูลสำคัญ
ที่ผ่านมา ฝ่ายต้านมาดูโร อาจยังกลัวอำนาจรัฐแบบกำปั้นเหล็ก
แต่เมื่อสหรัฐทำให้เห็น ว่าพวกเขาเอาจริง มันก็ส่งให้คนพวกนี้
ลดความกลัวลงไปได้มาก และสหรัฐเองก็ได้ประโยชน์
…มันมีคนในนั่นแหละ ชี้เป้าให้สหรัฐแน่นอน ไม่งั้นไม่ง่าย
และเร็วปานฟ้าแลบขนาดนี้หรอก ….
แม้ประชาชนชาวเวเนซุเอลา จะออกมาฉลองกันทั่วถนน
กับการที่มาดูโรถูกโค่นล้ม
แต่ก็ไม่ใช่ว่าเครือข่ายของเขาจบลงแล้ว
กลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์ ในระบอบของมาดูโรนั้น
ก็คงไม่ยอมง่ายๆ ก็คงแบบเดียวกับที่รอง ปธน. พูดไว้
ว่าจะตอบโต้สหรัฐ และไม่ยอมเป็นเมืองขึ้น
เครือข่ายเหล่านี้ น่าจะใหญ่โตไม่น้อย และอาจมีการสนับสนุน
จากพันธมิตรต่างประเทศของมาดูโรด้วย
กลุ่มนี้ จะต่อสู้กับสหรัฐต่อ จนทำให้สงครามบานปลายหรือไม่
เป็นสิ่งที่ทั่วโลกเองก็จับตาอยู่อย่างใกล้ชิด เพราะเกรงว่าจะกลายเป็นสงครามกลางเมือง แบบในอิรัก หรืออัฟกานิสถาน
เพราะนั่นคือวิธีเดียว ที่พวกเขาจะสู้กับสหรัฐได้
…แต่บางที ชาวเวเนซุเอลา จะคิดอย่างไร นั่นอาจบอกได้
มากที่สุด ว่าตกลงแล้ว รัฐบาลเวเนซุเอลาจะสู้หรือพอแค่นี้
…เพราะถ้าชาวเวเนซุเอลา เห็นว่าการกลับมาของสหรัฐ
หลังถูกไล่ออกไปในยุคของฮูโก ชาเวซ จะนำยุคเรืองรอง
มีเศรษฐกิจที่ดีกลับมาได้ ฝ่ายเครือข่ายมาดูโร ก็คงจะกลับ
มาได้ยาก และกลายเป็นผู้ก่อการร้ายได้เหมือนกัน…
…หลังจากนี้ ก็ต้องถามใจชาวเวเนซุเอลาล่ะ ว่าจะเอายังไง…
อ้างอิง
โฆษณา