20 ม.ค. เวลา 03:00 • ไลฟ์สไตล์

การจัดพอร์ตเกษียณแบบ Bucket Strategy

เมื่อพูดถึงการลงทุนหลังเกษียณ สิ่งที่นักลงทุนกังวลมากที่สุดไม่ใช่ผลตอบแทนระยะยาว แต่คือคำถามสำคัญที่ว่า จะมีเงินพอใช้ไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิตได้อย่างไร
Harold Evensky เสนอว่า ปัญหานี้ไม่ได้ควรแก้ด้วยการคาดการณ์ตลาด แต่ควรแก้ด้วยการจัดลำดับเวลาของเงินให้ชัดเจน เงินแต่ละก้อนมีหน้าที่ต่างกัน และไม่ควรถูกบังคับให้ทำหน้าที่เดียวกันทั้งหมด
จากแนวคิดนี้ จึงเกิดการแบ่งพอร์ตออกเป็นถัง หรือ Bucket Strategy ตามช่วงเวลาที่เงินจะถูกนำมาใช้
  • ​Bucket 1 : เงินเพื่อความมั่นคงในชีวิตประจำวัน
ถังแรก คือเงินที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในช่วงใกล้ตัว เป็นเงินที่ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายพื้นฐานของผู้เกษียณ
เงินในถังนี้ไม่ควรถูกตั้งความหวังเรื่องผลตอบแทน
บทบาทที่แท้จริงของมันคือ การรับประกันว่าชีวิตจะดำเนินต่อไปได้ ไม่ว่าตลาดจะเป็นอย่างไร
ด้วยเหตุนี้ สินทรัพย์ใน Bucket 1 จึงควรมีความผันผวนต่ำมาก เช่น เงินสด กองทุนตลาดเงิน หรือพันธบัตรระยะสั้น ที่อาจมีผลตอบแทนไม่สูงนัก แต่ให้สภาพคล่องที่สูงกว่า
Bucket 1 จึงเป็น “กันชนทางพฤติกรรม” เพราะเมื่อผู้เกษียณรู้ว่าอีก 1–2 ปีข้างหน้ามีเงินเพียงพอใช้จ่าย
โอกาสที่จะตื่นตระหนกและขายสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงตลาดตกต่ำจะลดลงอย่างมาก
  • ​Bucket 2 : เงินเชื่อมระหว่างความมั่นคงและการเติบโต
ถังที่สอง เป็นเงินที่ยังไม่ต้องใช้ทันที แต่จะถูกเรียกใช้งานในอนาคตอันใกล้ในช่วงเวลา 3–7 ปีถัดไป บทบาทของ ถังนี้ ไม่ใช่การเติบโตแบบหวือหวาแต่คือการทำหน้าที่เป็น “แหล่งเติม” ให้ Bucket 1 อย่างต่อเนื่อง
เมื่อเงินสดถูกใช้ไป เงินจาก Bucket 2 จะค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาแทน
ด้วยเหตุนี้ สินทรัพย์ใน Bucket 2 จึงควรมีความเสถียรในระดับที่สูงพอ เช่น ตราสารหนี้คุณภาพดี กองทุนผสมเชิงรับ หรือพอร์ตที่เน้นการรักษามูลค่า อาจมีหุ้นได้บ้าง แต่ไม่ควรเป็นสัดส่วนหลัก
ถังที่สองนี้จึงสะท้อนแนวคิดสำคัญว่าพอร์ตเกษียณไม่จำเป็นต้องแสวงหาผลตอบแทนสูงสุดในทุกช่วงเวลา แต่ต้องสร้างความต่อเนื่องของรายได้ให้ชีวิตหลังเกษียณดำเนินไปได้อย่างราบรื่น
  • ​Bucket 3 : เงินเพื่ออนาตค
แม้จะเกษียณแล้ว แต่ระยะเวลาการลงทุนของเงินบางส่วนอาจจะยังยาวนานไปอีก 10 ปี ถังที่สามนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อรองรับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง เงินในส่วนนี้ไม่ได้ใช้ในเร็ววัน และสามารถทนต่อความผันผวนได้มากกว่า
นี่คือถังที่รับบทบาทการเติบโต
หุ้น กองทุนหุ้นโลก หรือสินทรัพย์เสี่ยงที่มีศักยภาพในการเอาชนะเงินเฟ้อ ล้วนอยู่ในถังนี้ Evensky เน้นย้ำว่า หากตัด Bucket 3 ออกไป พอร์ตเกษียณอาจดูปลอดภัยในระยะสั้น แต่จะเปราะบางในระยะยาว เพราะเงินเฟ้อคือความเสี่ยงเงียบ ที่กัดกินกำลังซื้ออย่างช้า ๆ แต่ต่อเนื่อง
Bucket 3 จึงเป็นแหล่งพลังงานของพอร์ต เป็นเงินที่ทำหน้าที่ในการเติบโต เพื่อสนับสนุนชีวิตในช่วงปลายของการเกษียณ
# การไหลของเงิน: หัวใจของ Bucket Strategy
สิ่งที่ทำให้ Bucket Strategy แตกต่างจากการแบ่งสินทรัพย์ทั่วไป คือการยอมรับว่า เงินต้องมีความเคลื่อนไหวตามเวลา
เงินจะไหลจาก Bucket 3 → Bucket 2 → Bucket 1
ไม่ใช่เพราะการคาดเดาตลาด แต่เพราะการออกแบบล่วงหน้า ในช่วงตลาดดี เงินจาก Bucket 3 จะถูกนำมาลดความเสี่ยง ในช่วงตลาดแย่ Bucket 1 และ 2 จะช่วยซื้อเวลา ทำให้ไม่จำเป็นต้องขายสินทรัพย์เสี่ยงในจังหวะที่เลวร้าย
Bucket Strategy ของ Harold Evensky จึงไม่ใช่สูตรลัดของการหาผลตอบแทน แต่เป็นกรอบคิดที่ช่วยให้นักลงทุนจัดลำดับความสำคัญและสร้างพอร์ตที่สร้างเงินให้ใช้ได้จริงตลอดช่วงชีวิตหลังเกษียณ
โฆษณา