Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
น้องสมองมีขน
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 03:00 • ประวัติศาสตร์
เผย 5 จุดแข็งสุดเซอร์ไพรส์ของ JAS 39 Gripen E: เครื่องบินรบที่ฉลาดกว่าที่คุณคิด
1. เครื่องบินรบม้านอกสายตาที่มาพร้อมปรัชญาที่แตกต่าง
เมื่อพูดถึงเครื่องบินรบสมัยใหม่ ภาพจำของคนส่วนใหญ่มักจะเป็นยุทโธปกรณ์ที่ซับซ้อน ราคาแพงมหาศาล และต้องประจำการอยู่ในฐานทัพอากาศขนาดใหญ่ที่เปราะบางต่อการโจมตี แต่เครื่องบินรบสัญชาติสวีเดน JAS 39 Gripen E ถูกสร้างขึ้นจากปรัชญาที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง โดยให้ความสำคัญกับ "การอยู่รอด" เป็นหัวใจหลัก การออกแบบของ Gripen ตั้งคำถามเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญว่า: เครื่องบินรบที่ล้ำสมัยที่สุดในโลกจะมีประโยชน์อะไร หากมันถูกทำลายบนพื้นดินภายใน 30 นาทีแรกของสงคราม?
Gripen E ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้ด้วยเทคโนโลยีล่องหน (Stealth) ที่มีราคาแพงลิบลิ่ว หรือด้วยความซับซ้อนที่ต้องอาศัยทีมช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก แต่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบคำถามนั้นโดยตรง ด้วยความคล่องตัว ความยืดหยุ่น และความอยู่รอดในสนามรบจริงที่เต็มไปด้วยภัยคุกคาม
บทความนี้จะพาไปเจาะลึก 5 คุณสมบัติที่น่าทึ่งและส่งผลกระทบมากที่สุด ซึ่งทำให้ Gripen E เป็นเครื่องบินรบที่น่าเกรงขามอย่างมีเอกลักษณ์ และเป็นคำตอบที่ชาญฉลาดสำหรับหลายประเทศทั่วโลก
2. ออกแบบมาเพื่อสงครามริมถนน ไม่ใช่แค่บนรันเวย์
หนึ่งในแนวคิดที่ปฏิวัติวงการที่สุดของสวีเดนคือระบบฐานทัพอากาศแบบกระจายตัวที่เรียกว่า "Bas 90" ซึ่งหลีกเลี่ยงการรวมฝูงบินทั้งหมดไว้ในฐานทัพขนาดใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง แต่จะกระจายเครื่องบินรบกลุ่มเล็กๆ ไปทั่วประเทศแทน กลยุทธ์นี้ทำให้กองทัพอากาศของสวีเดนกลายเป็นเป้าหมายที่ยากต่อการโจมตีและทำลายล้างบนภาคพื้นดิน ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่ได้มาจากสงครามหกวันในปี 1967
JAS 39 Gripen E คือหัวใจของระบบนี้ มันถูกออกแบบมาให้สามารถขึ้น-ลงจอดบนถนนสาธารณะได้ โดยต้องการทางวิ่งลาดยางที่มีความยาวเพียง 500 เมตรเท่านั้น ความสามารถนี้เกิดขึ้นได้จากปัจจัยทางวิศวกรรมที่สำคัญ ได้แก่ อัตราส่วนแรงขับต่อน้ำหนักที่ดีเยี่ยม, ระบบฐานล้อที่แข็งแกร่งทนทาน และระบบควบคุมการบินที่ล้ำสมัย ทำให้มันสามารถปฏิบัติการได้จากฐานทัพชั่วคราวที่ไหนก็ได้ทั่วประเทศ
3. ทหารเกณฑ์ก็เติมเชื้อเพลิงและติดอาวุธใหม่ได้ในไม่กี่นาที
ความสามารถในการปฏิบัติการจากถนนจะไร้ความหมายหากไม่สามารถเตรียมเครื่องให้พร้อมรบได้อย่างรวดเร็ว ณ จุดนั้น และนี่คือจุดที่ Gripen ฉีกแนวคิดจากเครื่องบินรบตะวันตกโดยสิ้นเชิง ในขณะที่เครื่องบินอย่าง F-35 ต้องการทีมช่างเทคนิคที่มีความเชี่ยวชาญสูง แต่ Gripen กลับถูกออกแบบมาโดยเจตนาเพื่อให้ทหารเกณฑ์ที่ผ่านการฝึกฝนเพียงเล็กน้อยสามารถซ่อมบำรุงและเตรียมเครื่องให้พร้อมรบได้
ประสิทธิภาพที่น่าทึ่งคือ การเติมเชื้อเพลิงและติดตั้งอาวุธใหม่สำหรับภารกิจอากาศสู่อากาศของ Gripen E ใช้เวลาน้อยกว่า 20 นาที โดยใช้ทีมสนับสนุนภาคพื้นดินเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ปรัชญาการออกแบบนี้มุ่งเน้นการเพิ่มชั่วโมงบินปฏิบัติภารกิจให้สูงสุด แทนที่จะต้องจอดนิ่งอยู่ในโรงซ่อม ซึ่งเป็นปัจจัยชี้ขาดที่ทำให้ยุทธศาสตร์การกระจายกำลัง "Bas 90" เกิดขึ้นได้จริงในสนามรบ
4. ซอฟต์แวร์อัปเกรดได้เหมือนสมาร์ทโฟน ไม่ใช่เรือรบ
จุดเด่นที่สุดอย่างหนึ่งของ Gripen E คือสถาปัตยกรรมระบบเอวิโอนิกส์ (ระบบอิเล็กทรอนิกส์การบิน) ที่ไม่เหมือนใคร โดยมีการแยกซอฟต์แวร์ที่สำคัญต่อการบิน (flight-critical software) ออกจากซอฟต์แวร์สำหรับระบบภารกิจ (mission system software) อย่างเด็ดขาด
การออกแบบเช่นนี้ทำให้สามารถอัปเกรดขีดความสามารถใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการรับรองความปลอดภัยใหม่ทั้งหมดที่ใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งช่วยหลีกเลี่ยง "การอัปเกรดใหญ่กลางอายุการใช้งานที่แสนแพง" เหมือนเครื่องบินรบรุ่นอื่นๆ Johan Segertoft หัวหน้าธุรกิจ Gripen ของบริษัท Saab ได้กล่าวถึงความรวดเร็วนี้ไว้ว่า:
"เราเขียนโค้ดในตอนเช้า และนำมันขึ้นบินในตอนบ่าย"
Saab อ้างว่าแนวทางนี้ทำให้แนวคิดเรื่อง "ยุค" (Generation) ของเครื่องบินรบกลายเป็นเรื่องล้าสมัยไปแล้ว เพราะ Gripen สามารถพัฒนาขีดความสามารถได้อย่างต่อเนื่องผ่านซอฟต์แวร์
5. ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการต่ำอย่างน่าตกใจ
ในโลกที่งบประมาณด้านกลาโหมเป็นปัจจัยสำคัญ Gripen E โดดเด่นด้วยค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการที่ต่ำอย่างเหลือเชื่อ ข้อมูลระบุว่าค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมงบินของ Gripen อยู่ที่ประมาณ 5,800 ดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อเทียบกับเครื่องบินรบยุคที่ 5 อย่าง F-35 ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมงบินสูงถึงประมาณ 35,000 ดอลลาร์สหรัฐ จะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ตัวเลขนี้ทำให้ Gripen เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับประเทศขนาดเล็กที่ต้องการเครื่องบินรบสมรรถนะสูง แต่ไม่ต้องการแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาระยะยาวที่สูงเกินไป
6.มันเคยบินร่วมกับนักบินผู้ช่วยที่เป็น AI มาแล้ว
ในเดือนพฤษภาคม ปี 2025 Gripen E ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการการบินทหาร ในการทดลองที่ชื่อว่า "Project Beyond" ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Saab และบริษัท AI สัญชาติเยอรมันอย่าง Helsing โดยมีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีชื่อว่า "Centaur" เข้าไปฝังในระบบภารกิจของเครื่องบิน
ระหว่างการทดสอบ AI ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ในห้องจำลอง แต่ได้ควบคุมเครื่องบินจริงๆ ในสถานการณ์การรบระยะไกลเกินสายตา (BVR) โดยทำหน้าที่แนะนำการยิงขีปนาวุธใส่เป้าหมาย และหลบหลีกเส้นทางการบินที่เสียเปรียบด้วยตัวเองทั้งหมด นี่ถือเป็นครั้งแรกที่เครื่องบินรบระดับปฏิบัติการแนวหน้าได้บินร่วมกับ AI ในสภาพแวดล้อมจริง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าและความพร้อมของสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์แบบเปิดของ Gripen ที่รองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต
7. ฉลาดกว่า ดีกว่าล่องหนหรือไม่?
โดยสรุป ปรัชญาหลักของ JAS 39 Gripen E คือการเป็นเครื่องบินรบที่ "อยู่รอด" ปรับตัวได้ และคุ้มค่า โดยให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นในการปฏิบัติการและการพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างรวดเร็ว แม้จะต้องยอมรับว่าในฐานะเครื่องบินรบยุค 4.5 มันไม่มีคุณสมบัติการล่องหน (Stealth) ที่แท้จริงเหมือนเครื่องบินรบยุคที่ 5
แต่คำถามที่น่าขบคิดสำหรับหลายๆ ประเทศที่ต้องเผชิญกับภัยคุกคามในยุคปัจจุบันก็คือ: แนวทางที่ "ฉลาดกว่า" ของ Gripen ในแง่ของความอยู่รอดและความคุ้มค่า อาจมีประโยชน์ในทางปฏิบัติมากกว่าคุณสมบัติการล่องหนเพียงอย่างเดียวของเครื่องบินรบยุคที่ 5 หรือไม่?
แหล่งที่มา :
https://www.19fortyfive.com/2025/12/no-escape-jas-39-gripen-e-best-fighter-not-named-f-22-f-35-or-f-47-ngad/
ประวัติศาสตร์
ปรัชญา
หนังสือ
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย