วันนี้ เวลา 03:00 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

กำเนิด Harrier: เรื่องราวการเดินทางจากแนวคิดปฏิวัติวงการสู่เครื่องบินขึ้นลงแนวดิ่งลำแรก

1. ความฝันที่ท้าทายรันเวย์
ลองจินตนาการถึงโลกที่เครื่องบินรบอันทรงพลังไม่จำเป็นต้องพึ่งพารันเวย์ที่ยาวและเปราะบางอีกต่อไป พวกมันสามารถปฏิบัติการได้จากทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นลานจอดรถในป่าลึก ดาดฟ้าเรือขนาดเล็ก หรือแม้กระทั่งพื้นที่ว่างกลางเมืองที่เสียหายจากสงคราม นี่ไม่ใช่เพียงแค่จินตนาการ แต่คือความฝันที่เป็นแรงผลักดันเบื้องหลังเทคโนโลยี VTOL (Vertical Take-Off and Landing) หรือการขึ้นลงในแนวดิ่ง ซึ่งเป็นแนวคิดที่มุ่งปฏิวัติวงการการบินทหารโดยสิ้นเชิง
เครื่องบิน Harrier คือผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและประสบความสำเร็จที่สุดของความฝันนั้น แต่กว่าจะมาเป็นเครื่องบินรบที่โดดเด่นและเป็นที่จดจำ เส้นทางของมันเต็มไปด้วยการทดลองที่ท้าทาย นวัตกรรมทางวิศวกรรมที่น่าทึ่ง และความพลิกผันทางการเมืองที่เกือบทำให้โครงการต้องยุติลง เรื่องราวต่อไปนี้จะพาท่านย้อนรอยการเดินทางอันยาวนาน ตั้งแต่เครื่องบินทดลองลำแรกสุด ไปจนถึงวันที่เครื่องบินปฏิบัติการลำแรกได้ถือกำเนิดขึ้น
การเดินทางครั้งประวัติศาสตร์นี้เริ่มต้นขึ้นจากเครื่องบินต้นแบบรหัส P.1127 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง
2. จุดประกายแห่งนวัตกรรม: P.1127 และเครื่องยนต์ Pegasus
ในปี 1959 รัฐบาลอังกฤษเริ่มให้ความสนใจอย่างจริงจังในการพัฒนาเครื่องบินโจมตีภาคพื้นดินที่สามารถขึ้นลงในแนวดิ่งได้ เพื่อตอบสนองความต้องการทางทหารในชื่อรหัส GOR.345 แต่แนวคิดที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้นี้กลับกลายเป็นจริงได้ด้วยหัวใจสำคัญเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือ เครื่องยนต์ Bristol Siddeley Pegasus
เครื่องยนต์ Pegasus ไม่ใช่แค่เครื่องยนต์เจ็ตธรรมดา แต่เป็นนวัตกรรมที่มาพร้อมหลักการทำงานอันชาญฉลาด ซึ่งเป็นกุญแจสู่การบินแบบ VTOL:
* การสร้างแรงขับมหาศาล: เครื่องยนต์ Pegasus รุ่นใหม่สามารถสร้างแรงขับได้สูงถึง 15,000 ปอนด์ (6,804 กิโลกรัม) ซึ่งมากพอที่จะยกตัวเครื่องบินทั้งลำขึ้นจากพื้นได้
* การปรับทิศทางแรงขับ (Vectored Thrust): ไอพ่นร้อนที่พ่นออกจากเครื่องยนต์สามารถถูกบังคับให้หมุนปรับทิศทางได้ผ่าน ท่อพ่นไอเสียสี่ท่อ (four nozzles) ที่ปรับหมุนได้ เมื่อท่อพ่นชี้ลงพื้น จะเกิดแรงยกให้เครื่องบินลอยตัวขึ้นในแนวดิ่ง และเมื่อหมุนไปด้านหลัง ก็จะเกิดแรงขับให้เครื่องบินพุ่งไปข้างหน้าเหมือนเครื่องบินทั่วไป
