Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
S E N S E 1i
•
ติดตาม
4 ม.ค. เวลา 07:52 • คริปโทเคอร์เรนซี
? BITCOIN Matters ?
เงินข้ามศตวรรษ
Bitcoin กับความจริงทางกายภาพ
(Bitcoin & Physical Reality)
ทำไมเงินต้องเริ่มจากฟิสิกส์
ก่อนที่เงินจะเป็น: ตัวเลข, สัญญา, สินทรัพย์
เงินคือ:
วิธีที่มนุษย์เก็บ “พลังงานจากอดีต”
เพื่อใช้ในอนาคต
ข้าวสาลีคือพลังงาน
น้ำมันคือพลังงาน
แรงงานมนุษย์คือพลังงาน
เงินที่ดี ต้องสะท้อนความจริงนี้
และเงินที่โกงพลังงาน
จะโกงเวลาในที่สุด
Bitcoin คือระบบเงินแรก
ที่ออกแบบโดยเริ่มจากคำถามทางฟิสิกส์ ไม่ใช่การเงิน
2
ความจริงและพลังงาน
ความจริงไม่ฟรี: ทำไมข้อมูลต้องมีต้นทุน
1.1 ปัญหาพื้นฐานของโลกดิจิทัล
ในโลกดิจิทัล: ข้อมูลคัดลอกได้, ต้นทุนใกล้ศูนย์, ไม่มีความขาดแคลนโดยธรรมชาติ
2
ตัวอย่าง:
- ไฟล์ภาพ → copy ได้ไม่จำกัด
- ตัวเลขในฐานข้อมูล → เพิ่มได้ทันที
1
ถ้า “เงิน” เป็นข้อมูลชนิดหนึ่ง
และข้อมูลไม่มีต้นทุน
เงินนั้นจะถูกปลอมได้ทันที
นี่คือเหตุผลที่:
เกมออนไลน์มี inflation
เครดิตในระบบปิดไม่มีค่าในโลกจริง
1
1.2 ความจริงในโลกกายภาพ
ในโลกกายภาพ:
ทุกการเปลี่ยนแปลงต้องใช้พลังงาน
ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นฟรี
อดีตไม่สามารถแก้ได้โดยไม่จ่ายต้นทุนเพิ่ม
1
การหลอมเหล็ก: ใช้พลังงาน, ไม่สามารถย้อนกลับได้ฟรี
การเผาน้ำมัน: พลังงานหายไป, เหลือ entropy
โลกกายภาพมีคุณสมบัติสำคัญ:
ความย้อนกลับไม่ได้ (irreversibility)
1.3 เงินกับความย้อนกลับไม่ได้
เงินที่ดีในประวัติศาสตร์: ทองคำ, เงินโลหะ, ที่ดิน
1
มีสิ่งหนึ่งเหมือนกัน:
ผลิตยาก และย้อนกลับไม่ได้
ทองคำ: ต้องขุด, ต้องหลอม, ไม่สามารถสร้างจากอากาศ
Bitcoin พยายามนำคุณสมบัตินี้
เข้าสู่โลกดิจิทัล
1
Proof-of-Work: ฟิสิกส์ในรูปแบบอัลกอริทึม
2.1 ปัญหา “ใครพูดความจริง” ในระบบกระจาย
ในระบบไม่มีศูนย์กลาง: ไม่มีผู้ตัดสิน, ไม่มี server กลาง, ทุกคนถือสำเนาข้อมูล
คำถามคือ:
ใครมีสิทธิ์เขียนประวัติใหม่
ถ้าเขียนได้ฟรี: โกงได้, แก้ย้อนหลังได้, ระบบล่ม
Proof-of-Work คืออะไร (เชิงกายภาพ)
Proof-of-Work ไม่ใช่: กลไกทางการเงิน, กลไกการลงคะแนน
1
แต่คือ:
การบังคับให้ “การพูดความจริง”
ต้องแลกกับพลังงานที่สูญเสียไปจริง
หลักการ:
ใครอยากเสนอ block ใหม่ ต้องคำนวณ hash
การคำนวณนี้ใช้ไฟฟ้า ไฟฟ้าที่ใช้ไป เอาคืนไม่ได้
นี่คือหลักฐาน (proof)
ว่า “ฉันจ่ายต้นทุนมาแล้ว”
2
2.3 Hash คืออะไร (อธิบายเชิงฟิสิกส์)
Hash function ทำหน้าที่เหมือน:
เครื่องปั่นข้อมูล, ผลลัพธ์ออกมาเหมือนสุ่ม, ควบคุมไม่ได้
คุณสมบัติสำคัญ:
เปลี่ยน input นิดเดียว output เปลี่ยนหมด, ย้อนกลับไม่ได้, ตรวจสอบง่าย
1
เปรียบเทียบ:
การล็อกกุญแจ → เปิดยาก ตรวจง่าย
Hash → สร้างยาก ตรวจง่าย
1
2.4 การขุดคืออะไรจริง ๆ
การขุด Bitcoin ไม่ได้ “ขุดเหรียญ”
แต่: แข่งขันกันเสนอ block
ใครจ่ายพลังงานมากพอ → ชนะ
1
Miner ทำสิ่งเดียว:
ลองสุ่ม hash ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกว่าจะได้ค่าที่ถูกต้อง ไม่มีทางลัด, ไม่มีสูตรโกง, มีแต่พลังงาน
2.5 ตัวอย่างเชิงรูปธรรม
สมมติ: เครือข่ายต้องการ 1 block
Difficulty กำหนดให้ hash ต้องต่ำกว่าค่าเป้า
2
สิ่งที่เกิดขึ้น:
Miner ทั่วโลกสุ่ม hash พร้อมกันใช้ไฟฟ้านับร้อยเมกะวัตต์
มีเพียง 1 คนชนะ
แต่พลังงานที่คนอื่นใช้: ไม่สูญเปล่า
เพราะมันทำให้การโกงย้อนหลัง “แพงมาก”
2.6 Proof-of-Work กับความจริงทางกายภาพ
Proof-of-Work แปลง:
พลังงาน → ความจริง
เวลา → ความปลอดภัย
entropy → ประวัติที่แก้ไม่ได้
Bitcoin ไม่ได้อ้างว่า:
ใครซื่อสัตย์, ใครดี
มันถามเพียง: คุณจ่ายพลังงานจริงหรือไม่
2
3. พลังงาน เวลา และ Entropy: ทำไมอดีตจึงมีราคา
3.1 เวลาไม่ใช่ตัวเลข แต่คือทิศทาง
ในฟิสิกส์ เวลาไม่ใช่เพียงตัวแปร t
แต่คือ ทิศทางของการเปลี่ยนแปลง
คุณสมบัติสำคัญของเวลาในโลกจริงคือ:
เวลาเดินไปข้างหน้า เหตุการณ์ไม่สามารถย้อนกลับได้โดยไม่มีต้นทุน
อดีต “ถูกตรึง” ด้วยพลังงานที่ถูกใช้ไปแล้ว
2
ตัวอย่างง่ายที่สุด:
ไข่แตก → รวมกลับไม่ได้
ไม้เผา → กลายเป็นขี้เถ้า
น้ำแข็งละลาย → ต้องใช้พลังงานเพิ่มเพื่อทำให้แข็งอีกครั้ง
นี่ไม่ใช่เรื่องปรัชญา
แต่คือกฎพื้นฐานของธรรมชาติ
2
3.2 Entropy: ราคาของการย้อนเวลา
Entropy คือ: ตัวชี้วัดความยุ่งเหยิงของระบบ
และเป็นตัวบอกว่า “การย้อนกลับยากแค่ไหน”
กฎข้อที่สองของอุณหพลศาสตร์ระบุว่า:
Entropy ของระบบปิดจะไม่ลดลงเอง
2
ความหมายเชิงรูปธรรม:
การจัดระเบียบ ต้องใช้พลังงาน
การทำลายระเบียบ เกิดขึ้นเองได้
ตัวอย่าง:
ห้องสะอาด → สกปรกได้เอง
ห้องสกปรก → สะอาด ต้องใช้แรง
อดีตจึงมี “ราคา”
เพราะการเปลี่ยนมัน
ต้องเอาชนะ entropy ที่สะสมไว้แล้ว
2
3.3 เงินกับเวลา: ปัญหาที่ระบบเงินล้มเหลวเสมอ
หน้าที่ลึกที่สุดของเงินไม่ใช่การแลกเปลี่ยน
แต่คือ: การเก็บคุณค่าข้ามเวลา
ถ้าเงินสามารถ: สร้างย้อนหลังได้ เพิ่มปริมาณโดยไม่เสียต้นทุน เปลี่ยนกฎภายหลัง
เงินนั้นจะ: โกงอดีต, ปล้นอนาคต, ทำลายความเชื่อถือ
ตัวอย่างในโลกจริง:
การพิมพ์เงินเพิ่ม → ลดคุณค่าของเงินเก่า
การเปลี่ยนกฎสกุลเงิน → ทำลายการออม
ปัญหาไม่ใช่ “เงินมากขึ้น”
แต่คือ: อดีตถูกเปลี่ยนโดยไม่จ่ายราคา
2
3.4 Bitcoin ผูกเงินเข้ากับทิศทางของเวลา
Bitcoin แก้ปัญหานี้โดย:
ผูกการสร้าง block เข้ากับพลังงาน
ผูกพลังงานเข้ากับ entropy
ผูก entropy เข้ากับเวลา
2
เมื่อ block ถูกสร้าง: พลังงานถูกใช้, entropy เพิ่ม, อดีตถูก “ปิดผนึก”
ยิ่ง block ลึก: ยิ่งมี entropy สะสมมาก ยิ่งย้อนกลับแพง
นี่คือเหตุผลที่:
1 confirmation ยังไม่เห็นชัด
6 confirmations ถูกถือว่าปลอดภัย
หลายร้อย blocks แทบแก้ไม่ได้
1
3.5 ตัวอย่างเชิงตัวเลข: การย้อน block มีราคาอย่างไร
สมมติ:
เครือข่ายใช้พลังงาน 300 GW
เฉลี่ยต่อ block ~10 นาที
พลังงานต่อ block:
300 GW * (1/6) h = 50 GWh
ถ้าต้องการย้อน:
6 blocks → 300 GWh
100 blocks → 5,000 GWh
และต้อง:
ทำให้เร็วกว่าทั้งเครือข่ายต่อเนื่องโดย ไม่มีใครสังเกต
นี่ไม่ใช่เรื่อง “คอมพิวเตอร์แรง”
แต่คือเรื่อง: ใครควบคุมพลังงานของโลกได้มากกว่า
2
3.6 เวลาใน Bitcoin: ไม่ต้องแม่น แต่ต้องซื่อสัตย์
Bitcoin ไม่มีนาฬิกากลาง ไม่มีเวลาที่แน่นอน
แต่มี: block height ลำดับของเหตุการณ์ cumulative work
1
Bitcoin ไม่สนใจว่า:
กี่โมง, วันอะไร มันสนใจเพียง: ใครใช้พลังงานมากกว่า และใช้ก่อน นี่คือเวลาแบบฟิสิกส์ ไม่ใช่เวลาแบบปฏิทิน
1
3.7 ทำไม 10 นาทีถึงไม่ใช่ความช้า
10 นาทีต่อ block ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความเร็ว
แต่เพื่อ: ให้พลังงานสะสม, ให้ entropy เพิ่ม, ให้การโกงมีราคา
ถ้า block เร็วเกินไป: latency สำคัญ, ศูนย์กลางได้เปรียบ, พลังงานกระจุก
Bitcoin เลือก: ความยุติธรรมของเวลา, มากกว่าความเร็วของธุรกรรม
1
3.8 Bitcoin กับเวลาในระดับจักรวาล
แม้ในระดับ: ดาวเคราะห์, ระบบสุริยะ, หรืออารยธรรมข้ามดวงดาว
2
กฎเดียวที่ไม่เปลี่ยนคือ:
พลังงานต้องใช้, entropy ต้องเพิ่ม, อดีตต้องมีราคา
2
Bitcoin ไม่ผูกกับ:
อินเทอร์เน็ต, ประเทศ, เทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่ง
1
มันผูกกับ:
ทิศทางของเวลาในจักรวาล
เวลาเดินไปทางเดียว
อดีตมีราคาเพราะ entropy
เงินที่ดีต้องเคารพทิศทางนี้
Bitcoin คือเงินแรกที่ฝัง “ลูกศรของเวลา” ไว้ในกฎ
Bitcoin ไม่สัญญาว่าจะคงมูลค่า
แต่มันสัญญาว่า:
อดีตจะไม่ถูกแก้โดยไม่จ่ายพลังงานเพิ่ม
2
4. Hash ในฐานะเครื่องจักรแห่งความย้อนกลับไม่ได้
จะอธิบายว่า:
Hash ทำหน้าที่เหมือนกลไกฟิสิกส์อย่างไร
1
ทำไมการสุ่มจึงสร้างความยุติธรรม
และทำไม “ความโง่” ของการ brute-force
คือหัวใจของความปลอดภัย
บทที่ 4
Hash: เครื่องจักรแห่งความย้อนกลับไม่ได้
1
4.1 Hash ไม่ใช่รหัสลับ แต่คือกลไกฟิสิกส์เชิงคณิตศาสตร์
ในความเข้าใจทั่วไป Hash มักถูกอธิบายว่าเป็น “รหัส”
แต่ในความเป็นจริง Hash ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อซ่อนข้อมูล
มันถูกออกแบบมาเพื่อสร้าง ความย้อนกลับไม่ได้
Hash function ใน Bitcoin (SHA-256) คือฟังก์ชันที่:
รับข้อมูลใด ๆ เป็น input
แปลงเป็นผลลัพธ์ขนาดคงที่ 256 บิต
ไม่สามารถคาดเดา output จาก input ได้ล่วงหน้า
ไม่สามารถย้อนหา input จาก output ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3
คุณสมบัติเหล่านี้ไม่ได้เป็นเรื่องการเงิน
แต่เป็นคุณสมบัติของคณิตศาสตร์เชิงคำนวณ
ที่สอดคล้องกับข้อจำกัดของฟิสิกส์
1
4.2 ความย้อนกลับไม่ได้ในโลกกายภาพ และใน Hash
ในโลกกายภาพ:
ไม้เผา → ขี้เถ้า (ย้อนกลับไม่ได้)
น้ำแข็งละลาย → น้ำ (ต้องใช้พลังงานเพิ่มเพื่อย้อน)
2
ในโลกดิจิทัล:
ข้อมูลคัดลอกได้
แก้ไขได้
ย้อนกลับได้ง่าย
1
Hash ถูกออกแบบมา
เพื่อสร้างคุณสมบัติแบบโลกกายภาพในระบบดิจิทัล
การคำนวณ hash: ใช้พลังงาน
เกิด entropy
ไม่สามารถย้อนกลับโดยไม่ใช้พลังงานเพิ่มมหาศาล
นี่คือสะพานเชื่อม
ระหว่างฟิสิกส์กับข้อมูล
4.3 ทำไม Hash ต้อง “สุ่ม”
Hash ที่ดีต้อง:
ไม่มีรูปแบบ
ไม่มีทางลัด
ไม่มีความได้เปรียบเชิงโครงสร้าง
2
ถ้า hash มีทางลัด:
ผู้รู้สูตรโกง → ได้เปรียบ
ระบบรวมศูนย์ทันที
1
SHA-256 ถูกออกแบบให้:
ทุก bit ของ input มีผลต่อทุก bit ของ output
การเปลี่ยนข้อมูลเล็กน้อย → output เปลี่ยนทั้งหมด (avalanche effect)
ตัวอย่าง: เปลี่ยนตัวอักษรเดียวใน block
1
hash ใหม่ไม่เกี่ยวข้องกับ hash เดิมเลย
ความ “สุ่ม” นี้ คือสิ่งที่สร้างความยุติธรรมเชิงพลังงาน
4.4 Hash กับการวัด “งาน” (Work)
ใน Bitcoin:
Work = จำนวนครั้งที่ต้องลอง hash
ไม่มีการนับ FLOPs
ไม่มีการวัดเวลาคำนวณ
เหตุผล:
Hash ถูกออกแบบให้ใช้ brute force เท่านั้น ความพยายาม = จำนวนครั้งที่ลอง
2
นี่คือเหตุผลที่: ใครใช้พลังงานมากกว่า มีโอกาสชนะมากกว่า
ไม่ใช่: ใครฉลาดกว่า ใครมีอัลกอริทึมลับ
1
4.5 ตัวอย่างเชิงรูปธรรม: การ “ลอง” hash คืออะไร
สมมติ block หนึ่งต้องการ hash ที่:
เริ่มต้นด้วยเลขศูนย์ 18 ตัว (ในฐาน 16)
Miner จะ:
ใส่ข้อมูล block เพิ่ม nonce
คำนวณ hash ตรวจสอบเงื่อนไข
2
ถ้าไม่ผ่าน → เพิ่ม nonce → ทำซ้ำ
สิ่งสำคัญ: ไม่มีวิธีรู้ล่วงหน้า ทุกครั้งคือการเสี่ยงแบบยุติธรรม
เหมือน: การทอยลูกเต๋า แต่ต้องใช้ไฟฟ้าในทุกครั้ง
4.6 Difficulty: การปรับระดับความยาก
Bitcoin ไม่กำหนด:
จำนวน hash ต่อ block ตายตัว แต่กำหนด:
เป้าหมายของ hash (target)
2
Difficulty คือ:
ตัวคูณที่บอกว่า hash ต้องยากกว่าค่าฐานแค่ไหน
ถ้า:
Hashrate เพิ่ม → Difficulty เพิ่ม
Hash rate ลด → Difficulty ลด
ปรับทุก: 2016 blocks (~2 สัปดาห์) นี่คือระบบควบคุมตัวเอง ที่ผูกเวลาเข้ากับพลังงาน
1
4.7 Hash per Block คืออะไร
Hash per block คือ:
จำนวน hash โดยเฉลี่ยที่ทั้งเครือข่ายต้องใช้เพื่อสร้าง block หนึ่ง block
คำนวณได้โดยประมาณ:
Hashes per block ≈ Difficulty × 2^32
ตัวแปร:
Difficulty → มาจาก consensus rule
2^{32} → ค่ามาตรฐานจากการออกแบบ SHA-256
ตัวเลขนี้ไม่ใช่การประมาณลอย ๆ
แต่เป็นผลจากโครงสร้างของโปรโตคอล
2
4.8 Hash ในฐานะนาฬิกาของโลก
Bitcoin ไม่ต้องรู้:
กี่โมง
วันไหน
มันรู้เพียง:
Hash สะสมเท่าไร
Cumulative hash = เวลาที่ผ่านไปจริง
ยิ่ง chain ยาว:
ยิ่งมีพลังงานสะสม
ยิ่งย้อนกลับแพง
Hash จึงทำหน้าที่เป็น: นาฬิกาที่วัดเวลาด้วยพลังงานแทนวินาที
2
4.9 Hash กับความปลอดภัยเชิงระบบ
การโจมตี Bitcoin ไม่ใช่: แฮ็ก code ปลอมข้อมูล
แต่คือ: แข่งขันกับพลังงานสะสมของโลก
การย้อน block: ต้องสร้าง hash ใหม่เร็วกว่าทั้งเครือข่ายต่อเนื่อง
2
Hash ทำให้การโกงไม่ใช่เรื่องลับ แต่เป็นเรื่องพลังงาน
บทสรุป
Hash คือกลไกสร้างความย้อนกลับไม่ได้
ความสุ่มคือความยุติธรรม
Work ถูกวัดด้วยการลอง ไม่ใช่ความฉลาด
Hash คือสะพานระหว่างข้อมูลกับฟิสิกส์
Bitcoin ไม่เชื่อใคร
มันเชื่อเพียง: พลังงานที่ถูกใช้ไปแล้ว
1
5. Block: หน่วยเวลาของความจริง
5.1 Block ไม่ใช่กล่องข้อมูล แต่คือเหตุการณ์
ในคำอธิบายทั่วไป Block มักถูกมองว่าเป็น:
กล่องบรรจุธุรกรรม ไฟล์ข้อมูล ส่วนหนึ่งของฐานข้อมูล
1
แต่นิยามที่ถูกต้องกว่าคือ:
Block คือ “เหตุการณ์” ที่ทั้งเครือข่ายยอมรับพร้อมกัน ว่ามันเกิดขึ้นแล้ว และย้อนกลับไม่ได้ง่าย Block จึงไม่ใช่เพียงโครงสร้างข้อมูล แต่คือ จุดตัดของพลังงาน เวลา และฉันทามติ
1
5.2 องค์ประกอบของ Block และที่มาของตัวแปร
Block หนึ่งประกอบด้วยสองส่วนหลัก:
Block Header
Transaction List
1
Block Header ประกอบด้วย:
Previous block hash → เชื่อมอดีต
Merkle root → สรุปธุรกรรมทั้งหมด
Timestamp → เวลาประมาณ
Difficulty target → ระดับความยาก
Nonce → ตัวแปรสำหรับสุ่ม hash
ทุกตัวแปรถูกออกแบบเพื่อ:
ผูก block เข้ากับอดีต บังคับให้ต้องใช้พลังงาน ป้องกันการแก้ย้อนหลัง
2
5.3 ทำไม Block ต้องเชื่อมกันเป็น Chain
Block แต่ละ block:
อ้างอิง hash ของ block ก่อนหน้า
ผลลัพธ์:
เปลี่ยน block ใด → hash เปลี่ยนทั้งหมดหลังจากนั้น ต้องขุดใหม่ทุก block ถัดมา
2
Chain จึงไม่ใช่การเรียงข้อมูล
แต่คือ:
การสะสม entropy ตามลำดับเวลา
ยิ่ง chain ยาว:
ยิ่งมีพลังงานสะสม
ยิ่งแก้ย้อนหลังแพง
1
5.4 Block time: ทำไมต้อง ~10 นาที
Bitcoin ตั้งเป้า:
เฉลี่ย 1 block ต่อ ~10 นาที
เหตุผลไม่ได้มาจากความเร็ว แต่มาจาก ฟิสิกส์ของระบบกระจาย
ถ้า block เร็วเกินไป: เครือข่ายยังไม่ sync เกิด fork บ่อย ผู้ใกล้ศูนย์กลางได้เปรียบ
2
ถ้า block ช้าเกินไป: ระบบตอบสนองช้า การใช้งานไม่สะดวก
10 นาทีคือ:
จุดสมดุลระหว่าง
พลังงานสะสม กับ ความยุติธรรมเชิงเครือข่าย
1
5.5 Block ในฐานะนาฬิกาที่ไม่โกหก
Bitcoin ไม่ต้องการนาฬิกาที่แม่น
แต่ต้องการนาฬิกาที่โกหกไม่ได้
1
Block height คือ:
จำนวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วจริง
ไม่มีใคร: เพิ่ม block ย้อนหลัง
ลบ block โดยไม่จ่ายพลังงาน
1
เวลาใน Bitcoin:
ไม่ผูกกับวินาที
ผูกกับงานที่ถูกทำแล้ว
1
5.6 ตัวอย่างเชิงรูปธรรม: การเกิด block หนึ่ง block
สมมติ: ผู้ใช้ทั่วโลกส่งธุรกรรม
ธุรกรรมถูกรวมใน mempool
1
Miner:
เลือกธุรกรรม สร้าง Merkle root
ใส่ hash ของ block ก่อนหน้า
เริ่มสุ่ม nonce
ใช้ไฟฟ้า → คำนวณ hash
เจอ hash ที่ผ่าน target → block เกิด
ทันทีที่ block ถูกประกาศ:
Node ตรวจสอบ
รับ block
เริ่มสร้าง block ถัดไป
นี่คือ: การยอมรับความจริงร่วมกันของโลก
1
5.7 Confirmation คืออะไรจริง ๆ
Confirmation ไม่ใช่:
การอนุมัติ
การรับรองโดยใคร
แต่คือ:
จำนวน block ที่ถูกสร้างต่อจาก block นั้น
ยิ่ง confirmations มาก:
ยิ่งมีพลังงานทับซ้อน
ยิ่งย้อนกลับแพง
6 confirmations หมายถึง:
ต้องย้อน 6 block แข่งกับพลังงานสะสมทั้งหมด
1
5.8 Block คือจุดชำระบัญชีสุดท้าย (Final Settlement)
Bitcoin base layer:
ไม่เร็ว
ไม่ถูก
ไม่ยืดหยุ่น
เพราะมันทำหน้าที่:
ระบบชำระบัญชีสุดท้ายของโลก
เหมือน: RTGS ของธนาคารกลางแต่ไม่มีผู้ควบคุม
1
Layer บน: ทำหน้าที่ความเร็ว, ความยืดหยุ่น
, ปริมาณ
5.9 Block กับความเป็นกลางของเวลา
Bitcoin ไม่สนใจ:
ประเทศ
เขตเวลา
ภาษา
1
Block คือ:
เหตุการณ์เดียวกันที่ทุกคนเห็นเหมือนกัน
นี่คือ:
ความเป็นกลางทางการเมือง
ความเป็นกลางทางภูมิศาสตร์
ความเป็นกลางทางเวลา
2
5.10 Block ในระดับอารยธรรม
หากมนุษย์: ไม่มีรัฐร่วม, ไม่มีศาลกลาง, ไม่มี trust
Block คือ:
จุดอ้างอิงความจริงขั้นต่ำที่ไม่ต้องเชื่อใคร
นี่คือเหตุผลที่:
Bitcoin ไม่ต้องการเร็ว แต่ต้องการ แน่นอน
2
บทสรุป
- Block คือเหตุการณ์ ไม่ใช่ไฟล์
- Block วัดเวลาด้วยพลังงาน
- Block ปิดผนึกอดีตด้วย entropy
- Block คือ finality ในโลกที่ไม่มีศูนย์กลาง
1
Bitcoin ไม่ถามว่า: ใครถูก
มันถามว่า: ใครจ่ายพลังงานมาแล้ว
1
6 Cost of Mining: ราคาของความจริง
6.1 ต้นทุนคือหัวใจของเงิน
เงินที่ไม่มีต้นทุนในการผลิต
จะถูกผลิตเกินความจำเป็นเสมอ
ในอดีต:
เปลือกหอย → หายากในบางพื้นที่
ทองคำ → ต้องขุด ต้องหลอม
เงินกระดาษ → ต้องเชื่อผู้ออก
Bitcoin เป็นเงินแรก ที่ “บังคับให้ต้นทุนเกิดขึ้นทุกครั้ง” โดยไม่ต้องเชื่อใคร
2
6.2 การขุด Bitcoin คือการผลิต ไม่ใช่การพิมพ์
การขุด Bitcoin ไม่ใช่:
การคลิกปุ่ม
การสร้างตัวเลข
แต่คือ: การแปลงพลังงานไฟฟ้า
→ ความปลอดภัยของระบบ
→ ความจริงที่ย้อนกลับไม่ได้
ต้นทุนการขุดจึงวัดได้
และคำนวณได้
3
6.3 สมการต้นทุนการขุด (Full Form)
ต้นทุนเฉลี่ยในการผลิต 1 BTC สามารถประมาณได้ด้วย:
Cost per BTC = Energy per Hash × Hashes per BTC × Electricity Price
สมการนี้ไม่ได้มาจากทฤษฎีการเงิน แต่มาจากโครงสร้างของโปรโตคอลโดยตรง
2
6.4 ที่มาของตัวแปรแต่ละตัว (ละเอียด)
(1) Energy per Hash
พลังงานที่ใช้ต่อการคำนวณ hash หนึ่งครั้ง
หน่วย: Joule / hash
ที่มา: สเปกของเครื่องขุด (ASIC) คือ ขีดจำกัดทางฟิสิกส์ของ semiconductor
ตัวอย่างจริง:
เครื่องขุด รุ่น Antminer S19 Pro
Efficiency ≈ 29.5 J/TH
หมายความว่า: ใช้พลังงาน 29.5 joules เพื่อคำนวณ 1 trillion hashes
แปลงหน่วย:
29.5 J/TH = 2.95 × 10⁻¹¹ J/hash
นี่คือ ตัวแปรทางฟิสิกส์ล้วน โกงไม่ได้
2
(2) Hashes per BTC
จำนวน hash ที่ต้องใช้ เพื่อผลิต BTC หนึ่งเหรียญ
ที่มา:
Difficulty ของเครือข่าย
Block reward ณ เวลานั้น
ขั้นตอนคำนวณ:
Hashes per block: Hashes_block ≈ Difficulty × 2³²
2
BTC ต่อ block:
BTC_block = Block Reward
ดังนั้น:
Hashes_BTC = Hashes_block / BTC_block
ตัวอย่าง (หลัง Halving 2024):
Difficulty ≈ 80 trillion
Reward = 3.125 BTC
Hashes_block ≈ 80 × 10¹² × 4.29 × 10⁹ ≈ 3.4 × 10²³
Hashes_BTC ≈ (3.4 × 10²³) / 3.125 ≈ 1.1 × 10²³
นี่คือผลลัพธ์ของ: การแข่งขันทั้งโลก ไม่ใช่การตั้งค่าโดยใคร
2
(3) Electricity Price ราคาพลังงานไฟฟ้า หน่วย: USD / kWh
ที่มา:
ตลาดพลังงานจริง
opportunity cost ของไฟฟ้า
ตัวอย่าง:
เหมืองต้นทุนต่ำ: 0.03 USD/kWh
ค่าเฉลี่ยโลก: 0.06–0.10 USD/kWh
แปลงหน่วย:
1 kWh = 3.6 × 10⁶ J หรือ 1 kWh = 3,600,000 J
2
6.5 ตัวอย่างการคำนวณจริง (Step-by-step)
สมมติ:
Energy per hash = 2.95 × 10⁻¹¹ J Hashes per BTC = 1.1 × 10²³
Energy per BTC = (2.95 × 10⁻¹¹) × (1.1 × 10²³) = 3.245 × 10¹² J
Electricity = 0.05 USD/kWh
พลังงานต่อ BTC:
E_BTC = 2.95 × 10⁻¹¹ × 1.1 × 10²³ = 3.25 × 10¹² J
แปลงเป็น kWh:
= (3.25 × 10¹²) / (3.6 × 10⁶) ≈ 900,000 kWh
ต้นทุนไฟฟ้า:
Cost = 900,000 × 0.05 = 45,000 USD / BTC
ตัวเลขนี้สอดคล้องกับ: ข้อมูลเหมืองจริง
break-even price ของตลาด
2
6.6 ทำไม Halving ทำให้ต้นทุนเพิ่มทันที
Halving: Reward ลดครึ่งหนึ่ง
Hashes per block ใกล้คงเดิม
2
ผลลัพธ์เชิงคณิตศาสตร์:
Hashes_BTC ↑ 2x ⇒ Cost_BTC ↑ 2x
Halving ไม่ใช่แค่: ลด supply
แต่มันคือ: การเพิ่มต้นทุนการผลิตของหน่วยเงินโดยตรง
2
6.7 ทำไมเทคโนโลยีไม่ทำให้ Bitcoin ถูกลงในระยะยาว
แม้: ASIC ดีขึ้น ทำให้ พลังจากที่ใช้ต่อการ Hash (J/TH) ลดลง
แต่:
Hash rate เพิ่มเร็วกว่า
Difficulty ปรับขึ้น
ต้นทุนรวมสูงขึ้นเสมอ
นี่คือ: Red Queen Effect วิ่งเร็วขึ้นเพื่ออยู่ที่เดิม
2
6.8 หลังปี 2140: ต้นทุนเปลี่ยนความหมาย
หลัง issuance = 0:
ไม่มี cost per BTC
มีแต่ cost per block
2
Mining = Security Service
รายได้ miner:
Revenue = Transaction Fees
ต้นทุน:
Cost = Energy + Hardware
ราคาของความจริง:
คือค่าธรรมเนียมที่ผู้ใช้ยอมจ่ายเพื่อให้ block นี้ “ไม่ถูกเปลี่ยน”
2
6.9 Cost of Mining กับความปลอดภัยของระบบ
Bitcoin ไม่ต้องการ Hash rate สูงสุดในจักรวาล
แต่ต้องการ:
Attack Cost ≫ Value at Risk
Cost of mining คือ:
พื้นของราคา
เกราะของอดีต
ตัวกำหนดความจริง
2
บทสรุป
Bitcoin มีต้นทุนจริง ต้นทุนมาจากฟิสิกส์ ไม่ใช่ความเชื่อ
Halving เพิ่มต้นทุนเชิงโครงสร้าง
หลัง 2140 mining = การขายความปลอดภัย
ราคาของ Bitcoin ผูกกับราคาของความจริง
Bitcoin ไม่สัญญาว่าจะถูก
แต่มันสัญญาว่า: ความจริงจะไม่ฟรี
2
ทั้งหมด 3 ภาคด้วยกัน
ตอนที่ 1 :
https://www.blockdit.com/posts/695a1488402ddb1a52219450
ตอนที่ 2 :
https://www.blockdit.com/posts/695a193f28136febc63d424f
ตอนที่ 3 :
https://www.blockdit.com/posts/695a1c476a849e95a9b3505c
1
เศรษฐกิจ
การเงิน
แนวคิด
1 บันทึก
2
7
1
2
7
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย