8 ม.ค. เวลา 02:45 • การเมือง
@ คุณ Camp บทความของคุณ
1) กลลวงตั้งต้น: “ภายใต้รัฐธรรมนูญเดียวกัน ผลต่างกัน แปลว่าปัญหาอยู่ที่คน” นี่คือ ตรรกะเท็จแบบคัดเลือกข้อมูล (Cherry-picking + False equivalence)
1
เพราะคำว่า
“ภายใต้รัฐธรรมนูญเดียวกัน สถานการณ์เดียวกัน”
ไม่เคยเป็นความจริง
1
รัฐธรรมนูญปี 60
ให้อำนาจ ส.ว.ที่ไม่ได้มาจากประชาชน
ให้องค์กรอิสระที่ไม่ต้องรับผิดกับประชาชน
เปิดช่องให้ “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” บริหารประเทศ
ทำให้รัฐบาลที่ประชาชนเลือก ไม่สามารถใช้อำนาจได้เต็มมือ
1
การเอาผลลัพธ์รัฐบาลสองชุดมาเปรียบเทียบ
โดย ไม่พูดถึงโครงสร้างอำนาจที่ล็อกเกมไว้ไม่เท่ากัน
คือการโกงโจทย์ตั้งแต่ต้น
เหมือนให้คนหนึ่งวิ่งโดยใส่โซ่ตรวน
อีกคนวิ่งโดยมีตำรวจเปิดทาง
แล้วบอกว่า “เห็นไหม คนมันต่างกัน”
ไม่ใช่ครับ
นี่คือสนามที่ถูกออกแบบให้บางคนแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
1
2) เปรียบรัฐธรรมนูญกับ “บริษัท” = บิดเบือนระดับโครงสร้าง
การเปรียบว่า
บริษัทมีระบบดี แต่พนักงานโกง = พนักงานผิด ไม่ใช่บริษัท
ฟังดูฉลาด
แต่ใช้ไม่ได้กับรัฐธรรมนูญปี 60
เพราะรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่บริษัทเอกชน
รัฐธรรมนูญคือ โครงสร้างอำนาจสูงสุดของสังคม
และรัฐธรรมนูญปี 60 คือ
บริษัทที่ “ตั้งใจออกแบบให้ผู้ถือหุ้นไม่ใช่ประชาชน”
สว. ไม่ได้มาจากประชาชน
องค์กรอิสระตรวจสอบฝ่ายเดียว
ประชาชนเปลี่ยนผู้บริหารไม่ได้จริง
นี่ไม่ใช่ “พนักงานโกงในระบบดี”
แต่มันคือ ระบบที่ออกแบบมาเพื่อกันประชาชนออกจากอำนาจตั้งแต่แรก
2
3) “สส. มาจากประชาชน ยังเลวได้ แปลว่ารัฐธรรมนูญไม่เกี่ยว”
นี่คือ การสับเปลี่ยนประเด็นอย่างหน้าด้าน
1
ใช่ครับ
สส. บางคนเลว
แต่คำถามคือ
ระบบสามารถกำจัดคนเลวได้หรือไม่
รัฐธรรมนูญที่ดี
ต้องทำให้คนเลว อยู่ยาก
ต้องทำให้การทุจริต มีต้นทุนสูง
ต้องทำให้ประชาชน ลงโทษผู้แทนได้จริง
รัฐธรรมนูญปี 60 ทำตรงข้ามทั้งหมด
สส. เลว → ยังย้ายพรรค ต่อรองอำนาจได้
รัฐบาลล้ม → ไม่ต้องคืนอำนาจให้ประชาชน
ศาล/องค์กรอิสระ → ไม่มีใครถอดถอนได้
การบอกว่า “ส.ส.เลว แปลว่ารัฐธรรมนูญไม่เกี่ยว”
คือการ ตาบอดต่อหน้าที่ของโครงสร้าง
1
4) อุปมา “รัฐธรรมนูญเหมือนมีด” = อุปมาเลวร้าย
รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่มีดธรรมดา
แต่มันคือ
ใครถือมีดได้
ใครโดนแทงได้
ใครห้ามเอามีดออกจากมือคนบางกลุ่ม
รัฐธรรมนูญปี 60 คือ
มีดที่ประชาชนจับไม่ได้
แต่คนบางกลุ่มถือไว้แทงได้ตลอด
และไม่มีใครเอาผิดเขาได้
แล้วคุณยังถามว่า
“มีดผิดหรือคนใช้ผิด?”
