5 ม.ค. เวลา 15:51 • การเมือง
ถ้าอยากเห็นประเทศพ้นจากความเสื่อม ความเละเทะ จำเป็นต้องแก้ค่ะ
.
อย่างน้อยคืนอำนาจให้ประชาชนมีสิทธิ์มีเสียงในการตรวจสอบ เอาผิด ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งไม่ว่าสตง. กกต. ยาวไปยัน สว.
.
รวมไปถึงพรรคการเมืองไม่ว่าหน้าไหนที่ทุจริต ประพฤติมิชอบกลับคืนมาอยู่ในมือประชาชน ไม่ใช่ยึดอำนาจประชาชนทำมึนอย่างที่เป็นอยู่แล้วอ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญ"ปราบโกง" ไปวันๆ
.
แค่เรื่องอาคารสตง ถล่ม ถ้าไม่ได้มีอคติหนาจนเกินไปนัก ก็น่าจะยอมรับได้ว่ามันมีการทุจริตแน่นอน มีการสั่งฟ้องผู้ออกแบบ ควบคุมงานและผู้ก่อสร้าง รวมถึงความผิดเกี่ยวกับ เอกสารปลอม และฝ่าฝืนกฎหมายหลายฉบับ
.
แต่เอกสาร ไม่ปรากฏชื่อหรือความรับผิดของผู้บริหาร สตง. ที่อนุมัติโครงการ
และคำถามที่ สตง. ยังไม่ตอบ
• ใครอนุมัติแบบก่อสร้างที่ผิดกฎหมาย?
• ใครรับรองงาน ทั้งที่โครงสร้างไม่เป็นไปตามมาตรฐาน?
• ทำไมความผิดจบที่ “ผู้ปฏิบัติ” แต่ไม่แตะ “ผู้มีอำนาจตัดสินใจ”?
.
ระยะเวลาที่ผ่านมา เงินทอน ใต้โต๊ะ ที่มาจากภาษีประชาชน เข้ากระเป๋าคนเหล่านั้นไปตั้งมากมายเท่าไหร่ ไม่เสียดายเงินภาษีที่สูญหายไปแบบไร้ร่องรอยเลยหรือ
ถามว่า แล้วทำไมมันถึงเอาผิดกันไม่ได้เสียที?
.
ก็ต้องตอบว่าเพราะการออกแบบองค์กรอิสระ ที่มันบิดเบี้ยวแบบนี้ ก็มาจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้เช่นกัน
.
สว.เลือกองค์กรอิสระต่าง ๆ ขึ้นมา ทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุล
แต่เมื่อส่วนใดส่วนหนึ่ง หากมีการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ จะเอาผิดได้อย่างไร ในเมื่อ
.
กกต. ทำหน้าที่จัดเลือก สว.
สว.ก็เป็นคนแต่งตั้ง กกต. ?
.
สตง. ตรวจสอบการเงินทุกองค์กร
แล้วที่ตึกถล่ม ใครล่ะจะตรวจสอบ?
.
อื่น ๆ ก็เช่นกัน เมื่อทุกองค์กร กลายเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่ว่าทางใดทางหนึ่งก็ตาม แล้วจะกล้าตรวจสอบกันเองอย่างนั้นหรือ
…ในบ้านเมืองนั้น
 
มีทั้งคนดีและคนไม่ดี
ไม่มีใครจะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด
การทำให้บ้านเมือง
มีความปรกติสุขเรียบร้อย
จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี
หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี
ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง
และควบคุมไม่ให้คนไม่ดีมีอำนาจ
ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้...”
พระบรมราโชวาท ในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติครั้งที่ ๖ ณ ค่ายวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๑๒
.
เรายอมรับกันหรือไม่
ทุกวันนี้เราไม่ได้ถูกปกครองโดยคนดี
.
หากกติกาไม่ได้มีความสำคัญเท่ากับความเป็นคนดีอันเป็นปัจเจก
.
“ เหตุใดจึงต้องฉีกรัฐธรรมนูญเดิมและเขียนขึ้นใหม่เมื่อทำรัฐประหาร “
.
และ “ กติกา” ที่เขียนโดย “คนละเมิดกติกา”
จะเป็นกติกาที่เป็นธรรมกับทุกฝ่ายได้อย่างไร
หนึ่งในปัญหาหลักของรัฐธรรมนูญ 2560
.
คือการออกแบบกลไกให้สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ไม่มีที่มาที่ยึดโยงกับประชาชนแม้แต่น้อย
.
