Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Go See Write เล่าไปเรื่อย
•
ติดตาม
8 ม.ค. เวลา 17:56 • ความงาม
"ทาครีมแล้วเอาพัดลมเป่าให้แห้งไวๆ" สรุปว่าดีจริง หรือเรากำลังทำให้ครีมแพงๆ ระเหยไปฟรีๆ?
เคยเป็นกันไหมครับ? เวลาเร่งรีบตอนเช้า หรือตอนกลางคืนที่ง่วงสุดๆ พอทาสกินแคร์ลงไปแล้วรู้สึกว่า "โอ้ย... มันเหนียวหน้าจัง" หรือ "เมื่อไหร่จะแห้งเนี่ย"
ทางออกยอดฮิตที่หลายคนทำ (รวมถึงผมที่เคยทำมาก่อน) คือการคว้าพัดลมมือถือมาจ่อหน้า หรือยืนเป่าหน้าหน้าพัดลมตั้งโต๊ะซะเลย กะว่าให้ลมช่วยเป่าให้ครีม "ซึม" เข้าไปไวๆ จะได้ทาตัวต่อไป หรือแต่งหน้าต่อได้ทันที
แต่หลังจากที่ผมเกิดความสงสัยและลองไปค้นคว้าข้อมูลจากแหล่งความรู้ด้านผิวหนังต่างประเทศ... ความจริงที่ได้รู้ทำเอาผมต้องวางพัดลมลงทันทีครับ
1
วันนี้เลยอยากมาสรุปสิ่งที่ไปอ่านเจอมาเล่าให้ฟังครับ ว่าทำไมการ "เป่าลม" ถึงอาจจะเป็นการทำร้ายผิวทางอ้อมมากกว่าที่คิด
1. ความเข้าใจผิดเรื่อง "แห้ง = ซึม"
เรามักเข้าใจผิดว่า พอเป่าลมปุ๊บ หน้าแห้งปั๊บ แปลว่าครีมซึมลงผิวเราไปแล้ว... แต่ช้าก่อนครับ!
ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ลมแรงๆ จากพัดลมนั้น ไม่ได้ช่วยดันครีมลงรูขุมขนเราแต่อย่างใด แต่มันไปเร่งกระบวนการ "ระเหย" (Evaporation) ต่างหากครับ
ในครีมบำรุงส่วนใหญ่จะมีน้ำหรือแอลกอฮอล์เป็นตัวนำพา (Vehicle) เพื่อพาสารบำรุงลงผิว การเอาลมไปเป่าแรงๆ คือการไล่น้ำเหล่านั้นให้ระเหยสู่อากาศไปอย่างรวดเร็ว ผลที่ได้คือ สารบำรุงอาจจะยังกองอยู่บนชั้นผิวชั้นนอกสุดในสภาพแห้งกรัง ไม่ได้ซึมลงไปทำงานในชั้นผิวอย่างที่เราหวังไว้
สรุปง่ายๆ: คุณอาจกำลังซื้อเซรั่มขวดละหลายพัน มาเพื่อให้มันระเหยไปกับลมครับ
1
2. ทฤษฎี "ฟองน้ำ" (Damp Skin is Key)
จากการอ่านบทความของแพทย์ผิวหนัง (Dermatologist) หลายท่าน เปรียบเทียบผิวเราเหมือน "ฟองน้ำ" ครับ
●
ถ้าฟองน้ำแห้งกรัง: หยดน้ำลงไป น้ำจะกลิ้งอยู่ข้างบน ซึมยาก
●
ถ้าฟองน้ำหมาดๆ: หยดน้ำลงไป มันจะดูดซึมเข้าไปได้ทันที
1
การที่เราเป่าหน้าจนแห้งผาก จะทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น และปิดรับการบำรุง ในทางกลับกัน การปล่อยให้ครีมซึมเอง หรือทาตอนหน้าหมาดๆ (Damp Skin) จะช่วยให้ผิวเปิดรับสารอาหารได้ดีกว่ามาก
3. แล้วแบบนี้ต้องทำยังไง? (The Better Way)
ถ้าไม่ใช้พัดลม แล้วกลัวหน้าเหนียว ผู้เชี่ยวชาญแนะนำวิธีนี้ครับ
●
วอร์มครีม: ถูครีมที่ฝ่ามือให้อุ่นๆ ก่อนทา ความร้อนช่วยให้ครีมละลายและซึมไวขึ้น
●
Patting (ตบเบาๆ): ใช้วิธีแปะๆ ตบๆ เบาๆ แทนการถูแรงๆ หรือเป่าลม วิธีนี้ช่วยผลักครีมเข้าผิวได้จริง
●
รอสักนิด: ให้เวลาผิวสัก 1 นาที มันคือช่วงเวลาทอง (Golden Minute) ให้ธรรมชาติทำงานของมันครับ
1
มีข้อยกเว้นเดียวที่ "ควรเป่า"
ถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่า ห้ามเป่าเลยหรอ? จริงๆ มีข้อยกเว้นครับ
ถ้าคุณใช้ยารักษาสิวกลุ่มแรงๆ เช่น Retinol หรือ กรดผลัด
เซลล์ผิวเข้มข้น แพทย์อาจแนะนำให้ทาตอนหน้าแห้งสนิท เพราะถ้าทาตอนหน้าเปียก ยามันจะซึมดีเกินไปจนหน้าพังหรือระคายเคืองได้ (อันนี้อนุญาตให้เป่าให้หน้าแห้งก่อนทายาได้ครับ)
บทสรุป คือ เก็บพัดลมไว้ใช้ตอนร้อนดีกว่าครับ สำหรับผิวหน้า "มือของเรา" คือเครื่องมือที่ดีที่สุด นวดเบาๆ ตบเบาๆ ให้เวลามันหน่อย เพื่อให้คุ้มค่ากับราคาสกินแคร์ที่เราจ่ายไปครับ!
เล่าโดย: ตานิ้ง
📚 อ้างอิงข้อมูล (References)
1. เรื่องผิวหมาดดูดซึมดีกว่าผิวแห้ง (Damp Skin & Absorption):
• Healthline. "The Secret to Your Healthiest Glow Ever? Applying Products to Damp Skin." โดย Dr. Dina Strachan.
healthline.com
Why Applying Products to Damp Skin May Be the Key to Your Healthiest Skin Yet
There’s hardly a magazine that hasn’t ALL-CAPS-ed you about the importance of applying skin care products to damp skin. They aren’t wrong.
2. เรื่องการระเหยของผลิตภัณฑ์และการเรียงลำดับ (Evaporation vs. Absorption)
• Reviva Labs. "The Best Order to Apply Skincare for Maximum Absorption." ระบุเรื่องการรอให้ซึมตามธรรมชาติเพื่อหลีกเลี่ยงการระเหยของความชุ่มชื้น
revivalabs.com
Unlock Perfect Absorption: The Ideal Skincare Application Order
Master the art of layering skincare for deeper absorption and visible results with this in‑depth guide to cleansers, serums, moisturizers, and sunscreen.
3. ข้อยกเว้นสำหรับ Retinol (Retinol & Dry Skin)
• LovelySkin. "Damp vs. dry skin: Should you apply skin care products on dry skin?" โดย Dr. Joel Schlessinger.
lovelyskin.com
Should you apply skin care products to damp or dry skin?
Find out whether skin care ingredients such as retinol and hyaluronic acid should be applied to damp or dry skin.
สาระน่ารู้
แนวคิด
สุขภาพ
2 บันทึก
6
6
2
6
6
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย