6 ม.ค. เวลา 06:42 • ข่าว

ผมเป็นคนดี และ ผมยังเป็นประธานาธิบดีของเวเนซุเอลา

มาดูโรขึ้นศาลที่นิวยอร์ก กับลมหายใจเฮือกสุดท้ายของรัฐบาลเวเนซุเอลา
เริ่มต้นแล้ว คดีที่คนทั้งโลกจับตา ในคดีของประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร และ ภรรยา ในข้อหาหนักทั้งก่อการร้ายยาเสพติด และ ครอบครองอาวุธทำลายล้าง ที่มีชีวิตของเขา และ ทรัพยากรทั้งประเทศเวเนซูเอลา เป็นเดิมพัน
หลังจากที่ทั้งคู่ถูกจับกุมสายฟ้าแล่บกลางกรุงการากัส ของเวเนซุเอลา ในปฏิบัติการช็อคโลกของทรัมป์เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2025 ที่ผ่านมา และถูกพามาขึ้นศาลรัฐบาลกลางที่นครนิวยอร์กต่อทันทีในวันจันทร์ ท่ามกลางผู้คนที่มาเฝ้าสังเกตการณ์หน้าศาลอย่างคับคั่ง และเป็นครั้งแรกที่นิโคลัส มาดูโร ได้ออกมาปรากฎตัวกลางที่สาธารณะตั้งแต่ถูกจับกุมตัว
โดยนิโคลัส มาดูโร ถูกตั้งข้อหาหนักถึง 4 คดี ได้แก่ สบคบคิดกันก่อการร้ายทางยาเสพติด, สบคบคิดในขบวนการนำเข้าโคเคน, ครอบครองปืนกลและอาวุธทำลายล้าง และสมคบคิดเพื่อครอบครองอาวุธ
นอกจากนี้ ยังมีคดีค้างเก่าที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐเคยตั้งข้อหามาดูโร และ คนในรัฐบาลของเขาไว้ตั้งแต่ปี 2020 ในข้อหาค้ายาเสพติด และฟอกเงิน ที่มีการตั้งรางวัลนำจับตัวมาดูโรไว้สูงถึง 50 ล้านดอลลาร์
3
นิโคลัส มาดูโร และ ภรรยา ถูกนำตัวออกจากเรือนจำกลางในบรูคลิน มาขึ้นศาลที่แมนฮัตตัน ทางเฮลิคอปเตอร์ โดยที่เขายังถูกล็อคข้อมือทั้ง 2 ข้าง และได้พูดผ่านล่ามเป็นภาษาสเปนว่า
"ผมบริสุทธิ์ ผมไม่ผิด ผมเป็นคนดี และผมยังคงเป็นประธานาธิบดีในประเทศของผม" อีกทั้งยังกล่าว Happy New Year เป็นภาษาอังกฤษถึงกองเชียร์ และ กองแช่ง ของเขาที่มาออกันเต็มหน้าศาล
1
และเมื่อขึ้นศาล เขาก็ยังยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด พร้อมทั้งกล่าวย้ำในศาลว่า เขายังเป็นประธานาธิบดีของเวเนซุเอลา เขาไม่ได้ถูกขับไล่ แต่ถูก "ลักพาตัว" มาจากกรุงการากัส บ้านเกิด และเขาอยู่ในฐานะ "เชลยศึก" ไม่ใช่นักโทษ
1
ส่วน ซีเลีย ฟลอเรส ภรรยาของเขาก็แนะนำตัวเองว่าเป็นสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของเวเนซุเอลา เช่นกัน และยืนยันว่าเธอไม่ได้ทำอะไรผิดตามข้อกล่าวหา ทั้งนี้ ผู้สังเกตการณ์ยังเห็นร่องรอยฟกช้ำที่เบ้าตาขวา และยังมีผ้าก็อชพันศีรษะอยู่ น่าจะได้รับบาดเจ็บจากการจับกุม
ไม่ต่างจากมาดูโร ที่ทนายของเขาได้ยื่นคำร้อง ขอให้มีการเอ็กซเรย์ และตรวจร่างกาย เนื่องจาก มาดูโรอ้างว่าเขาอาจได้รับบาดเจ็บถึงซี่โครงหักระหว่างการจับกุมตัวของกองทัพสหรัฐ
ผู้ที่รับผิดชอบการพิจารณาคดีนี้ก็คือ ผู้พิพากษา อัลวิน เค. เฮลเลอร์สไตน์ ก็ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ในการพิจารณาคำร้องของมาดูโร และภรรยา และยืนยันตัวตนของผู้ต้องหา ก่อนปล่อยตัวกลับเรือนจำ เพื่อมาเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีอีกครั้งในวันที่ 17 มีนาคมที่จะถึงนี้
ในระหว่างที่อยู่ในศาล มีผู้ประท้วงลุกขึ้นชี้หน้าด่ามาดูโรว่า "แกต้องชดใช้กรรมในนามชาวเวเนซุเอลา" ด้านมาดูโร ก็สวนกลับทันทีว่า "ผมนี่แหล่ะ เป็นคนของพระเจ้า"
1
ส่วนด้านนอกห้องพิจารณาคดีก็วุ่นวายไม่แพ้กัน เมื่อทั้งกองเชียร์ กองแช่ง ตั้งกลุ่มตีกลอง ร้องเพลงชาติกันเวเนซุเอลากันกระหึ่ม ทั้งเรียกร้องให้ลงโทษมาดูโร ให้ถึงที่สุด กับอีกฝ่ายที่เรียกร้องให้ปล่อยตัวมาดูโร เพราะถือว่าปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมายสากล และ ละเมิดอธิปไตยเวเนซุเอลา
และตามเจตนารมย์ของทรัมป์ หากลงทุนเป็นพันล้านเพื่อจับมาดูโรมาถึงสหรัฐได้แล้ว คงไม่ปล่อยตัวไปง่ายๆอยู่แล้ว หากศาลสูงนิวยอร์กฟันว่า มาดูโร และภรรยากระทำผิดตามข้อกล่าวหา ก็มีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้กลับไปเวเนซุเอลาบ้านเกิดแบบมีลมหายใจได้อีก
1
แต่ทั้งนี้ มาดูโร ได้ใช้บริการของ แบร์รี พอลแลค จากสำนักงานทนายความระดับพรีเมียมของนิวยอร์ก ที่เคยรับว่าความให้กับ จูเลียน อาสซานจ์ สื่อมวลชนชาวออสเตรเลีย ผู้ก่อตั้งเว็บไซท์ Wikileaks ที่เคยปล่อยคลิปหลักฐานการก่ออาชญากรรมสงครามของทหารสหรัฐในอิรัก จนถูกจับกุมข้อหาจารกรรมข้อมูลลับ และ เปิดเผยข้อมูลด้านความมั่นคงของสหรัฐ ซึ่งเป็นข้อหาหนัก แต่พอลแลค ก็ว่าความให้เขาได้รับการปล่อยตัวกลับบ้านเกิดได้สำเร็จในปี 2024
แต่มูลค่าของ อาสซานจ์ กับ มาดูโร นั้นมันเทียบกันไม่ได้เลย เมื่อคำนึงถึงผลประโยชน์ที่สหรัฐจะได้
ส่วนสถานการณ์ตอนนี้ในเวเนซุเอลา ในวันที่ไม่มีผู้นำชื่อ นิโคลัส มาดูโร แล้ว ก็ยังไม่ถือว่าเป็นสูญญากาศซะทีเดียว เพราะทรัมป์ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ, รัฐมนตรีกลาโหม พีท เฮคเซธ, รองหัวหน้าทีมเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว สตีเฟน มิลเลอร์ และรองประธานาธิบดี JD Vance เข้าไปดูแลกิจการภายในเวเนซุเอลา (ชั่วคราว) แต่บอกเลยว่าจะยังไม่มีการเลือกตั้งที่เวเนซุเอลาให้เห็นภายในเดือนนี้อย่างแน่นอน
ในขณะเดียวกัน คณะรัฐบาลเดิมของมาดูโร ก็ยังยืนยันว่าพวกเขายังมีอำนาจเต็มอยู่ เพราะ มาดูโร ไม่ได้ถูกโค่นล้ม หรือขับไล่ แต่ถูกลักพาตัวไป ดังนั้น รัฐบาลก็ยังไม่ถือว่าล้ม และรองประธานาธิบดี เดลซี ร็อดริเกซ ก็จะขึ้นมาทำหน้าที่แทนได้ทันที
แต่ก็ถือเป็นลมหายใจเฮือกสุดท้ายที่เบามากๆ เพราะทรัมป์บอกว่า ถ้ามีปัญหาเยอะนัก จะสั่งถล่มอีกรอบก็ย่อมได้ หรือจะเอา!!
เป็นยุคที่อะไรที่คิดว่าไม่เคยเห็น ก็ได้เห็นจริงๆ จากเมื่อไม่กี่ปี ที่ทุกคนมองว่าโลกเรากำลังมุ่งหน้าสู่ยุคดิจิทัล ไร้พรมแดน ตอนนี้ กลับตาลปัตรสู่ยุคล่าอาณานิคม ที่ผู้คนต้องรีบกลับไปรักษาพรมแดนของประเทศตัวเองไปเสียแล้ว ฮีทรัมป์ ฮีเสิร์ฟ จริงๆ
****************
ติดตามบทความของ "หรรสาระ" เพิ่มเติมได้ที่
Facebook - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
Twitter - @HunsaraByJeans
Blockdit - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
แพลทฟอร์มคุณภาพ ไม่ปิดกั้นการมองเห็นเนื้อหา
****************
แหล่งข้อมูล
โฆษณา