คำถามนี้ โง่โดยโครงสร้าง
เพราะประชาชนไม่เคยมีสิทธิเลือกว่าจะให้ใครถือมีดตั้งแต่แรก
1
5) “เปลี่ยนรัฐธรรมนูญมากี่ฉบับก็ไม่ดี” = ข้ออ้างของผู้ได้ประโยชน์
นี่คือวาทกรรมคลาสสิกของฝ่ายอำนาจนิยม
“แก้ไปก็เท่านั้น” “ฉบับไหนก็ไม่สมบูรณ์” “รัฐธรรมนูญ 40 ก็เลว”
ตรรกะนี้แปลว่าอะไร?
แปลว่า
เพราะเคยสร้างบ้านพัง
เลยไม่ต้องสร้างบ้านใหม่
อยู่ในบ้านผุพังต่อไป
รัฐธรรมนูญไม่ใช่ศาสนา
มันคือเครื่องมือทางการเมือง
เครื่องมือห่วย → ต้องเปลี่ยน
ไม่ใช่ยอมรับชะตากรรมแล้วบอกว่า “คนต้องดีเอง”
1
6) สิงคโปร์ & ลีกวนยู = การบูชาผู้นำแบบศักดินา
นี่คือจุดที่บทความนี้ เผยตัวจริง
“ได้คนดีอย่างลีกวนยู ทุกอย่างก็ดี”
นี่คือความคิดแบบ
เผด็จการอุปถัมภ์ (Benevolent Dictator)
ปัญหาคือ
ถ้าไม่ใช่ลีกวนยูล่ะ?
ถ้าเป็นผู้นำเลวที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จล่ะ?
สิงคโปร์ไม่ได้พัฒนาเพราะ “ไม่เป็นประชาธิปไตย”
แต่เพราะ
ระบบราชการมืออาชีพ
หลักนิติรัฐเข้มงวด
คอร์รัปชันมีต้นทุนสูง
คนผิดไม่มีอภิสิทธิ์
ซึ่งทั้งหมดนี้
รัฐธรรมนูญปี 60 ของไทยไม่มี
การยกสิงคโปร์มาอ้าง
ไม่ใช่เหตุผลไม่แก้รัฐธรรมนูญ
แต่เป็น ข้อกล่าวหาว่ารัฐธรรมนูญไทยล้มเหลว
1
7) เทมาเส็ก–ขายชาติ = หลักฐานว่ารัฐธรรมนูญ “ดี” ไม่พอ
ตัวอย่างนี้กลับ ตอกหน้าบทความเอง
เพราะมันพิสูจน์ว่า
ต่อให้รัฐธรรมนูญ “ดี”
ถ้าโครงสร้างอำนาจไม่โปร่งใส
ถ้าองค์กรตรวจสอบไม่ยึดโยงประชาชน
คนเลวยังใช้ช่องว่างได้
แล้วรัฐธรรมนูญปี 60 ล่ะ?
ไม่ใช่แค่มีช่องว่าง
แต่ ตั้งใจเจาะช่องไว้ให้คนบางกลุ่มตั้งแต่ต้น
1
สรุปแบบไม่ปราณี
บทความนี้ไม่ได้ปกป้องประเทศ
มันปกป้อง โครงสร้างอำนาจที่ประชาชนควบคุมไม่ได้
มันไม่ใช่การเรียกร้อง “คนดี”
แต่มันคือการขอให้ประชาชน
“หวังพึ่งความเมตตาของผู้มีอำนาจ”
ซึ่งในโลกการเมือง
คือความโง่แบบซ้ำซาก
รัฐธรรมนูญที่ดี
ไม่ได้หวังว่าคนจะดี
แต่ ออกแบบมาเพื่อรับมือกับความเลวของมนุษย์
และรัฐธรรมนูญปี 60
ล้มเหลวในหน้าที่นั้นโดยสิ้นเชิง
ใครยังเข้าข้างมัน
ไม่ใช่เพราะไม่เข้าใจ
แต่เพราะ ได้ประโยชน์จากความบิดเบี้ยวของมัน
2
โฆษณา