Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
รู้เปลี่ยนโลก
•
ติดตาม
14 ก.พ. เวลา 12:00 • ประวัติศาสตร์
ประตูสู่ความตาย : เรื่องเล่าจากประสบการณ์เฉียดตาย
เคยสงสัยไหมว่า... “จะรู้สึกอย่างไรเมื่อเราตาย?” นี่คือหนึ่งในคำถามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ และเป็นปริศนาที่อยู่กับเรามานานนับพันปี แม้ว่าเราจะไม่มีวันรู้คำตอบที่แท้จริงจนกว่าจะถึงวาระสุดท้ายของตนเอง แต่เรื่องราวของผู้คนที่เคยเดินทางไปถึงปากประตูแห่งความตายแล้วหวนกลับมา
หรือที่เรียกว่า 'ประสบการณ์ใกล้ตาย' (Near-Death Experiences) ก็เปรียบเสมือนหน้าต่างบานเล็กๆ ที่เปิดให้เราได้แอบมองเห็นภาพของสิ่งที่อาจรออยู่เบื้องหน้า บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจเรื่องราวเหล่านี้จากหลายแง่มุม ตั้งแต่การเดินทางครั้งสุดท้ายของร่างกาย ไปจนถึงประสบการณ์อันน่าพิศวงที่วิทยาศาสตร์ยังคงพยายามหาคำตอบ
1. การเดินทางครั้งสุดท้ายของร่างกาย
เมื่อวาระสุดท้ายของชีวิตมาถึง ร่างกายของเราจะเริ่มกระบวนการปิดตัวลงอย่างช้าๆ ซึ่งเป็นไปตามกลไกทางธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่เป็นลำดับขั้นตอนที่ค่อยเป็นค่อยไป
* การทำงานของร่างกายที่ช้าลง: หัวใจจะเริ่มอ่อนแรงลงและเต้นช้าลง ส่งผลให้ความดันโลหิตลดต่ำลง อุณหภูมิในร่างกายจะค่อยๆ ลดลง โดยจะสังเกตได้ชัดเจนบริเวณมือ เท้า และใบหน้า
* การเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้: เนื่องจากการไหลเวียนของเลือดเปลี่ยนไป สีผิวอาจดูซีดหรือมีลักษณะคล้ายขี้ผึ้ง ร่างกายจะเริ่มสงวนพลังงานที่เหลืออยู่ไว้เพื่อหล่อเลี้ยงอวัยวะที่สำคัญที่สุดอย่างหัวใจและสมอง นี่คือกลไกอันน่าทึ่งที่ร่างกายพยายามรักษาการทำงานของส่วนที่สำคัญที่สุดไว้จนถึงวินาทีสุดท้าย
* เสียงจากลมหายใจช่วงสุดท้าย (Death Rattle): ในช่วงท้ายๆ ผู้ใกล้เสียชีวิตอาจสูญเสียความสามารถในการกลืน ทำให้ของเหลวอย่างน้ำลายสะสมอยู่ในลำคอและช่วงอก เมื่อลมหายใจผ่านของเหลวเหล่านี้ จะเกิดเป็นเสียงที่เรียกว่า "death rattle" ซึ่งเป็นเพียงเสียงที่เกิดจากกลไกของร่างกาย ไม่ใช่สัญญาณของความเจ็บปวดแต่อย่างใด
นอกจากการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพแล้ว สมองที่กำลังจะหยุดทำงานก็สร้างประสบการณ์ที่น่าพิศวงขึ้นมาเช่นกัน
2. ภาพนิมิต ณ ปากประตูมรณะ
เป็นเรื่องปกติที่ผู้ที่กำลังจะเสียชีวิตจะได้เห็นภาพนิมิต หรือที่เรียกว่า "deathbed visions" ซึ่งมักจะเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนหมดลมหายใจ โดยสิ่งที่พวกเขาจะได้พบเจอนั้นมักจะขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมและความเชื่อส่วนบุคคล
* บุคคลอันเป็นที่รักที่ล่วงลับไปแล้ว: หลายคนเล่าว่าได้เห็นเพื่อนหรือญาติพี่น้องที่เสียชีวิตไปแล้วมารอต้อนรับ เพื่อนำทางพวกเขาไปสู่ภพหน้า
* บุคคลสำคัญทางศาสนาหรือวัฒนธรรม: บางคนอาจได้พบกับบุคคลสำคัญตามความเชื่อทางศาสนาของตนเอง
ปรากฏการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และมักเป็นภาพที่นำมาซึ่งความรู้สึกสงบใจ ทำให้ผู้ที่กำลังจะจากไปรู้สึกเหมือนได้รับการปลอบประโลมในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต ที่น่าสนใจคือ แม้ร่างกายภายนอกจะดูเหมือนไม่ตอบสนองแล้ว แต่การรับรู้บางอย่างอาจยังคงทำงานอยู่
แม้ในภาวะหมดสติ คนเราอาจยังได้ยินเสียงอยู่ มีผลการทดสอบการทำงานของสมองที่ชี้ว่า แม้ร่างกายภายนอกจะไม่ตอบสนอง แต่สมองของผู้ใกล้เสียชีวิตอาจยังคงรับรู้เสียงได้เป็นอย่างสุดท้าย
แต่สำหรับบางคนที่หัวใจหยุดเต้นไปแล้ว พวกเขากลับเดินทางไปไกลกว่านั้น และได้นำเรื่องราวอันน่าทึ่งกลับมาด้วย
3. ก้าวข้ามประตู: ประสบการณ์ใกล้ตายคืออะไร?
