16 ม.ค. เวลา 00:07 • สุขภาพ

ตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen Receptor - ER)

หัวใจสำคัญในการวางแผนรักษามะเร็งเต้านม
บทบาทของตัวรับฮอร์โมนในการรักษา:
การตรวจหาตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen Receptor - ER) เป็นขั้นตอนมาตรฐานที่ต้องทำในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ทุกคน เพื่อดูว่าเซลล์มะเร็งใช้ฮอร์โมนเป็นเชื้อเพลิงในการเติบโตหรือไม่. หากผลตรวจพบว่ามีตัวรับมากกว่า 1% จะถือว่าเป็นบวก (Positive) และเป็นข้อบ่งชี้สำคัญว่าผู้ป่วยจะตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาต้านฮอร์โมนครับ.
การรักษาด้วยยาต้านฮอร์โมน (Endocrine Therapy) เช่น ยาต้านเอสโตรเจน (Tamoxifen) สามารถลดความเสี่ยงในการกลับเป็นซ้ำของโรคได้ถึง 41% และลดอัตราการเสียชีวิตได้ถึง 31% ในกลุ่มที่มีตัวรับฮอร์โมนเป็นบวก.
กลุ่มที่มีตัวรับฮอร์โมนเป็นบวกต่ำ (ER-low-positive): ในกรณีที่ผลตรวจพบการติดสีของตัวรับฮอร์โมนอยู่เพียง 1-10% จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มตัวรับฮอร์โมนเป็นบวกต่ำ (ER-low-positive). ข้อมูลปัจจุบันชี้ว่ามะเร็งกลุ่มนี้มีพฤติกรรมทางชีวภาพที่หลากหลาย และบางครั้งอาจมีการดำเนินโรคที่ใกล้เคียงกับกลุ่มที่เป็นลบ (ER-negative). ดังนั้น คุณหมอจะพิจารณาแผนการรักษาอย่างรอบคอบเป็นรายบุคคล โดยอาจต้องพิจารณาการรักษาเสริมอื่นๆ ร่วมด้วยเพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพสูงสุดครับ.
ทางเลือกการรักษาด้วยยาต้านฮอร์โมน: สำหรับผู้ป่วยที่มีผลเป็นบวก คุณหมอจะเลือกใช้ยาต้านฮอร์โมน (Endocrine Therapy) เช่น ยากลุ่มยับยั้งเอนไซม์อะโรมาเทส (Aromatase Inhibitors - AI) สำหรับวัยหมดประจำเดือน หรือใช้ยาต้านเอสโตรเจน (Tamoxifen) ซึ่งใช้ได้ทั้งก่อนและหลังหมดประจำเดือน. ในผู้ป่วยที่ยังไม่หมดประจำเดือน (Premenopausal) หมออาจพิจารณาใช้ยาฉีดเพื่อกดการทำงานของรังไข่ (Ovarian Function Suppression - OFS) ร่วมกับการกินยาต้านฮอร์โมนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมโรคครับ.
ความสำคัญของการตรวจซ้ำเมื่อมีการลุกลาม: หากมะเร็งมีการกลับมาใหม่หรือแพร่กระจาย (Metastatic Disease) มาตรฐานสากลแนะนำให้ทำการเจาะชิ้นเนื้อเพื่อตรวจตัวรับฮอร์โมนซ้ำ (Repeat Testing). เนื่องจากลักษณะทางชีวภาพของมะเร็งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม (Discordance) ซึ่งอาจส่งผลให้แผนการรักษาต้องถูกปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับรหัสลับของตัวโรคในปัจจุบันครับ.
🕵️‍♂️ เปรียบเปรยให้เห็นภาพ (Analogy): ตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจน (ER) เปรียบเสมือน "ช่องเสียบกุญแจสตาร์ทรถ" ของเซลล์มะเร็งครับ. หากเราตรวจพบว่ามะเร็งของคุณมีช่องเสียบนี้ (ER-positive) หมอจะใช้ยาต้านฮอร์โมนทำหน้าที่เป็น "กาว" เข้าไปอุดช่องเสียบนั้นไว้ เพื่อไม่ให้ฮอร์โมนในร่างกายเข้าไปสตาร์ทเครื่องให้มะเร็งเติบโตได้. แต่ถ้าผลเป็นบวกต่ำ (ER-low-positive) ก็เหมือนช่องเสียบนั้นเริ่มหลวมหรือชำรุด เราจึงต้องพิจารณาอาวุธอื่นเสริมเพื่อหยุดรถคันนี้ให้สนิทที่สุดครับ.
โฆษณา