21 ม.ค. เวลา 01:40 • ธุรกิจ

"กับดักค่าตัวแพง"

บทเรียนจากสงครามแย่งคนในยุค Talent War
ในทุกช่วงที่เศรษฐกิจหรืออุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งเข้าสู่ภาวะ “ขาขึ้น” ภาพเดิมที่มักเกิดซ้ำแทบไม่เคยเปลี่ยน คือการแข่งขันแย่งชิงคนเก่งอย่างดุเดือด หรือที่เราเรียกกันจนชินปากว่า Talent War

เงินทุนหลั่งไหล องค์กรขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป้าหมายทางธุรกิจถูกตั้งไว้สูงกว่าปกติ และสิ่งที่ขาดแคลนที่สุดกลับไม่ใช่ไอเดียหรือเทคโนโลยี แต่คือ “เวลา” ในการสร้างทีมให้พร้อมทันเกมการแข่งขัน
เมื่อเวลาเป็นศัตรู ทางลัดที่องค์กรจำนวนมากเลือกใช้ คือ “ใช้เงินซื้อความเร็ว” คือให้เงินเดือนที่สูงกว่าเรตตลาด 50–100% กลายเป็นอาวุธหลักในการดึงตัวคนเก่งจากคู่แข่ง เพื่อประกอบ “Dream Team” ให้เสร็จภายในระยะเวลาอันนั้น แทนที่จะค่อยๆ ปั้นคนจากภายใน
และสำหรับคนทำงาน ภาพนี้ดูเหมือนโอกาสทองที่ไม่ควรปล่อยผ่าน ค่าตอบแทนที่พุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด เส้นทางอาชีพที่เหมือนจะถูกเร่งให้เร็วขึ้นหลายปี และสถานะที่ดูโดดเด่นในตลาดแรงงาน แต่ในความหอมหวานของค่าตัวแพงนั้น กลับซ่อนกับดักที่หลายคนเพิ่งมองเห็น…ในวันที่วัฏจักรธุรกิจเปลี่ยนทิศ
====
"ยิ่งสูง ยิ่งหนาว” = สัจธรรมของการลดขนาดองค์กร
ประวัติศาสตร์ธุรกิจสอนเราซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ไม่มีช่วงขาขึ้นใดอยู่ตลอดไป ไม่ว่าจะเป็นยุค Dot Com, ยุค FinTech หรือยุคสตาร์ทอัพ–AI ในปัจจุบัน ทุกคลื่นย่อมมีวันอ่อนแรง
เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว เงินทุนเริ่มตึงมือ หรือฟองสบู่แตก สิ่งแรกที่องค์กรต้องทำเพื่อเอาตัวรอดคือ “ควบคุมต้นทุน” และปรับโครงสร้างให้เบาลงที่สุดเท่าที่จำเป็น
ในกระบวนการนี้ กลุ่มแรกที่มักตกเป็นเป้าหมายไม่ใช่พนักงานระดับปฏิบัติการ แต่คือ Talent ค่าตัวแพง ที่ถูกดึงเข้ามาในช่วงตลาดร้อนแรง
เหตุผลนั้นตรงไปตรงมาอย่างเจ็บปวด
1. การปลดพนักงานเงินเดือนสูงเพียงหนึ่งคน อาจลดต้นทุนได้เทียบเท่าการปลดพนักงานหลายตำแหน่งพร้อมกัน
2. ในยามวิกฤต องค์กรต้องการคนที่ “ลงมือทำงานหน้างานได้ทันที” มากกว่าบทบาทเชิงกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อการเติบโตระยะยาว
แต่ความเสี่ยงที่แท้จริงไม่ได้หยุดอยู่แค่การถูกเลิกจ้าง หากอยู่ที่ช่วงหลังจากนั้น "การกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานอีกครั้ง"
เมื่อฐานเงินเดือนของคุณล้ำหน้าเรตตลาดไปมาก การหาบทบาทใหม่ที่จ่ายเท่าเดิมในช่วงเศรษฐกิจขาลงแทบเป็นไปไม่ได้ หลายคนจึงต้องเลือกระหว่างการว่างงานยาวเพื่อรอ “ดีลระดับเดิม” หรือยอมลดค่าตัวลงอย่างเจ็บปวดเพื่อรักษาสภาพคล่องของชีวิต
====
เกม High Risk, High Return ที่ไม่ได้เหมาะกับทุกคน?
ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่า การรับข้อเสนอค่าตัวสูงเป็นเรื่องผิด เพราะในเชิงกลยุทธ์ นี่คือเกมแบบ High Risk, High Return อย่างแท้จริง
สำหรับบางคน เส้นทางนี้คือ “ทางด่วน” ที่ช่วยเร่งการสร้างฐานะ เก็บเงินก้อน หรือปลดหนี้ได้ภายในเวลาไม่กี่ปี สิ่งที่องค์กรอนุรักษนิยมอาจต้องใช้เวลาสิบปีให้สำเร็จ
แต่ทางด่วนย่อมมาพร้อมความเสี่ยงสูง ทั้งความไม่มั่นคง ความกดดันจากความคาดหวังที่สูงผิดปกติ และโอกาสถูกปรับโครงสร้างอย่างฉับพลันเมื่อแผนธุรกิจไม่เป็นไปตามคาด
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ ควรหรือไม่ควร แต่คือ คุณรู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังเล่นเกมอะไรอยู่
* หากคุณเป็นคนที่รับความเสี่ยงได้ อยู่ในช่วงชีวิตที่ไม่มีภาระสูง และมองค่าตัวแพงเป็นการแลกกับความไม่แน่นอน เกมนี้อาจเหมาะกับคุณ
* แต่หากคุณเผลอเชื่อว่าสถานการณ์ขาขึ้นจะคงอยู่ตลอดไป ความผิดพลาดนั้นอาจมีราคาที่แพงกว่าที่คิด และไม่ได้กระทบแค่รายได้ แต่กระทบทั้งจังหวะชีวิต
====
"กับดักใหญ่ที่สุด” = เมื่อรายได้โต แต่ความยืดหยุ่นหายไป?
ความเสี่ยงที่อันตรายกว่าการถูกเลิกจ้าง คือ Lifestyle Inflation หรือการปล่อยให้ไลฟ์สไตล์เติบโตตามรายได้อย่างไร้การควบคุม เช่น รถใหม่ บ้านหลังใหญ่ ภาระผ่อนระยะยาว และบัตรเครดิตเต็มวงเงิน ทำให้ชีวิตขาดความยืดหยุ่นทันที เมื่อรายได้สะดุดเพียงครั้งเดียว การตั้งหลักใหม่จะยากกว่าที่เคยเป็นหลายเท่า
สำหรับคนที่เลือกเส้นทางค่าตัวสูง บทเรียนพื้นฐานจึงควรชัดเจน
1. ใช้ชีวิตด้วยมาตรฐานรายได้เดิม และมองรายได้ส่วนเพิ่มเป็น “ค่าความเสี่ยง” ที่ต้องเก็บสำรอง ไม่ใช่รายได้ประจำถาวร
2. สร้างเงินสำรองมากกว่าคนทั่วไป เพราะตำแหน่งเงินเดือนสูงใช้เวลาหางานนานกว่าเสมอ
3. หลีกเลี่ยงการสร้างหนี้ระยะยาวบนรายได้ที่ผันผวน เพราะนั่นคือการเดิมพันอนาคตด้วยตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้
====
ดังนั้น รู้เท่าทันวัฏจักร ก่อนวัฏจักรจะเล่นงานเรา
โลกธุรกิจหมุนเป็นวงกลมเสมอ เมื่อเศรษฐกิจดี บริษัทเจ้าบุญทุ่มจะกลับมา และเมื่อเศรษฐกิจเปลี่ยน พวกเขาก็อาจหายไปอย่างรวดเร็ว
ไม่มีใครห้ามคุณคว้าโอกาสค่าตัวแพง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการคว้ามันด้วยวิจารณญาณและความไม่ประมาท รู้ว่ารายได้ที่สูงขึ้นนั้นแลกมากับความเสี่ยงระดับใด
เงินเดือนที่สูงไม่ได้สะท้อนความสามารถเพียงอย่างเดียว หากคือ Risk Premium ที่ตลาดจ่ายให้ล่วงหน้า หน้าที่ของคนทำงานคือบริหารความเสี่ยงนั้นให้คุ้มค่า ก่อนที่วัฏจักรจะหมุนกลับมาที่จุดเดิมอีกครั้ง
เพราะในระยะยาว อาชีพที่ยั่งยืนไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขบนสลิปเงินเดือนในปีที่ดีที่สุด แต่วัดกันที่ความสามารถในการยืนอยู่ได้…ในวันที่เกมไม่เป็นใจ
#วันละเรื่องสองเรื่อง
#TalentWar
#CareerStrategy
#HighRiskHighReturn
#FinancialResilience
โฆษณา