17 ม.ค. เวลา 07:00 • สิ่งแวดล้อม

ปี 2025 มหาสมุทรดูดซับความร้อนมากที่สุดทุบตั้งแต่บันทึกมา ความร้อนทำน้ำขยายตัวดันน้ำทะเลพุ่งสูง

ข้อมูลจากการวิเคราะห์ระดับนานาชาติที่ตีพิมพ์ในวารสาร Advances in Atmospheric Sciences ระบุว่ามหาสมุทรทำหน้าที่เป็นแหล่งกักเก็บพลังงานส่วนเกินจากก๊าซเรือนกระจกมาอย่างยาวนาน และความร้อนที่สะสมเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมานี้กำลังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปทั่วทั้งโลกอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ โดยปริมาณความร้อนที่มหาสมุทรดูดซับไว้ในปี 2025 นั้นมีจำนวนมหาศาลถึงประมาณ 23 เซตตะจูล (Zetta Joules)
พลังงานจำนวนนี้เทียบเท่ากับปริมาณการใช้พลังงานปฐมภูมิของมนุษย์ทั่วโลกนานเกือบ 37 ปี เมื่อคำนวณจากอัตราการบริโภคพลังงานในปี 2023 หรือหากเปรียบเทียบในอีกแง่หนึ่ง พลังงานนี้มีค่ามากกว่า 200 เท่าของไฟฟ้าทั้งหมดที่มนุษย์ใช้ทั่วโลก
การทำลายสถิติในปี 2025 ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นวิกฤตการณ์ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยมหาสมุทรร้อนขึ้นต่อเนื่องจนทำลายสถิติติดต่อกันเป็นที่ 9 แล้ว
แม้ว่าอุณหภูมิของอากาศบนพื้นผิวโลกอาจมีความผันผวนขึ้นลงตามปัจจัยทางธรรมชาติในแต่ละปี แต่ปริมาณความร้อนในมหาสมุทรกลับมีทิศทางที่เพิ่มสูงขึ้นรวดเร็วนับตั้งแต่ทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมนุษย์ที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง
ความร้อนที่เพิ่มขึ้นในมหาสมุทรไม่ได้กระจายตัวอย่างเท่าเทียมกันทั่วโลก โดยในปี 2025 พื้นที่มหาสมุทรประมาณ 16% ได้สร้างสถิติความร้อนสูงสุดใหม่ในระดับท้องถิ่น สำหรับภูมิภาคที่เผชิญกับความร้อนรุนแรงอย่างเห็นได้ชัด ได้แก่ มหาสมุทรเขตร้อน มหาสมุทรแอตแลนติกใต้ มหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ และมหาสมุทรใต้ซึ่งอยู่ล้อมรอบทวีปแอนตาร์กติกา
พลังงานความร้อนที่สะสมอยู่นี้ เป็นเชื้อเพลิงสำคัญที่ขับเคลื่อนสภาพอากาศที่รุนแรงทั่วโลก เนื่องจากน้ำที่อุ่นขึ้นจะเพิ่มการระเหยและทำให้มีความชื้นในชั้นบรรยากาศมากขึ้น ส่งผลให้พายุหมุนเขตร้อนมีความรุนแรงขึ้นและมีปริมาณฝนที่ตกหนักกว่าปกติ สภาวะเหล่านี้ได้ส่งผลโดยตรงต่อการเกิดน้ำท่วมรุนแรงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงภัยแล้งที่ยาวนานขึ้นในตะวันออกกลาง และอุทกภัยในบางส่วนของเม็กซิโกและแถบแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ ที่เกิดขึ้นตลอดปี 2025
โฆษณา