1️⃣ คนสำคัญกว่างานเสมอ (People Before Performance)
ปี 2005 คือช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทั้งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และของ Cristiano Ronaldo ในขณะที่ทีมต้องการเขามากที่สุด พ่อของ Ronaldo ป่วยหนักและต้องการการดูแลจากครอบครัว
ในมุมมองเชิงธุรกิจ การขาด Key Player ในช่วงเวลาสำคัญคือความเสี่ยงโดยตรงต่อผลลัพธ์ ระยะสั้นอาจหมายถึงคะแนนที่หายไป รายได้ที่ลดลง หรือแรงกดดันจากแฟนบอลและบอร์ดบริหาร แต่การตัดสินใจของ Sir Alex กลับเรียบง่ายและเป็นมนุษย์อย่างยิ่ง
หนึ่งในความยิ่งใหญ่ที่ถูกพูดถึงน้อยที่สุดของ Sir Alex คือความสามารถในการสร้างทีมที่ “ชนะได้แม้ไม่มีใครขาดไม่ได้”
ตลอดอาชีพ เขากล้าปล่อยซูเปอร์สตาร์ระดับตำนาน ไม่ว่าจะเป็น David Beckham, Roy Keane, Ruud van Nistelrooy หรือแม้แต่ Cristiano Ronaldo ในวันที่หลายคนมองว่ายังใช้งานได้
* ทีมที่ผูกอนาคตไว้กับ Key Person ไม่กี่คน คือองค์กรที่เปราะบางที่สุด
Sir Alex เข้าใจดีว่า ทีมที่แข็งแรงต้องยืนได้ด้วย “ระบบ” ไม่ใช่ด้วย “ฮีโร่”
====
5️⃣ ผู้นำต้องรับแรงกดดันแทนทีม
Sir Alex ทำหน้าที่เป็น Shock Absorber ของทีมมาโดยตลอด เขาเชื่ออย่างลึกซึ้งว่า แรงกดดันคือสิ่งที่ทีมต้องเผชิญให้น้อยที่สุด เพื่อจะได้ทุ่มสมาธิไปที่ผลงานในสนามอย่างเต็มที่ ดังนั้นบทบาทสำคัญของเขา คือการยืนอยู่แนวหน้า รับแรงปะทะจากภายนอก แล้วแปลงมันให้กลายเป็นพลังภายในทีม
ตัวอย่าง ได้แก่
* หลังความพ่ายแพ้ใน Champions League Final ปี 2009 และ 2011 ต่อ Barcelona Sir Alex ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมาว่า “พวกเขาเป็นทีมที่ดีกว่าเราในวันนี้” โดยไม่โทษนักเตะคนใดคนหนึ่ง แม้จะถูกสื่อกดดันอย่างหนัก การยอมรับความจริงของเขา ช่วยปกป้องสภาพจิตใจของทีม และทำให้ห้องแต่งตัวไม่แตก
* กรณีแพ้ Manchester City 1–6 ที่ Old Trafford ในปี 2011 หนึ่งในผลการแข่งขันที่เจ็บปวดที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร Sir Alex เลือกออกมารับผิดชอบทั้งหมด โดยย้ำว่าเป็นความล้มเหลวในเชิงแทคติกของตัวเขาเอง ไม่ใช่ความผิดของนักเตะรายใดรายหนึ่ง ส่งผลให้ทีมฟื้นตัวได้เร็ว และกลับมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลถัดมา
* ฤดูกาล 2011/12 ที่พลาดแชมป์พรีเมียร์ลีกในวินาทีสุดท้าย แทนที่จะปล่อยให้ความผิดหวังกลายเป็นความแตกแยก Sir Alex เก็บแรงกดดันจากบอร์ดและสื่อไว้กับตัวเอง และใช้ช่วงปรีซีซันถัดมาในการรีเซ็ตพลังใจของทีม จนสามารถกลับมาคว้าแชมป์ได้ในฤดูกาลสุดท้ายก่อนเขาวางมือ
สิ่งที่ Sir Alex ทำอย่างสม่ำเสมอ คือ แยกสนามสื่อออกจากห้องแต่งตัว ภายนอกเขาอาจแข็งกร้าว ดุดัน และไม่ประนีประนอม แต่ภายในทีม เขานิ่ง ชัด และมั่นคง เพื่อให้ลูกทีมรับรู้เพียงสิ่งเดียวว่า หน้าที่ของคุณคือเล่นฟุตบอล ส่วนแรงกดดันทั้งหมด ผมจะจัดการเอง