ความสำเร็จของเครื่องยนต์ Pegasus ได้รับความสนใจจาก NATO ซึ่งกำลังมองหาเครื่องบิน VTOL สำหรับข้อกำหนด NATO Basic Military Requirement 03-03 (NBMR-3) เช่นกัน อย่างไรก็ตาม เป็นที่ประจักษ์อย่างรวดเร็วว่าเครื่องบินต้นแบบ P.1127 รุ่นแรกยังมีสมรรถนะไม่ถึงเกณฑ์ที่ NATO ต้องการ ทำให้ต้องมีการพัฒนาและทดสอบในขั้นต่อไป
นี่คือจุดที่นำไปสู่การยกระดับเครื่องบินต้นแบบสู่เวทีการทดสอบระดับนานาชาติในชื่อใหม่ว่า "Kestrel"
3. สู่เวทีโลก: การทดสอบ Kestrel และฝูงบินไตรภาคี
Kestrel คือเครื่องบินที่พัฒนาต่อยอดมาจาก P.1127 เพื่อนำแนวคิด VTOL ไปสู่การทดสอบเชิงปฏิบัติการในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับการใช้งานจริงมากที่สุด เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ จึงได้มีการก่อตั้ง ฝูงบินทดสอบไตรภาคี (Tripartite Evaluation Squadron - TES) ขึ้น ซึ่งเป็นความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง 3 ชาติ ได้แก่ สหราชอาณาจักร, เยอรมนีตะวันตก และสหรัฐอเมริกา โดยมีการลงนามข้อตกลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 มกราคม 1963
ฝูงบิน TES ซึ่งมีฐานปฏิบัติการอยู่ที่ RAF West Raynham ในนอร์ฟอล์ก มีเป้าหมายหลักที่ยิ่งใหญ่กว่าแค่การทดสอบสมรรถนะของเครื่องบิน แต่คือการ "พัฒนาขั้นตอนการปฏิบัติการ" สำหรับเครื่องบินขับไล่ V/STOL ในสนามรบจริง การทดสอบอันเข้มข้นได้ให้บทเรียนสำคัญหลายประการ ซึ่งนำไปสู่การสร้างหลักนิยมใหม่:
* การปฏิบัติการจากพื้นที่ชั่วคราว: Kestrel ได้พิสูจน์ความสามารถในการขึ้นบินและลงจอดบนพื้นผิวที่หลากหลายนอกรันเวย์ปกติ ซึ่งเป็นหัวใจของแนวคิด VTOL แต่ภารกิจเหล่านี้ก็ได้เผยให้เห็นความท้าทายใหม่ นั่นคือไอพ่นความร้อนสูงจากเครื่องยนต์สามารถกัดกร่อนพื้นผิวดินหรือพื้นผิวที่ไม่ได้รับการเตรียมการ ทำให้เกิดร่องรอยที่ศัตรูสังเกตได้ง่ายและอาจสร้างความเสียหายแก่ตัวเครื่องบินเอง
* การพัฒนาเทคนิคการบิน STOVL: จากความท้าทายเรื่องการกัดกร่อนพื้นผิวและข้อจำกัดด้านน้ำหนักบรรทุก นักบินของฝูงบินได้พัฒนาและสร้างมาตรฐานเทคนิคการบินแบบใหม่ที่เรียกว่า STOVL (Short Take-Off and Vertical Landing) หรือ การขึ้นในระยะสั้นและลงจอดในแนวดิ่ง ซึ่งถูกมองว่าเป็นวิธีปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะการวิ่งขึ้นในระยะสั้นช่วยให้ปีกสร้างแรงยกเสริม ทำให้เครื่องบินสามารถบรรทุกอาวุธและเชื้อเพลิงได้มากกว่าการขึ้นในแนวดิ่งล้วนๆ
* การพิสูจน์แนวคิด: การทดสอบสิ้นสุดลงในเดือนพฤศจิกายน 1965 และได้พิสูจน์ให้โลกเห็นว่าแนวคิดเครื่องบินรบ VTOL นั้นสามารถใช้งานได้จริงและมีศักยภาพสูงในทางปฏิบัติ
ในขณะที่ Kestrel กำลังพิสูจน์ตัวเองบนเวทีโลก โครงการที่มีความทะเยอทะยานยิ่งกว่าก็ได้ถือกำเนิดขึ้นและกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญที่อาจตัดสินอนาคตของเครื่องบิน VTOL ทั้งหมด
