13 ม.ค. เวลา 15:15 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

เครื่องบิน F-16 กับความแม่นยำเหนือ Fake News

“แม้เครื่องบินสมรรถนะสูง และยุทโธปกรณ์จะมีมูลค่าสูง แต่สิ่งที่มีคุณค่ามากยิ่งกว่าคือ นักบินและกำลังพล ผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้า ซึ่งประชาชนชาวไทยทั้งประเทศได้ฝากความหวัง และความเชื่อมั่นไว้ในการดูแลอธิปไตยที่หวงแหน และกำลังพลกองทัพอากาศ ไม่เคยทำให้คนไทยต้องผิดหวัง จากการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นและเป็นมืออาชีพ”
พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
"การปฏิบัติการทางทหารของไทยเป็นไปเพื่อป้องกันตนเอง และเป็นการป้องกันในเชิงรุก เพื่อควบคุมพื้นที่อธิปไตยไทยกลับคืนมา ตามด้วยการสถาปนาความมั่นคงในพื้นที่เหล่านั้น"
พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ
สวัสดีครับทุกท่าน พบกันอีกแล้ววันนี้ก็มีบทความทีอาจทำให้ท่านผู้อ่านคาใจบ้าง เพราะมีข่าวออกมาว่าเครื่องบินขับไล่ F-16 ทิ้งระเบิดใส่จนเกิดสระน้ำ ซึ่งมันเกิดวันไหนไม่เกิดดันมาเกิดตรงกับวันเดียวกับที่บิ๊กเล็กเยี่ยมชมเครื่องบินขับไล่ F-16 ที่ติดตั้งระเบิดนำวิถีประสิทธิภาพสูง ซึ่งเคยใช้งานจริงมาแล้วในการปะทะรอบที่ผ่านมา เรื่องนี้ข่าวใครจะทำให้คนไทยไขข้อสงสัยได้มากกว่ากัน ไปติดตามกันครับ
ในห้วงความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่ผ่านมา ปฏิบัติการทางอากาศของกองทัพไทยกลายเป็นจุดสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะกรณีที่สื่อโซเชียลในกัมพูชาได้เผยแพร่คลิปวิดีโอที่ทางช่องไทยรัฐทีวีนำมาเปิดเผยต่อซึ่งอ้างว่าเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศไทยได้ทิ้งระเบิดลงกลางนาของชาวบ้าน
บิ๊กเล็กขณะไปตรวจเยี่ยม F-16 ที่โคราช
จนทำให้เกิดหลุมขนาดใหญ่ซึ่งกลายเป็นสระน้ำ โดยในคลิปดังกล่าวปรากฏภาพชาวบ้านแสดงความรู้สึกกึ่งประชดประชันว่าเป็นผลพลอยได้ ที่ทำให้ได้สระน้ำไว้ใช้สอยฟรีๆ โดยไม่ต้องเสียแรงขุด พร้อมทั้งมีการนำเศษซากโลหะที่อ้างว่าเป็นชิ้นส่วนระเบิดจาก F-16 มาแสดงต่อหน้ากล้อง
ชาวกัมพูชาดีใจที่ใช้แหล่งน้ำจากการโจมตีทางอากาศ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงในมิติทางการทหาร ขีดความสามารถของ F-16 ของกองทัพอากาศไทยนั้นก้าวล้ำไปกว่าการทิ้งระเบิดแบบสุ่มเสี่ยงอย่างที่ถูกกล่าวหาไปทิ้งแล้วเกิดสระน้ำขึ้นมา โดยเมื่อวานนี้ "บิ๊กเล็ก"  พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมเครื่องบินขับไล่ F-16 ฝูงบิน 103 นามเรียกขาน Lightning ที่กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา
โดยเครื่องบินแบบดังกล่าวได้รับการเสริมสมรรถนะด้วยยุทโธปกรณ์ทันสมัย เช่น ระเบิดร่อน KGGB จากเกาหลีใต้ และชุดอุปกรณ์ติดระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ เมื่อเป็นเช่นนี้การเสริมชุดติดตั้งระเบิดใหม่เปรียบได้กับการนำเครื่องปรุงใหม่ๆมาเพิ่มในการทำครัว จนอาหารมีความอร่อยมากขึ้นตรงความต้องการ
ในขณะเดียวกันทางช่อง Sniper News ใน YouTube ระบุว่า กองทัพอากาศไทยมีความสามารถในการปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่แม่นยำสูง ผ่านเทคโนโลยีต่างๆ ดังนี้เช่น ระบบนำวิถีด้วยเลเซอร์ที่ทิ้งแล้วไม่ไปโดนพลเรือน เพราะในการปะทะที่ผ่านมาเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศไทย
โดยเฉพาะรุ่นที่ทันสมัยที่สุดอย่าง F-16MLU ฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลี มีการติดตั้งกระเปาะชี้เป้าแบบ Sniper เพื่อชี้เป้าด้วยเลเซอร์ไปยังตำแหน่งที่ต้องการอย่างเฉพาะเจาะจง จึงเป็นไปได้ยากที่จะสร้างหลุมแล้วเกิดสระน้ำในทุ่งนาตามที่ชาวบ้านกัมพูชาสร้างข่าวลือ
F-16 จากตาคลีลำที่บินโชว์วันเด็กลำนี้ไม่ธรรมดา เพราะเคยผ่านการรบกับกัมพูชามาแล้วทั้ง 2 รอบ
ในขณะเดียวกัน F-16 จากฝูงบิน 403 มีการติดตั้งชุดคิท  Lizard III จากอิสราเอลมาประกอบเข้ากับลูกระเบิดที่ไทยผลิตเอง เพื่อเปลี่ยนระเบิดธรรมดาให้กลายเป็นระเบิดนำวิถีที่มีค่าความคลาดเคลื่อน (Error) ต่ำมากในการโจมตีทางอากาศ
อันที่จริง Lizard III ไม่ใช่ลูกระเบิดในตัวมันเอง แต่เป็น "ชุดอุปกรณ์นำวิถี" จากบริษัท Elbit Systems ประเทศอิสราเอล ชุดอุปกรณ์นี้จะถูกนำมาติดตั้งเข้ากับ "ส่วนหัว" เพื่อนำวิถีด้วยเลเซอร์และ "ส่วนหาง" ปีกบังคับทิศทางของลูกระเบิดตระกูล Mk.ที่ไม่มีระบบนำวิถี เช่น Mk.82 ขนาด 500 ปอนด์ และ Mk.84 ขนาด 2,000 ปอนด์
ซึ่งการติดตั้งชุดคิดนี้ช่วยเปลี่ยนระเบิดธรรมดาให้กลายเป็นระเบิดนำวิถีที่มีความแม่นยำสูง ทำให้สามารถโจมตีเป้าหมายได้อย่างเฉพาะเจาะจงมากกว่าการทิ้งระเบิดแบบสุ่ม ดังนั้นจึงทำลายสิ่งก่อสร้างและเป้าหมายที่เป็นยานพาหนะได้อย่างแม่นยำดังที่กองทัพอากาศได้ชี้แจงตามสื่อมวลชนในการปะทะที่ผ่านมา
การทำงานต้องอาศัยการชี้เป้าด้วยเลเซอร์ไปยังตำแหน่งที่ต้องการโดยจะใช้เครื่องบินขับไล่ F-16MLU อีกลำหนึ่งที่ติดตั้งกระเปาะชี้เป้า Sniper หรือเพียงลำเดียวที่ติดตั้ง กระเปาะชี้เป้าแบบดังกล่าวเพื่อยิงลำแสงเลเซอร์ให้ระเบิดร่อนลงสู่เป้าหมายอย่างแม่นยำ ความแม่นยำนี้ช่วยให้กองทัพสามารถปฏิบัติการในพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับชุมชนได้โดยไม่สร้างผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะเยือนกองบิน 1 โคราชเมื่อวานนี้
อีกหนึ่งสมรรถนะที่โดดเด่นของ Lizard III คือความสามารถในการเจาะทะลวงบังเกอร์ โดยในปะทะ 5 วันเมื่อเดือนกรกฏาคมแลการปะทะ 20 วันเมื่อเดือนธันวาคมกับกัมพูชา กองทัพอากาศไทยได้มีการประกอบชุดนำวิถีนี้เข้ากับหัวรบพิเศษ เช่น BLU-109 จะสามารถเจาะบังเกอร์คอนกรีตที่มีความหนาได้ถึง 3 เมตร ทำให้เป้าหมายที่อยู่ภายในถูกทำลายลงอย่างเบ็ดเสร็จ แม้กระทั่งบังเกอร์ที่ทหารกัมพูชาไปสร้างบนเนิน 350 ก็ไม่รอดเพราะฝึมือของ F-16 ที่บินโดยนักบินกองทัพอากาศไทย
ไม่เพียงเท่านี้ยังมีระเบิดอีกแบบที่ F-16 ฝูงบิน 103 และฝูงบิน 403 ใช้งานได้ในการรบซึ่งผู้เขียนได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ ชุด คือ KGGB (Korea GPS Guided Bomb) จัดเป็นหนึ่งในอาวุธระดับ "Game Changer" ที่กองทัพอากาศไทยได้นำเข้าประจำการเมื่อปีค.ศ.2023 เพื่อยกระดับการโจมตีทางอากาศให้มีความแม่นยำและปลอดภัยยิ่งขึ้น
หัวใจสำคัญของ KGGB ไม่ใช่ตัวลูกระเบิดเช่นเดียวกับ Lizard III แต่เป็น "ชุดคิท" ที่พัฒนาโดยบริษัท LIG Next1 และหน่วยงานพัฒนาการป้องกันประเทศของเกาหลีใต้ ชุดคิทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อติดตั้งเข้ากับระเบิดไม่นำวิถี ขนาด 500 ปอนด์ รุ่น Mk.82 ที่กองทัพอากาศมีอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อติดตั้งแล้ว จะเปลี่ยนระเบิดทั่วไปให้กลายเป็นระเบิดนำวิถีที่มีความแม่นยำสูงทันที
จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของ KGGB คือการติดตั้งปีกแบบพับได้และชุดควบคุมส่วนท้าย เมื่อปล่อยจากเครื่องบิน F-16 ที่กำลังบินด้วยความเร็วและความสูงที่เหมาะสม KGGB จะสามารถนำระเบิด Mk.82 ร่อนไปโจมตีเป้าหมายได้ไกลถึง 103 กิโลเมตร ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจากระเบิดธรรมดาที่ทำระยะได้เพียง 2-3 กิโลเมตร
F-16 ฝูงบิน 403 ตาคลีถือว่าเป็นฝูงบิน F-16 ฝูงแรกและฝูงเดียวของกองทัพอากาศไทยที่มีการติดตั้งกระเปาะชี้เป้า Sniper
การโจมตีเช่นนี้จะทำให้ F-16 กลับมาลงที่กองบิน 1 โคราชได้ปลอดภัย เพราะมีระยะยิงที่ไกลเกิน 100 กิโลเมตร จึงช่วยให้เครื่องบิน F-16 สามารถปล่อยอาวุธได้จากนอกรัศมีระบบป้องกันภัยทางอากาศของศัตรู ตัวอย่างเช่น หากระบบป้องกันภัยทางอากาศของฝ่ายกัมพูชามีระยะยิง 70 กิโลเมตร เครื่องบินฝ่ายเราที่ใช้ KGGB จะสามารถทำลายเป้าหมายได้โดยไม่ต้องเสี่ยงบินเข้าไปในเขตอันตราย
KGGB ใช้ระบบนำวิถีร่วมกันระหว่าง GPS และ INS (Inertial Navigation System) มีระยะคลาดเคลื่อนจากเป้าหมายต่ำมาก กล่าวคืออยู่ในระดับต่ำกว่า 3 เมตร ไปจนถึง 7 เมตร เท่านั้น เปรียบเปรยได้ว่าจากเดิมที่รัศมีการทำลายในระดับสนามฟุตบอล จะกลายเป็นรัศมีระดับบ้าน 1 หลังตามเป้าที่กำหนดได้
จึงทำให้เป้าหมายกลายเป็นอาวุธยุทโธปกรณ์และสิ่งกอสร้างอย่างเช่นรถยิงจรวด BM-21 ปืนใหญ่ คลังแสงหรือแม้กระทั่งบังเกอร์ก็ถูกทำลาย โดยที่แรงระเบิดไม่ไปถูกบ้านเรือนประชาชนในฝั่งกัมพูชา ในกรณีที่สัญญาณ GPS ถูกรบกวนหรือถูก Jamming ระบบ INS จะใช้คอมพิวเตอร์ภายในคำนวณตำแหน่ง ความเร็ว และทิศทางอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ระเบิดยังคงพุ่งเข้าหาเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
เทคโนโลยีของ KGGB ช่วยให้นักบินสามารถป้อนพิกัดเป้าหมายก่อนปล่อยระเบิด เมื่อระเบิดถูกปล่อยออกไปแล้ว มันจะวิ่งเข้าหาเป้าหมายด้วยตัวเองเหมือนปลาฉลามที่เห็นปลาตัวหนึ่งที่ไร้ทางสู้เป็นเหยื่อทำให้นักบินสามารถยิงแล้วลืม และนำเครื่องบินกลับฐานได้ทันที ด้วยเหตุนี้จึงลดโอกาสการถูกตรวจจับและถูกโต้กลับจนเกิดการสูญเสีย
ปัจจุบันกองทัพอากาศไทยมีศักยภาพสูงในการทำสงคราม แม้จะเป็นฝ่ายปกป้องด้วย F-16
KGGB นั้นมีราคาถูกกว่าชุดคิท JDAM ของสหรัฐอเมริกาเกือบ 2 เท่า แต่ให้ประสิทธิภาพในแง่ของระยะยิงและการร่อนที่เหนือกว่าในบางด้าน ในการใช้งานร่วมกับเครื่องบินรบที่กองทัพอากาศไทยมีนอกเหนือจาก F-16 สามารถติดตั้งได้กับเครื่องบินหลากหลายรุ่นที่ใช้จุดติดตั้งมาตรฐาน NATO เช่น F-5 , T-50 , FA-50 และ Gripen
กองทัพอากาศไทยไม่ได้ใช้ระเบิดทิ้งลงไปจนเกิดสระน้ำในทุ่งนาตามที่ชาวบ้านกัมพูชานำไปปั่นข่าว กองทัพอากาศไทยใช้ F-16 โจมตีเฉพาะเป้าหมายทางทหารเท่านั้น ดังนั้นนี่ไม่ใช่เพียงการใช้อาวุธประหัตประหารซึ่งกันและกัน นี่จึงเป็นสงครามข่าวสารที่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างต้องสู้กันเพื่อหาข้อเท็จจริงมาตอบชาวโลกให้ได้ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Pennueng Sanguansin
Love Airplanes
KH Sim
Boon Rongket
สถาบันทิศทางไทย
Sniper News
ชูก้า-sugar
AroundConflict เรื่องรอบโลก
ข่าวเที่ยงไทยรัฐ
กองทัพอากาศไทย
ณภัทร รอดฤทธิ์
Kitties Sanguantongkam
CONTRHUST
เรียบเรียงโดย: ROOSTER
โฆษณา