โดยสว.ชุดแรกภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาจากการแต่งตั้งโดยตรงจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แล้วให้ใน 5 ปีแรกหลังบังคับใช้รัฐธรรมนูญ เป็นช่วงเวลาที่ให้ สว.มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะฝังกลไกสืบทอดอำนาจของการรัฐประหารเอาไว้ผ่านรัฐธรรมนูญ
.
เมื่อสว.ชุดพิเศษหมดวาระลงไปพร้อมกับอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรี
.
รัฐธรรมนูญ 2560 ก็ใช้ระบบใหม่สุดซับซ้อนในการ “แบ่งกลุ่ม-เลือกกันเอง” จนเป็นที่มาของ สว.67 ที่พอจะเห็นได้ว่า มาจากเครือข่ายการเมือง “สีน้ำเงิน”
.
รัฐธรรมนูญ 2560 ออกแบบให้ที่มาของสว.ปราศจากการมีส่วนร่วมของประชาชน
แต่ตำแหน่งที่ไม่ยึดโยงกับประชาชนนี้ กลับมีอำนาจชี้เป็นชี้ตายว่าใครจะได้ดำรงตำแหน่งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระต่างๆ
.
องค์กรอิสระเหล่านี้ที่เดิมถูกวาดฝันไว้ให้เป็นกลไกตรวจสอบภาครัฐ
ตีความรัฐธรรมนูญ สนับสนุนการเลือกตั้งและการมีส่วนร่วมของประชาชน
.
แต่ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560
กลับกลายเป็นกลุ่มองค์กรที่ถูกออกแบบมาให้ฝืนเจตจำนงของประชาชน มากกว่าการดำรงตนให้เป็น “อิสระ”
.
รัฐธรรมนูญ 2560 จึงสร้างปัญหา “งูกินหาง”
.
ที่เริ่มจากวิธีออกแบบระบบการได้มาซึ่ง สว.ชุดพิเศษที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. และสว.ชุดใหม่ที่มาจากระบบเลือกกันเองที่ถูกขนานนามว่าเป็น สว. สีน้ำเงิน กระทั่งเมื่อสว.สีน้ำเงินและเครือข่ายพรรคภูมิใจไทยตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีโกงเลือก สว. 2567 ก็กลายเป็นว่า ผู้ตัดสินว่าจะสั่งฟ้องคดีต่อศาลฎีกาหรือไม่คือ กกต. ที่มาจากการให้ความเห็นชอบของ สว. (สีน้ำเงิน)
.
เมื่อถึงวันที่ต้องตอบคำถามว่า จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือจะอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ของ คสช. ต่อไป
.
จึงเป็นธรรมดาที่ประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศจะใช้โอกาสนี้ทวงคืนอำนาจ รื้อระบบวิธีการเลือก สว. แบบนี้ออกไป เปิดทางไปสู่การออกแบบขึ้นใหม่ว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมี สว. อีกหรือไม่ หรือ สว. ควรมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนทั้งสิ้น
.
ไม่ว่าในประเด็น สว.จะเป็นอย่างไร แต่อย่างน้อยที่สุดก็สมควรที่จะออกแบบขึ้นโดยประชาชน เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง
.
อ่านทั้งหมดได้ที่ https://www.ilaw.or.th/articles/56410
FB :iLaw
รู้หรือไม่ว่า
.
รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นฉบับเดียว ที่เขียน "โควต้า" ให้มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีคุณสมบัติเป็น "อดีตข้าราชการระดับสูง"​ และได้รับเลือกจาก สว.
.
โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ หรือประสบการณ์ด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ หรือการตัดสินคดี
.
ศาลรัฐธรรมนูญถูกก่อตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ 2540 และก็มีอยู่มาในรัฐธรรมนูญ 2550 2560
.
โดยกระบวนการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจากทั้งสามฉบับมีส่วนที่คล้ายกัน คือ ต้องมีตัวแทนนักวิชาการสายนิติศาสตร์ สายรัฐศาสตร์ และต้องมีตัวแทนที่คัดเลือกมาจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุด
.
ส่วนที่แตกต่างกันมาก คือ รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นฉบับเดียวที่ให้อำนาจ "วุฒิสภา" หรือสว. อย่างมาก
.
โดยคนที่เป็นตัวแทนเลือกมาโดยศาลอื่นแล้ว ก็ยังต้องผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาอีกครั้งหนึ่ง ถึงจะเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้
.
ขณะที่โมเดลของรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 เมื่อระบบของศาลอื่นเลือกมาแล้ว ก็ได้เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเลย
.