4. ความฝันที่เหนือเสียง: โครงการ P.1154 และความท้าทายทางการเมือง
เป้าหมายที่แท้จริงและยิ่งใหญ่ที่สุดของบริษัท Hawker Siddeley คือโครงการ P.1154 ซึ่งเป็นเครื่องบิน VTOL ความเร็วเหนือเสียง (Supersonic) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อชิงชัยในโครงการ NBMR-3 ของ NATO และตอบสนองความต้องการของกองทัพอังกฤษ อย่างไรก็ตาม โครงการที่เต็มไปด้วยความหวังนี้ต้องเผชิญกับอุปสรรคใหญ่ทั้งทางด้านเทคนิคและการเมือง
- ความท้าทายทางเทคนิค
พัฒนาเครื่องยนต์ BS.100 ที่มีกำลังสูงและซับซ้อนกว่าเดิม พร้อมระบบสันดาปท้ายท่อ (Plenum Chamber Burning - PCB) เพื่อเพิ่มแรงขับมหาศาล
- ความท้าทายทางการเมืองและการทหาร
การแข่งขันที่ดุเดือดกับโครงการ Mirage IIIV ของฝรั่งเศสในเวที NATO ซึ่งมีปัจจัยด้านการแบ่งปันผลประโยชน์ในกลุ่มพันธมิตรเข้ามาเกี่ยวข้อง
- ความท้าทายทางเทคนิค
ออกแบบโครงสร้างเครื่องบินที่ต้องรองรับความเร็วเหนือเสียง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องคงความสามารถในการขึ้นลงแนวดิ่งไว้ได้
- ความท้าทายทางการเมืองและการทหาร
ความต้องการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างหน่วยงานของอังกฤษเอง: กองทัพอากาศ (RAF) ต้องการเครื่องบินขับไล่โจมตีภาคพื้นดิน 1 ที่นั่ง ในขณะที่ กองทัพเรือ (Royal Navy) ต้องการเครื่องบินสกัดกั้น 2 ที่นั่งที่ใช้เครื่องยนต์คู่แบบ Spey
ท้ายที่สุด ชะตากรรมของ P.1154 ก็มาถึงจุดจบ เมื่อรัฐบาลพรรคแรงงานของอังกฤษได้ประกาศ ยกเลิกโครงการในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 1965 โดยให้เหตุผลหลักด้านต้นทุนที่สูงเกินกว่าจะรับไหว ความฝันที่จะสร้างเครื่องบิน VTOL ความเร็วเหนือเสียงต้องพังทลายลง
แต่จากการล่มสลายของโครงการที่ยิ่งใหญ่นี้เอง ที่ได้เปิดทางให้กับการถือกำเนิดของเครื่องบินที่จะกลายเป็นตำนานบทใหม่ในหน้าประวัติศาสตร์การบิน
5. ถือกำเนิดจากเถ้าถ่าน: การมาถึงของ Harrier
การยกเลิกโครงการ P.1154 ที่ดูเหมือนจะเป็นหายนะ กลับกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่สำคัญ มันได้ปลดปล่อยทรัพยากรและเปิดทางให้เกิดการผลักดันแนวทางที่เป็นรูปธรรมและมีความเสี่ยงต่ำกว่า Harrier จึงไม่ใช่โครงการที่เริ่มต้นใหม่จากศูนย์ แต่เป็นการถือกำเนิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดย ผสมผสานระหว่างโครงสร้างของ P.1127/Kestrel ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว เข้ากับเทคโนโลยีและบทเรียนที่ได้รับจากการพัฒนาโครงการ P.1154
การปรับปรุงที่สำคัญซึ่งเปลี่ยนเครื่องบินทดลองให้กลายเป็นเครื่องบินรบที่น่าเกรงขามอย่าง Harrier GR.1 ได้แก่:
* เครื่องยนต์ Pegasus ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น: มีการนำเครื่องยนต์ Pegasus 6 มาใช้งาน ซึ่งให้แรงขับที่สูงขึ้นและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมเพื่อรองรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของยุทโธปกรณ์
* การปรับปรุงช่องรับอากาศ (Air Intakes): มีการออกแบบช่องรับอากาศใหม่ (ดังที่เห็นได้ชัดในเครื่องบินต้นแบบ XV276) โดยเพิ่มประตูขนาดเล็กที่จะ เปิดออกโดยอัตโนมัติ ขณะบินด้วยความเร็วต่ำหรือลอยตัวนิ่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดอากาศเข้าสู่เครื่องยนต์
* การติดตั้งระบบอาวุธเต็มรูปแบบ: Harrier ได้รับการติดตั้งจุดแขวนอาวุธใต้ปีก 4 ตำแหน่ง และใต้ลำตัวอีก 1 ตำแหน่ง สามารถบรรทุกยุทโธปกรณ์ได้สูงสุด 8,000 ปอนด์ (1,814 กิโลกรัม) และที่สำคัญคือมีการติดตั้งกระเปาะปืนใหญ่อากาศ Aden ขนาด 30 มม. สองกระบอก ไว้ใต้ลำตัว ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของเครื่องบินรุ่นนี้
ลำดับเหตุการณ์สำคัญได้ผลักดันให้ Harrier กลายเป็นความจริงอย่างรวดเร็ว:
* เมษายน 1965: เพียงไม่กี่เดือนหลังจากการยกเลิก P.1154 บริษัท Hawker Siddeley ก็ได้รับสัญญาในการสร้างเครื่องบิน Harrier รุ่นก่อนการผลิต (pre-production) จำนวน 6 ลำ
* ต้นปี 1967: กองทัพอากาศอังกฤษ (RAF) ได้ลงนามในสัญญาจัดหาเครื่องบิน Harrier GR.1 จำนวน 60 ลำ เพื่อเข้าประจำการเป็นครั้งแรก
"The Harrier had arrived."
จากความฝันที่ท้าทายรันเวย์ สู่เครื่องบินที่พร้อมทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจากทุกที่ทุกเวลา เครื่องบินแห่งตำนานได้ถือกำเนิดขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ
6. มรดกแห่งนวัตกรรมที่เปลี่ยนโลก
การเดินทางของ Harrier จากแนวคิดบนกระดาษสู่เครื่องบินปฏิบัติการลำแรก คือมหากาพย์แห่งความสำเร็จที่เกิดจากการเอาชนะอุปสรรคนานัปการ ไม่ว่าจะเป็นความท้าทายทางเทคโนโลยีในการสร้างเครื่องยนต์ปฏิวัติวงการ, ความซับซ้อนในการออกแบบเครื่องบินที่ไม่เหมือนใคร หรือแม้แต่อุปสรรคทางการเมืองที่เกือบจะดับฝันให้มอดไหม้ไปพร้อมกับการยกเลิกโครงการ P.1154
คุณค่าที่แท้จริงและเป็นมรดกที่สำคัญที่สุดของโครงการนี้ คือการเปลี่ยนแนวคิดที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นไปไม่ได้ ให้กลายเป็นเครื่องบินรบ VTOL ที่ใช้งานได้จริงลำแรกของโลก Harrier ไม่เพียงแต่เป็นความสำเร็จทางวิศวกรรม แต่ยังได้เปลี่ยนโฉมหน้าของยุทธวิธีการรบทางอากาศไปตลอดกาล พิสูจน์ให้เห็นว่าด้วยวิสัยทัศน์ ความกล้าหาญ และความมุ่งมั่น แม้แต่ความฝันที่จะท้าทายกฎเกณฑ์พื้นฐานที่สุดของการบินก็สามารถกลายเป็นความจริงได้
แหล่งที่มา : Military Aviation Air Power - Issue 3 Harrier - 20 November 2025
โฆษณา