9 ม.ค. เวลา 07:07 • ข่าว

🎥เมื่อจริยธรรมสื่อกลายเป็นเพียงหน้ากาก และ PDPA กลายเป็นเกราะกำบังของขยะสังคม🗑️

ในวันที่วงการสื่อไทยตกต่ำจนถึงขีดสุด เราไม่ได้เห็นเพียงแค่การนำเสนอข่าวที่ไร้คุณภาพ แต่เรากำลังเห็นการฉกฉวยเอาข้อยกเว้นทางกฎหมายมาใช้เป็นใบเบิกทางในการละเมิดสิทธิและทำลายสติปัญญาของคนในชาติ หลายสำนักข่าวมีข้อยกเว้นตาม มาตรา 4(3) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ว่าตนได้รับยกเว้นในการประมวลผลข้อมูลเพื่อกิจการสื่อมวลชน
แต่สิ่งที่พวกเขานำเสนอ กลับมีเพียงเศษเสี้ยวของคำว่าจริยธรรมและประโยชน์สาธารณะ สื่อจำนวนมากเลือกที่จะขายวิญญาณให้แก่ยอดเอนเกจเมนต์ บิดเบือนคำพูดเพื่อสร้างความเกลียดชัง และทอดทิ้งภารกิจในการเชิดชูความดีงามหรือความสำเร็จของคนไทยที่ไปไกลระดับโลก เพียงเพราะมันขายไม่ได้เท่ากับข่าวปัญญาอ่อนรายวัน นี่คือความสิ้นหวังที่แท้จริง เมื่อผู้ที่ควรเป็นแสงสว่างกลับกลายเป็นหลุมดำที่กลืนกินอนาคตของชาติผ่านหน้าจอในมือเราทุกคน
1
1 วิกฤตการณ์จรรยาบรรณวิชาชีพและการมุ่งเน้นมูลค่าเชิงพาณิชย์ ปัจจุบันสื่อมวลชนไทยเผชิญกับสภาวะถดถอยทางจริยธรรมอย่างรุนแรง โดยเปลี่ยนบทบาทจากผู้คัดกรองข่าวสารที่มีคุณภาพไปสู่การเป็นผู้ผลิตเนื้อหาที่เน้นยอดการมีส่วนร่วมเป็นตัวตั้ง ส่งผลให้เกิดการนำเสนอข่าวสารที่ขาดการวิเคราะห์เชิงลึก ไร้สาระ หรือจงใจสร้างความขัดแย้งเพื่อดึงดูดกระแสสังคมมากกว่าการนำเสนอข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์
2 บทบาทของสื่อในฐานะเครื่องมือทางการเมืองและการบิดเบือนข้อเท็จจริง สื่อมวลชนกลายเป็นพื้นที่ในการสร้างความแตกแยกและบิดเบือนวาทกรรมทางการเมือง โดยให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่โจมตีบุคคลด้วยถ้อยคำที่ขาดความเหมาะสม ซึ่งพรรคการเมืองมักใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนนี้ในการสร้างกระแสข่าวสารที่ไร้แก่นสารแต่ได้พื้นที่สื่อตลอดทั้งวัน ส่งผลให้การถกเถียงเชิงนโยบายที่เป็นสาระสำคัญต่อประเทศถูกลดทอนความสำคัญลง
3 การละเลยภารกิจในการสร้างแรงบันดาลใจและแบบอย่างทางสังคม สื่อมวลชนส่วนใหญ่ละเลยการนำเสนอความสำเร็จของคนไทยในระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นงานวิชาการ นวัตกรรมการแพทย์ หรือความสำเร็จทางกีฬา เนื่องจากมองว่าเป็นเนื้อหาที่ขยับยอดการมีส่วนร่วมได้ยาก การขาดการนำเสนอต้นแบบที่สร้างสรรค์เหล่านี้ ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาค่านิยมของเยาวชน ซึ่งต่างจากประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่น ที่ใช้สื่อในการปลูกฝังอุดมการณ์และแรงบันดาลใจให้แก่พลเมืองรุ่นใหม่ผ่านผลงานเชิงสัญลักษณ์อย่างเป็นระบบ
4 ขอบเขตของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกับจริยธรรมสื่อมวลชน ตาม มาตรา 4(3) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ได้กำหนดข้อยกเว้นไม่ให้นำกฎหมายมาบังคับใช้กับกิจกรรมสื่อมวลชนที่ดำเนินการตามจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพหรือประโยชน์สาธารณะเท่านั้น หากสื่อมวลชนนำเสนอข่าวโดยปราศจากจริยธรรมหรือมุ่งเน้นเพียงผลประโยชน์ทางธุรกิจโดยละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ย่อมถือว่าขาดคุณสมบัติตามข้อยกเว้นดังกล่าว และต้องเข้าสู่กระบวนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ
5 ความสิ้นหวังเชิงโครงสร้างและการปฏิรูปสื่อในฐานะวาระแห่งชาติ ปัญหาของสื่อมวลชนไทยในปัจจุบันคือหนึ่งในอุปสรรคสำคัญของการพัฒนาประเทศที่หยั่งรากลึกกว่าปัญหาเชิงโครงสร้างกายภาพ เนื่องจากสื่อเป็นสิ่งที่แทรกซึมอยู่ในวิถีชีวิตของพลเมืองตลอดเวลา การปฏิรูปสื่อให้กลับมามีจรรยาบรรณและคุณภาพจึงเป็นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อให้สื่อมวลชนกลับมาทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลที่สร้างประโยชน์และสร้างสรรค์แรงขับเคลื่อนเชิงบวกให้แก่สังคมไทยอย่างแท้จริง
บทสรุป สื่อมวลชนหรือโรงงานผลิตขยะสังคม หากมาตรฐานการเป็นสื่อไทยในยุคนี้จะตกต่ำลงจนเหลือเพียงแค่การคอยดักฟังคนด่ากัน แล้วนำมาพาดหัวข่าวด้วย
เฟกนิวส์ หรือจงใจตัดทอนข้อความเพื่อให้เกิดประเด็นดราม่าเรียกยอดวิวไปวันๆ
ผมขอบอกตามตรงว่าคุณไม่จำเป็นต้องเรียกตัวเองว่าสื่อมวลชนอีกต่อไป
เพราะการละทิ้งหน้าที่ในการหาข้อมูลเชิงลึก การเลิกวิเคราะห์เนื้อหาที่เป็นสาระเพื่อป้อนแก่ประชาชน หรือแม้แต่การเพิกเฉยต่อการยกย่องบุคคลที่ทำประโยชน์ให้แก่ชาติเพียงเพราะมันไม่เรียกเอนเกจเมนต์นั้น คือการขายวิญญาณและจรรยาบรรณวิชาชีพทิ้งไปอย่างสมบูรณ์แล้ว
หากวันนี้คุณยังคงสนุกกับการปั่นกระแสบนความย่อยยับของสังคมและสติปัญญาของเยาวชนไทย โดยอ้างเพียงความอยู่รอดทางการค้า ก็อย่าเสียเวลาเรียกตัวเองว่าผู้ควบคุมทิศทางข่าวสารเลยครับ เพราะพฤติกรรมที่ทำอยู่นี้ไม่ใช่การเป็นสื่อ แต่คือการเป็นขยะทางข้อมูลที่รอวันถูกสังคมกวาดทิ้งเมื่อประชาชนเริ่มมีปัญญาปกป้องตัวเองได้จริงเสียที
#PDPA #จริยธรรมวิชาชีพ #ปฏิรูปสื่อไทย #กฎหมายสื่อ #PPเล่าเรื่องกฎหมาย

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา