5 ม.ค. เวลา 06:02 • ข่าว

เดนมาร์กผวาหนัก หลังทรัมป์บุกยึดเวเนซุเอลา ประกาศกร้าว สหรัฐไม่มีสิทธิ์ยึดกรีนแลนด์

จากปฏิบัติการทางทหารยึดเวเนซุเอลาของ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ สร้างกระแสช็อกโลกไปทั่วทุกหย่อมหญ้า เวลานี้ใครที่เคยมีกรณีกับทรัมป์ต่างเลิกลั่กกันเป็นแถว เพราะหากทรัมป์สามารถยึดเวเนซุเอลาทั้งประเทศได้โดยที่ไม่มีใครกล้าเอาผิดได้ ต่อจากนี้ไปเขาจะยกกองทัพไปยึดแผ่นดินใครที่เขาหมายปองก็ได้เลยทันที โดยไม่จำเป็นต้องผ่านสภาคองเกรซ และ ไม่ต้องกลัวใครมาคว่ำบาตร
และหนึ่งในพื้นที่เสี่ยงสุดๆในตอนนี้ก็คือ เกาะกรีนแลนด์ ที่เป็นส่วนหนึ่งของประเทศเดนมาร์ก
เนื่องจากทรัมป์พูดหลายครั้งแล้วว่า เขาอยากได้ และกรีนแลนด์ต้องมาเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของอเมริกัน ประกอบกับภายในกรีนแลนด์ มีทรัพยากร สินแร่ธรรมชาติใต้พื้นน้ำแข็งมหาศาลที่ยังไม่ถูกสำรวจ ซึ่งเหตุผลเหล่านี้ก็เพียงพอแล้วที่ทรัมป์จะใช้กำลังยึดเกาะกรีนแลนด์ ถ้าจำเป็น
ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากที่สหรัฐส่งฝูงบินไปถล่มกรุงการากัสแค่าไม่กี่ชั่วโมง เคที มิลเลอร์ ภรรยาของสตีเฟน มิลเลอร์ หนึ่งในทีมคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระดับสูง ก็ได้โพสต์รูปเกาะกรีนแลนด์ ที่ฉาบด้วยพื้นธงชาติสหรัฐ พร้อมแคปชั่นสั้นๆว่า “SOON" และมียอดวิวทะลุ 27 ล้านวิวไปแล้ว
3
ดังนั้น เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก จึงไม่อาจนิ่งอยู่เฉยได้ ต้องรีบออกมาประกาศผ่านสื่ออย่างชัดเจนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาให้ทรัมป์หยุดขู่เดนมาร์กได้แล้ว มันไร้สาระมากที่จะพูดถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐอเมริกาจะมายึดกรีนแลนด์ เพราะสหรัฐไม่มีสิทธิ์ใดๆทั้งนั้นที่จะมาผนวกดินแดนที่เป็นของราชอาณาจักรเดนมาร์กไปเป็นของตน
1
พร้อมทิ้งท้ายว่า "เราของเตือนอย่างจริงจังว่าให้สหรัฐอเมริกาหยุดคุกคาม ข่มขู่เดนมาร์ก ที่เป็นหนึ่งในพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐมาอย่างยาวนานได้แล้ว หรือแม้แต่กับชาติอื่นๆ หรือพลเมืองชาติใดก็ตามที่ออกมาประกาศชัดเจนแล้วว่าดินแดนของพวกเขาไม่ได้มีไว้ขาย"
1
เจนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ก็ได้ออกมาตอบโต้โพสต์ของ เคที มิลเลอร์ว่า เป็นสิ่งที่ "หยาบคาย" มาก ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพ และ ความชอบด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมทั้งยืนยันว่า กรีนแลนด์ไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลใดๆ เพราะดินแดนของพวกเราไม่ได้มีไว้ขาย และ อนาคตของพวกเราไม่ควรถูกตัดสินอย่างไร้ความรับผิดชอบด้วยโพสต์บนโซเชียลมีเดีย
1
ส่วน เจสเปอร์ โมลเลอร์ เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำสหรัฐ ก็ออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพในเขตแดนของแต่ละชาติด้วย
ทรัมป์พูดถึงการครอบครองเกาะกรีนแลนด์ครั้งแรกในปี 2019 ผ่านโซเชียลมีเดียว่า เขาสนใจจะ "ซี้อ" เกาะกรีนแลนด์ เพราะเล็งเห็นความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของเกาะ และน่าจะเป็นสินทรัพย์ที่ดี
ต่อมาหลังจากชนะเลือกตั้งสมัยที่ 2 เมื่อต้นปี 2025 เกาะกรีนแลนด์ก็กลายเป็นจุดสนใจอีกครั้ง เมื่อทรัมป์ ย้ำหลายครั้งผ่านสื่อโซเชียลว่าเขาต้องการเกาะกรีนแลนด์จริงๆ และต้องเอาให้ได้ด้วย เพื่อสกัดอิทธิพลของรัสเซีย และ จีน ที่เริ่มรุกคืบเข้ามามีอิทธิพลบนเกาะน้ำแข็งแห่งนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
“We need Greenland. We do need Greenland, absolutely!"
นั่นทำให้รัฐบาลเดนมาร์ก ตัดสินใจเพิ่มงบประมาณรายปีให้แก่เกาะกรีนแลนด์เพิ่มขึ้น โดยจะทุ่มงบเพิ่มอีก 253 ล้านดอลลาร์สำหรับพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และ สาธารณสุขสำหรับชาวกรีนแลนด์ สำหรับเกาะที่มีประชากรเบาบางเพียง 56,000 คน ให้มีความรู้สึกยึดโยงกับเดนมาร์ก ก่อนที่สหรัฐจะบีบบังคับเอาเกาะนี้ไปด้วยกำลังทุน และ กองทัพที่เหนือกว่า
เรียกได้ว่า ทรัมป์ได้สร้างคลื่นแห่งความหวาดกลัว ให้กระจายออกไปดั่งคลื่นทสึนามิ หากความชอบธรรมถูกรับรองด้วยขีปนาวุธ และทรัมป์ไม่สนใจรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพแล้ว ก็ถึงเวลาที่ทุกชาติต้องกลับไปเช็คคลังแสงของตัวเอง ว่ามีพร้อมไว้ป้องกันแผ่นดินตัวเองหรือเปล่า
1
****************
ติดตามบทความของ "หรรสาระ" เพิ่มเติมได้ที่
Facebook - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
Twitter - @HunsaraByJeans
Blockdit - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
แพลทฟอร์มคุณภาพ ไม่ปิดกั้นการมองเห็นเนื้อหา
****************
แหล่งข้อมูล
โฆษณา