23 ม.ค. เวลา 12:00 • ประวัติศาสตร์

ชีวิตของเชกสเปียร์และยุคทองของโรงละครลอนดอน

ช่วงเวลาระหว่างปี ค.ศ. 1576 เมื่อโรงละครแห่งแรกเปิดขึ้นในลอนดอน จนถึงปี ค.ศ. 1642 เมื่อโอลิเวอร์ ครอมเวลล์ สั่งปิดโรงละครทั้งหมด ถือเป็นยุคทองของวงการละครอังกฤษ วิลเลียม เชกสเปียร์ คือหัวใจสำคัญของการระเบิดพลังสร้างสรรค์ในครั้งนี้ เส้นเวลาต่อไปนี้จะนำเสนอเหตุการณ์สำคัญในชีวิตของเชกสเปียร์ควบคู่ไปกับพัฒนาการที่น่าทึ่งของแวดวงโรงละครในลอนดอน เพื่อแสดงให้เห็นบริบททางประวัติศาสตร์ที่หล่อหลอมผลงานอมตะของเขา
1. รุ่งอรุณแห่งเวทีใหม่ (ค.ศ. 1564–1591) : บุรุษจากสแตรทฟอร์ดและโรงละครยุคแรก
1564 - วิลเลียม เชกสเปียร์ ถือกำเนิดที่เมืองสแตรทฟอร์ด-อัพพอน-เอวอน
1568 - จอห์น เชกสเปียร์ ผู้เป็นบิดา ได้รับตำแหน่งนายกเทศมนตรี (High Bailiff) แห่งสแตรทฟอร์ด
1572 -บิดาของเขาถูกตั้งข้อหาค้าขนแกะอย่างผิดกฎหมาย (illegal wool trading) และประสบปัญหาหนี้สิน
1576 - เจมส์ เบอร์เบจ (James Burbage) เปิด "The Theatre" ซึ่งเป็นโรงละครที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะแห่งแรกของลอนดอน โดยได้แรงบันดาลใจในการออกแบบจากโครงสร้างของโรงเตี๊ยม (Taverns) ที่นักแสดงเร่เคยใช้เป็นเวทีชั่วคราว
1577 - โรงละคร The Curtain เปิดทำการ
1582 - แต่งงานกับแอนน์ แฮททาเวย์ ขณะอายุ 18 ปี ส่วนแอนน์อายุ 26 ปี
1583 - ซูซานนาห์ (Susannah) บุตรสาวคนแรกถือกำเนิด
1585 - จูดิธ (Judith) และแฮมเน็ต (Hamnet) บุตรฝาแฝดถือกำเนิด
1587 - โรงละคร The Rose เปิดทำการ
ช่วงเวลานี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการก่อตั้งโรงละครถาวรเพื่อการพาณิชย์ได้สร้างระบบนิเวศทางอาชีพรูปแบบใหม่ขึ้นมา มันเปลี่ยนนักแสดงจากกลุ่มคนเร่ร่อนให้กลายเป็น "นักแสดง" ที่มีสังกัดและได้รับการอุปถัมภ์จากขุนนางผู้ทรงอิทธิพล สภาพแวดล้อมเช่นนี้เองที่ได้ปูทางไว้สำหรับผู้มีพรสวรรค์และความทะเยอทะยานอย่างเชกสเปียร์ ที่จะเดินทางเข้ามาแสวงหาชื่อเสียงและโชคลาภในเวลาต่อมา
นี่คือจุดเริ่มต้นที่ผลักดันให้เชกสเปียร์มุ่งหน้าสู่ลอนดอน เมืองที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและโอกาสอันน่าตื่นเต้น
2. "อีกาเถลิงสกุล" ในมหานครอันตราย (ค.ศ. 1592–1598): การมาถึง คู่ปรับ และความเสี่ยง
1592 - บทละคร Harey the Sixth ของเขาประสบความสำเร็จทุบสถิติรายได้
ความสำเร็จนี้ทำให้ โรเบิร์ต กรีน (Robert Greene) นักเขียนบทละครคู่แข่ง เขียนจุลสารโจมตีเขาอย่างรุนแรงว่าเป็น "อีกาเถลิงสกุล" (an upstart Crow)
1593 - คริสโตเฟอร์ มาร์โลว์ (Christopher Marlowe) นักเขียนบทละครคู่แข่งคนสำคัญ ถูกฆาตกรรม
1594 - ร่วมก่อตั้งคณะละคร Lord Chamberlain's Men กับริชาร์ด เบอร์เบจ และวิลล์ เคมป์
1595-96 - ประพันธ์บทละครสำคัญหลายเรื่อง เช่น A Midsummer Night's Dream และ Romeo & Juliet
1596 - แฮมเน็ต บุตรชายคนเดียวเสียชีวิตด้วยวัย 11 ปี ครอบครัวเชกสเปียร์ได้รับพระราชทานตราประจำตระกูล
1597 - ซื้อคฤหาสน์ "นิวเพลซ" (New Place) ซึ่งเป็นบ้านหลังใหญ่ที่สุดในสแตรทฟอร์ด เบน จอนสัน (Ben Jonson) ถูกจำคุกจากบทละครปลุกระดมเรื่อง The Isle of Dogs
1598 - เบน จอนสัน ฆ่านักแสดงชื่อกาเบรียล สเปนเซอร์ (Gabriel Spenser) ในการประลองดาบ โรงละคร "The Theatre" ถูกรื้อถอน
(“…an upstart Crow, beautified with our feathers, that with his Tygers hart wrapt in a Players hyde . . . is in his own conceit the onely Shake-scene in a country.”)
(“…อีกาเถลิงสกุล ผู้ประดับตนด้วยขนของเรา ผู้ซึ่งมีหัวใจพยัคฆ์ห่อหุ้มด้วยหนังนักแสดง ...หลงตนว่าเป็นผู้เขย่าฉากเดียวในปฐพี”)
แก่นเรื่องสำคัญของยุคนี้คือ โลกละครของลอนดอนเป็นสถานที่แห่งโอกาสมหาศาล แต่ก็เต็มไปด้วยภยันตรายเช่นกัน ความสำเร็จหมายถึงการต้องเอาตัวรอดจากการแข่งขันที่ดุเดือด การเซ็นเซอร์จากทางการ และแม้กระทั่งความรุนแรงที่อาจถึงแก่ชีวิต การฆาตกรรมมาร์โลว์และการที่จอนสันรอดจากการประหารชีวิตอย่างหวุดหวิด เป็นเครื่องย้ำเตือนอันทรงพลังว่า ในโลกละครที่ไร้กฎเกณฑ์ของลอนดอนนั้น เส้นแบ่งระหว่างชื่อเสียงกับความตายบางเพียงนิดเดียว
การรื้อถอนโรงละคร "The Theatre" ในปี 1598 ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการลงทุนครั้งใหม่ที่ท้าทายและยิ่งใหญ่กว่าเดิม ซึ่งจะกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของเชกสเปียร์ไปตลอดกาล
3. โรงละครโกลบและคณะละครขององค์ราชัน (ค.ศ. 1599–1612): จุดสูงสุดแห่งอาชีพ
1599 - โรงละคร The Globe เปิดทำการที่เซาท์วาร์ก เป็นบ้านของคณะ Lord Chamberlain's Men โดยบทละครเรื่องแรกๆ ที่จัดแสดงคือ Julius Caesar ของเชกสเปียร์
1599-1601 - เกิด "สงครามโรงละคร" (War of the Theatres) การต่อสู้เชิงเสียดสีผ่านบทละครระหว่างเบน จอนสัน, จอห์น มาร์สตัน และโธมัส เดกเกอร์
1600 - ประพันธ์บทละคร Hamlet
1601 - จอห์น เชกสเปียร์ บิดาของเขาเสียชีวิต
1603 - พระเจ้าเจมส์ที่ 1 ขึ้นครองราชย์และรับคณะละครของเชกสเปียร์ไว้ในพระอุปถัมภ์ พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น King's Men
1604 - Othello ได้รับการจัดแสดงเป็นครั้งแรก
1605 - ประพันธ์บทละคร King Lear
1606 - เชื่อกันว่าเขาประพันธ์ Macbeth ในปีนี้
1608 - แมรี อาร์เดน มารดาของเขาเสียชีวิต คณะ King's Men เริ่มจัดการแสดงที่โรงละครในร่ม Blackfriars ทำให้สามารถเปิดแสดงได้ตลอดทั้งปี
พัฒนาการที่สำคัญที่สุดสองประการในยุคนี้ได้ผลักดันอาชีพของเชกสเปียร์ให้ขึ้นสู่จุดสูงสุด ประการแรก การมีโรงละครโกลบเป็นของตนเอง ทำให้คณะละครของเขามีบ้านที่มั่นคงและมีชื่อเสียง เป็นเวทีสำหรับจัดแสดงบทละครโศกนาฏกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา ประการที่สอง การได้รับพระบรมราชูปถัมภ์จากพระเจ้าเจมส์ที่ 1 ได้ยกระดับสถานะของคณะละครให้สูงส่งและมีความมั่นคงทางการเงินอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้ได้นำพาเชกสเปียร์เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของชีวิตและอาชีพการงานของเขา
4. องก์สุดท้ายและมรดกอันเป็นนิรันดร์ (ค.ศ. 1613–1642): อัคคีภัย การอำลา และหนังสือรวมบทละครฉบับแรก
1613 - โรงละครโกลบถูกไฟไหม้วอดทั้งหลังระหว่างการแสดงเรื่อง Henry VIII จากประกายไฟของปืนใหญ่ประกอบฉากที่จุดติดหลังคาที่มุงด้วยจาก ไม่มีผู้เสียชีวิต แม้จะมีชายคนหนึ่งที่กางเกงลุกเป็นไฟและต้องดับด้วยเบียร์ก็ตาม
1613-14 - ร่วมงานกับจอห์น เฟลทเชอร์ (John Fletcher) ในการประพันธ์บทละครเรื่องสุดท้ายของเขา
1616 - วิลเลียม เชกสเปียร์ เสียชีวิต ที่สแตรทฟอร์ด-อัพพอน-เอวอน ด้วยวัย 52 ปี
1623 - เพื่อนนักแสดงร่วมคณะได้รวบรวมและตีพิมพ์ผลงานบทละครของเขาเป็นครั้งแรกในชื่อ First Folio
1642 - โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ สั่งปิดโรงละครทุกแห่งในลอนดอน เป็นการสิ้นสุดยุคทองของละครอังกฤษ
แม้ว่าชีวิตของเชกสเปียร์จะสิ้นสุดลงและโลกแห่งโรงละครที่เขารู้จักจะถูกปิดฉากลงในที่สุด แต่มรดกของเขากลับกลายเป็นอมตะ การตีพิมพ์หนังสือรวมบทละคร First Folio โดยเพื่อนนักแสดงของเขาในปี 1623 คือการกระทำที่สำคัญอย่างยิ่งยวด ซึ่งทำให้แน่ใจได้ว่าผลงานของเขาจะยังคงอยู่รอดปลอดภัย เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชม "ตลอดกาล" ดังที่เบน จอนสัน ได้กล่าวสดุดีไว้
5. บุคคลสำคัญในยุคละครอลิซาเบธ (Key Figures of the Elizabethan Stage)
ส่วนนี้คือชีวประวัติโดยย่อของนักเขียนบทละครผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนร่วมสมัย คู่แข่ง และผู้ร่วมงานของเชกสเปียร์
* คริสโตเฟอร์ มาร์โลว์ (Christopher Marlowe) เป็นหนึ่งในบุคคลที่โดดเด่นที่สุดในลอนดอนยุคนั้น มีนิสัยหุนหันพลันแล่นและรักความหรูหรา (impulsive and flamboyant) เขาเป็นนักเขียนบทละครชื่อดัง ทั้งยังเป็นสายลับให้กับรัฐบาล และสุดท้ายถูกฆาตกรรมอย่างเป็นปริศนาในปี 1593
* เบน จอนสัน (Ben Jonson) เบน จอนสัน ผู้ซึ่งถูกบรรยายว่ามี "ใบหน้าเหมือนฝาปิดกระทะอุ่นเตียง" เป็นบุคคลที่มีอารมณ์ฉุนเฉียว เริ่มต้นชีวิตจากการเป็นช่างก่ออิฐและทหาร ก่อนจะผันตัวมาเป็นนักเขียนบทละคร เขาเคยฆ่านักแสดงคนหนึ่งตายในการประลองดาบ แต่ท้ายที่สุดก็ได้รับการยอมรับจนได้เป็นกวีแห่งราชสำนัก (Poet Laureate)
* โธมัส เดกเกอร์ (Thomas Dekker) เป็นทั้งเพื่อนและคู่แข่งของเบน จอนสัน โดยทั้งคู่ต่างเขียนบทละครเสียดสีซึ่งกันและกัน เขาต้องเข้าออกคุกสำหรับลูกหนี้อยู่เสมอ ตลอดอาชีพการงาน เขาอ้างว่าเขียนบทละครไว้มากกว่า 200 เรื่อง แต่น่าเสียดายที่ส่วนใหญ่สูญหายไป
* ฟรานซิส โบมอนต์ (Francis Beaumont) เดิมทีคาดว่าจะเดินตามรอยบิดาในสายกฎหมาย แต่หลังจากย้ายมาลอนดอน เขาก็หันมาเอาดีด้านการเขียนบทละคร เขาและจอห์น เฟลทเชอร์ สร้างชื่อเสียงจากการเขียนบทละครสุขนาฏกรรมและโศกนาฏกรรมให้กับคณะ King's Men และอาจเคยทำงานภายใต้การดูแลของเชกสเปียร์ด้วยซ้ำ
* จอห์น เฟลทเชอร์ (John Fletcher) เป็นที่รู้จักจากการทำงานร่วมกับฟรานซิส โบมอนต์ เชกสเปียร์ชื่นชอบผลงานของเขามากจนได้ร่วมงานกับเขาในการประพันธ์บทละครสามเรื่องสุดท้ายในช่วงปี 1613-1614 หลังจากเฟลทเชอร์เสียชีวิต ฟิลิป แมสซิงเจอร์ ก็เข้ามารับตำแหน่งนักเขียนบทละครหลักของคณะ King's Men ต่อจากเขา
แหล่งที่มา : All About History Annual - Volume 12 - September 2025
โฆษณา