ที่สำคัญ รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นฉบับเดียวที่ให้โควต้า 2 ตำแหน่งมาจากผู้รับหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า หรือตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองอัยการสูงสุดมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี โดยยังมีสว. ทำหน้าที่ลงมติเห็นชอบ https://www.ilaw.or.th/articles/4211
.
ล่าสุดสว. สีน้ำเงิน ก็เพิ่งคัดเลือกได้สราวุธ ทรงศิวิไล อดีตอธิบดีกรมทางหลวงมาเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์อนุมติโครงการก่อสร้างทางด่วนมากมายภายใต้รัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย เพื่อสัมปทานให้บริษัทที่เกี่ยวข้องกับอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับงานก่อสร้าง โดยที่ไม่มีประวัติด้านกฎหมายมหาชน หรือด้านรัฐธรรมนูญเลย https://www.ilaw.or.th/articles/54463
.
และตุลาการที่มาจากสายอดีตข้าราชการเหล่านี้เอง
.
ที่มีอำนาจหน้าที่ตัดสินยุบพรรคการเมือง หรือตัดสิทธินักการเมือง หรือตัดสินว่าใครมีความซื่อสัตย์สุจริต ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมที่ศาลรัฐธรรมนูญร่างขึ้นเองหรือไม่
.
รวมทั้งตัดสินเรื่องที่มีความสำคัญทางการเมืองที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต
.
โควต้า อดีตข้าราชการในศาลรัฐธรรมนูญนี้ แสดงให้เห็นถึงแนวคิดของผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ที่มาจากการแต่งตั้งของรัฐธรรมนูญ ที่มองบทบาทของ "รัฐราชการ" เป็นใหญ่ และไว้ใจคนในระบบราชการ ให้อำนาจคนแก่ที่ทำงานกันจนเกษียณอายุ มากกว่าที่จะมุ่งสร้างองค์กรเพื่อตรวจสอบถ่วงดุลกับอำนาจรัฐหรือคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน
FB : iLaw
หนึ่งในปัญหาของรัฐธรรมนูญ 2560
คือการมอบอำนาจ "ที่สุดในโลก" ให้กับ "ศาลรัฐธรรมนูญ" ให้กลายเป็นผู้ชี้ชะตาการเมืองไทยตั้งแต่การถอดถอนนายกฯ ไปจนถึงการยุบพรรคการเมืองที่ประชาชนเลือกมา
.
ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ จัดตั้งขึ้นครั้งแรกด้วยรัฐธรรมนูญ 2540 ทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร
.
ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจตรวจสอบว่า กฎหมายจากฝ่ายนิติบัญญัติขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ อีกทั้งยังมีอำนาจชี้ขาดคุณสมบัติของนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
.
ความคาดหวังแรกของการจัดตั้งศาลรัฐธรรมนูญคือการสร้างองค์กรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน และมีความยึดโยงกับประชาชน
.
ในยุคของรัฐธรรมนูญ 2540
การคัดเลือกตุลาการต้องได้รับความเห็นชอบจาก สว. ซึ่งในเวลานั้นมีที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน
.
ทำให้ภาพแรกของศาลรัฐธรรมนูญมีความใกล้ชิดกับประชาชน และด้วยกลไลของรัฐธรรมนูญ 2540 ประชาชนยังสามารถเข้าชื่อเพื่อถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้
.
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของศาลรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นหลังรัฐประหารเมื่อปี 2549
.
โดยรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งเป็นผลผลิตของคณะรัฐประหาร ได้เปลี่ยนที่มาของ สว. จากระบบเลือกตั้งกลายเป็นมาจากการเลือกตั้งจังหวัดละ 1 คนรวมเป็น 76 คน และอีก 74 คนมาจากการแต่งตั้ง
.
และถูกซ้ำเติมอีกครั้งจากการรัฐประหารโดย คสช. เมื่อปี 2557 ที่ สว. ชุดแรกทั้งหมดมาจากการแต่งตั้ง และได้มี สว. ที่มาจากระบบการเลือกกันเองที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่เคยมีมา
.
แม้บทบาทการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระจะมีผลกระทบต่อการเมืองและประชาชนโดยตรง
.
แต่รัฐธรรมนูญ 2560
กลับออกแบบกลไกให้สว. 200 คนที่มาจากการ “เลือกกันเอง” เป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องสำคัญ เช่น การรับรองตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตำแหน่งองค์กรอิสระ
.
ยิ่งไปกว่านั้น ภายใต้ระบบคัดเลือกสรรหากันเอง ก็ได้ยกเลิกอำนาจของประชาชนในการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญด้วย
.
ปัจจุบัน ศาลรัฐธรรมนูญกลายเป็นองค์กรที่มีอำนาจมากจนสามารถกำหนดทิศทางของประเทศไทย นับตั้งแต่มีศาลรัฐธรรมนูญมา
.
ปลดนายกรัฐมนตรีลงจากตำแหน่งไปแล้วถึง 4 คน มีคำสั่งให้การเลือกตั้งทั่วไปเป็น โมฆะ 2 ครั้ง มีคำสั่งยุบพรรคการเมือง 107 พรรค และมีอำนาจสั่งให้นักการเมืองหยุดปฏิบัติหน้าที่ได้ ซึ่งเป็นอำนาจที่รุนแรงและไม่เคยปรากฏในระบบศาลรัฐธรรมนูญของประเทศอื่น ๆ ในโลก
.
อำนาจเหล่านี้ถูกใช้ผ่านกระสุนนัดพิเศษที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ 2560 อย่าง “มาตรฐานจริยธรรม”
.
โดยกำหนดที่มา ตามมาตรา 219 ที่ระบุว่า “ให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระร่วมกันกําหนดมาตรฐานทางจริยธรรมใช้บังคับแก่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ
.
ทั้งนี้ มาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าวต้องครอบคลุมถึงการรักษาเกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ และต้องระบุให้ชัดแจ้งด้วยว่า การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมใดมีลักษณะร้ายแรง
.
โดยในการจัดทํามาตรฐานทางจริยธรรม ให้รับฟังความคิดเห็นของ สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย
.
และเมื่อประกาศใช้บังคับแล้ว ให้ใช้บังคับแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และคณะรัฐมนตรีด้วย แต่ไม่ห้ามสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือคณะรัฐมนตรีที่จะกําหนดจริยธรรมเพิ่มขึ้นให้เหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่ของตน แต่ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับมาตรฐานทางจริยธรรมที่เขียนไว้ก่อนหน้านี้”
.
ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระยังร่วมกันออกแบบ “มาตรฐานจริยธรรม” เพื่อกำหนดกรอบความประพฤติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเรียกได้ว่าเป็นไม้บรรทัดวัดความดีของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทั้ง สส. สว. รวมไปถึง ครม.
.
ซึ่งหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ถึงปี ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระก็จัดทำมาตรฐานทางจริยธรรมเสร็จ โดยใช้ชื่อว่า “มาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ” ประกาศใช้เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2561
.
แม้ในรัฐธรรมนูญจะระบุชัดว่าในกระบวนการทำมาตรฐานจริยธรรมต้องรับฟังความคิดเห็นจาก ครม. และสภาผู้แทนราษฎร
.
แต่ในช่วงเวลาที่จัดทำมาตรฐานจริยธรรม ยังไม่มีการเลือกตั้ง ส.ส. เกิดขึ้น หมายความว่า ในทางปฏิบัติแล้ว ไม่มีการรับฟังความคิดเห็นของสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นผู้แทนของประชาชน มีเพียง ครม. ซึ่งในขณะนั้นคือรัฐบาล คสช. เท่านั้นที่ได้ออกความคิดเห็น
.
จากจุดเริ่มต้นที่ตั้งใจให้เป็นองค์กรตรวจสอบถ่วงดุลในรัฐธรรมนูญ 2540
.
วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระเดินทางมาไกลจนกลายเป็น 'ผู้กำหนดทิศทางประเทศ' แทนที่ประชาชน
.
คำถามที่สำคัญในวันนี้จึงไม่ใช่ว่าเราจะแก้ไขกติกานี้ได้อย่างไร
.
แต่คือเราจะเปลี่ยนกติกานี้ได้อย่างไร หากเราต้องการออกจากกติกาที่ประชาชนไม่ใช่คนกำหนดอนาคตของประเทศ และเดินไปสู่การสร้างกติกาที่มีประชาชนเป็นผู้ร่วมกำหนดตั้งแต่ต้น
.
ดังนั้นเมื่อถึงวันที่ต้องตอบคำถามว่า จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือจะอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ของ คสช. ต่อไป จึงเป็นธรรมดาที่ประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศจะใช้โอกาสนี้ทวงคืนอำนาจ รื้อโครงสร้างตามระบอบที่คณะรัฐประหารวางไว้
.
และเปิดทางไปสู่การออกแบบกติกาขึ้นใหม่ ที่เขียนขึ้นโดยประชาชน เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง
.
อ่านทั้งหมดได้ที่ https://www.ilaw.or.th/articles/56176
FB:iLaw
โฆษณา