ประสบการณ์ใกล้ตาย (Near-Death Experience - NDE) คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ที่รอดชีวิตจากสภาวะหัวใจหยุดเต้น (cardiac arrest) และเหตุการณ์อื่นๆ ที่เฉียดตายอย่างรุนแรง จากสถิติพบว่า 1 ใน 10 ของผู้ที่รอดชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้น จะรายงานว่าตนเองมีประสบการณ์ดังกล่าว ซึ่งแม้จะแตกต่างกันในรายละเอียด แต่ก็มักจะมีองค์ประกอบร่วมที่คล้ายคลึงกันอย่างน่าประหลาด
ลักษณะร่วมที่พบบ่อยที่สุดของประสบการณ์ใกล้ตาย มีดังนี้:
1. แสงสว่างจ้า: แสงสว่างจ้าที่มักจะถูกบรรยายว่าให้ความรู้สึกอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความรัก ไม่ใช่แสงที่ทำให้แสบตา
2. อุโมงค์: ความรู้สึกเหมือนกำลังเคลื่อนที่ผ่านอุโมงค์ที่มืดมิดโดยมีแสงสว่างรออยู่ที่ปลายทาง
3. การออกจากร่าง: ประสบการณ์ที่รู้สึกว่าจิตหรือวิญญาณได้แยกออกจากร่างกาย และสามารถมองเห็นร่างกายของตนเองจากมุมสูงได้
4. การพบเจอผู้ล่วงลับ: ลักษณะข้อนี้คล้ายคลึงกับ 'ภาพนิมิตก่อนตาย' อย่างน่าทึ่ง แต่สำหรับผู้มีประสบการณ์ใกล้ตาย มันมักจะเกิดขึ้นในสภาวะที่ร่างกายหยุดทำงานไปแล้วโดยสิ้นเชิง
แม้เรื่องราวเหล่านี้จะน่าอัศจรรย์ แต่ในมุมมองของวิทยาศาสตร์แล้ว ปรากฏการณ์นี้กลับเป็นปริศนาที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง
4. ปริศนาในมุมมองวิทยาศาสตร์
เหตุผลที่ประสบการณ์ใกล้ตายกลายเป็นปริศนาชิ้นใหญ่สำหรับวงการวิทยาศาสตร์นั้น มาจากความจริงพื้นฐานเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์
"From a scientific perspective, near-death experiences shouldn’t really happen."
เบื้องหลังคำกล่าวนี้คือข้อเท็จจริงที่ว่า เมื่อหัวใจหยุดเต้น การไหลเวียนของเลือดไปยังสมองก็จะหยุดลงเกือบจะในทันที ทำให้คนเราหมดสติภายในเวลาเพียง 10-20 วินาที และนี่คือจุดที่เรื่องราวธรรมดาๆ กลายเป็นหนึ่งในปริศนาที่ท้าทายที่สุดของวงการประสาทวิทยาศาสตร์ เพราะเมื่อสมองขาดออกซิเจน มันก็ไม่ควรจะสามารถสร้างความทรงจำที่แจ่มชัดและซับซ้อนเช่นนี้ได้เลย
สมองในภาวะนี้ก็เปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์ที่ถูกดึงปลั๊กออกทันที—พลังงานถูกตัดขาด และตามหลักการแล้ว หน้าจอควรจะดับมืดลงในทันที ไม่ใช่แสดงภาพยนตร์ที่คมชัดและซับซ้อน
เพื่อที่จะทำความเข้าใจปรากฏการณ์นี้อย่างเป็นระบบ นักวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาเครื่องมือที่เรียกว่า "Greyson Scale" ซึ่งเป็นแบบสำรวจมาตรฐาน 16 ข้อ เพื่อใช้วัดและจำแนกแง่มุมต่างๆ ของประสบการณ์เหล่านี้ ตัวอย่างคำถามในแบบสำรวจ เช่น:
* คุณมองเห็นหรือรู้สึกว่าถูกห้อมล้อมด้วยแสงสว่างจ้าหรือไม่?
* คุณได้เห็นวิญญาณของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วหรือบุคคลทางศาสนาหรือไม่?
ถึงแม้ว่าวิทยาศาสตร์จะยังคงค้นหาคำตอบ แต่เรื่องราวเหล่านี้ก็ได้มอบมุมมองที่ลึกซึ้งต่อชีวิตให้กับเรา
5. หน้าต่างสู่ความหมายของชีวิต
ไม่ว่าประสบการณ์ใกล้ตายจะเป็นผลผลิตจากสมองที่กำลังจะหยุดทำงาน หรือเป็นภาพจริงจากโลกหลังความตาย สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ นี่คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับผู้คนทั่วโลก มันคือประสบการณ์ที่ดำรงอยู่ ณ พรมแดนที่เลือนรางระหว่างชีวิต ความตาย และการรับรู้ของมนุษย์
แม้ว่าวิทยาศาสตร์จะพยายามใช้เครื่องมืออย่าง Greyson Scale เพื่อวัดสิ่งที่ดูเหมือนจะวัดไม่ได้ แต่แก่นแท้ของประสบการณ์เหล่านี้อาจไม่ได้อยู่ที่คำอธิบายทางกายภาพ แต่อยู่ที่ผลกระทบที่มันทิ้งไว้ให้กับผู้รอดชีวิต เรื่องราวจากผู้ที่เคยเฉียดตายไม่ได้ให้คำตอบสุดท้ายว่าความตายคืออะไร แต่กลับมอบบทเรียนสำคัญให้แก่เราผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ การได้สำรวจความลี้ลับของความตาย อาจทำให้เราย้อนกลับมามองเห็นคุณค่าของการมีลมหายใจในปัจจุบัน และตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างไรให้มีความหมายที่สุด
แหล่งที่มา : All About History History of Death - 4th Edition - 8 February 2024
ประวัติศาสตร์
ปรัชญา
หนังสือ
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย