13 มี.ค. เวลา 05:46 • สิ่งแวดล้อม

สวนป่าวนเกษตร : ลดภาษีที่ดิน พร้อมสร้างคาร์บอนเครดิต

ในยุคที่ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกลายเป็นต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เจ้าของที่ดินจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามใหม่ว่าจะถือครองที่ดินอย่างไรให้ไม่เป็นภาระ และยังสร้างคุณค่าในระยะยาวได้ คำตอบหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นคือ การทำสวนป่าวนเกษตร ซึ่งไม่เพียงช่วยลดภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยังช่วยเปลี่ยนแปลงผืนดินให้เป็นแหล่งอาหาร แหล่งทุนธรรมชาติ และแม้กระทั่งแหล่งรายได้จากคาร์บอนเครดิตอีกด้วย
เป็นการออกแบบความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างมนุษย์กับที่ดิน ภายใต้แนวคิด การคืนพื้นที่ให้ธรรมชาติได้ฟื้นตัว พร้อมกับการที่มนุษย์เรียนรู้จะอยู่ร่วมกับระบบนิเวศอย่างถ่อมตนและยั่งยืน
# วนเกษตร คืออะไร
วนเกษตร ( Agroforestry ) คือรูปแบบการทำเกษตรที่จัดสรรพื้นที่ใช้งานแบบผสมผสานให้ใกล้เคียงกับระบบนิเวศป่าธรรมชาติ(ดั้งเดิม)มากที่สุด โดยเป็นการผสมผสานทั้ง การปลูกพืชหลายชั้น ทั้งไม้ยืนต้น ไม้ผล พืชอาหาร พืชคลุมดิน และการเลี้ยงสัตว์ การทำประมง ไม่ใช่แค่การปลูกพืชเชิงเดี่ยวแบบดั้งเดิม แต่เป็นการเพิ่มความหลากหลายของพืชและสัตว์ เพื่อให้เกิดการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน โดยมีจุดมุ่งหมายในการสร้างสมดุลต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะนำผลดีกลับคืนสู่เศรษฐกิจและ สังคมในระยะยาวต่อไป
  • ​การออกแบบพื้นที่แนวตั้ง : ป่า 4 ระดับ
โครงสร้างแนวตั้งคือหัวใจของสวนป่าที่เลียนแบบธรรมชาติ โดยมีไม้ 4 ระดับ คือ
  • 1.
    ​ไม้เรือนยอด – ไม้เศรษฐกิจที่ปลูกระยะยาวเพื่อเอาเนื้อไม้ไว้ใช้สอย เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ให้ร่มเงา ลดความร้อน
  • 2.
    ​ไม้ชั้นกลาง – ไม้พุ่มสูง ไม้ผล ที่มีผลผลิตเป็นอาหารและสร้างรายได้ประจำในทุกๆปี
  • 3.
    ​ไม้พุ่มเตี้ย/สมุนไพร – พืชผักสวนครัวที่ใช้กิน ใช้เป็นยารักษาโรค
  • 4.
    ​พืชคลุมดิน – ปกคลุมหน้าดินเพื่อรักษาความชุ่มชื้น เพิ่มจุลินทรีย์และสิ่งมีชิวิตเล็กๆในผืนดิน
ผลที่ได้จากการจัดการสวนวนเกษตรแบบนี้คือ การที่สังคมพืชหลายระดับเกิดการพึ่งพาอาศัยกัน มีการหมุนเวียนวัฏจักรธาตุอาหาร ทำให้พืชสมบูรณ์ตามธรรมชาติ ลดค่าใช้จ่ายการดูแลของเราลง
  • ​การออกแบบพื้นที่แนวนอน
แทนการปรับพื้นที่ให้ราบเรียบ สวนป่าที่ดีควรมีความเข้าใจภูมิประเทศดั้งเดิม เพื่อปรับแต่งพื้นที่ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมตามจริง โดยแบ่งเป็น 3 โซนหลัก
1. พื้นที่ชุ่มน้ำ / ที่ลุ่มต่ำ
เป็นพื้นที่รับน้ำฝน หรือ น้ำหลาก ทำหน้าที่เก็บน้ำในฤดูฝนไว้ใช้ในฤดูแล้ง จึงเหมาะสำหรับปลูกพืชน้ำเช่น กก, บัว หรือ ไม้ริมตลิ่งเช่น จิกน้ำ ลำพู หว้า มะเดื่อ มะพร้าว หวาย
2. พื้นที่ราบ
เหมาะสำหรับปลูกไม้ผล หรือ ไม้ทนน้ำขังชั่วครั้งคราว เช่น ยางนา ตะเคียน สมอพิเภก มะริด กันเกรา
3. พื้นที่ดอน/เนิน
พื้นที่สำหรับปลูกไม้ยืนต้น ไม้ป่าพื้นถิ่นที่ทนแล้ง เช่น พะยูง สัก มะค่าโมง พยอม ชิงชัน แดง สาธร เป็นต้น เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการน้ำ
การจัดพื้นที่แบบนี้ช่วยในการจัดการน้ำ ลดปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง ลดค่าใช้จ่ายในการปรับพื้นที่ของเราลง
# ลดภาษีที่ดินได้อย่างไร
ตาม พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 ที่ดินรกร้าง จะเสียภาษีในอัตรา 0.3% - 0.7% และมีการเก็บเพิ่มในอัตรา 0.3% ทุกๆ 3ปี จนถึงเพดานสูงสุดที่ 3%
แต่หากเป็นที่ดินที่ใช้เพื่อเกษตรกรรม จะเสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่ามาก และได้รับการยกเว้นภาษีหากมูลค่าที่ดินไม่เกิน 50 ล้านบาท ซึ่งสวนป่าวนเกษตรนั้นสามารถเข้าข่ายเป็นพื้นที่เกษตรกรรมได้
  • ​ขั้นตอนขึ้นทะเบียนโดยสรุป
  • 1.
    ​ปลูกพืชเศรษฐกิจให้ได้จำนวนตามหลักเกณฑ์ ซึ่งสวนป่าจะใช้เกณฑ์ พืชกลุ่มให้เนื้อไม้ 30ต้น/ไร่
  • 2.
    ​เตรียมเอกสาร: โฉนด ภาพถ่าย ผังพื้นที่
  • 3.
    ​แจ้งการใช้ประโยชน์ต่อ อบต./เทศบาล
  • 4.
    ​เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ → จัดประเภทเป็นเกษตรกรรม
# ผลพลอยได้จาก Carbon credit
สำหรับเกษตรกรหรือเจ้าของสวนป่ารายย่อย ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดคาร์บอนโดยตรงผ่านระบบมาตรฐานอย่าง T‑VER ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ( อบก.) อาจมีต้นทุนและความซับซ้อนที่ค่อนข้างสูง
ทางเลือกที่ง่ายและเข้าถึงได้มากกว่า คือการเริ่มต้นผ่านโครงการ BAAC Carbon Credit (ธ.ก.ส.) ซึ่งจะช่วยให้เราไม่ต้องจัดทำโครงการคาร์บอนเครดิตเองทั้งหมด ช่วยลดภาระต้นทุนการตรวจวัดและการรับรอง
  • ​จุดเด่นของแนวทางนี้
​✔ เหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็ก–กลาง : รายละ 10 ไร่ขึ้นไป และ ควรรวมกลุ่มธนาคารต้นไม้ใกล้เคียงให้ได้พื้นที่ มากกว่า 300ไร่
✔ ไม่ต้องแบกรับค่าตรวจประเมินเต็มจำนวน : ธ.ก.ส. เป็นผู้สำรองจ่ายค่าประเมินให้ก่อน แล้วจึงค่อยหักคืนเมื่อขายคาร์บอนเครดิตได้
✔ ใช้สวนป่าที่มีอยู่แล้ว ไม่ต้องปลูกใหม่ทั้งหมด
✔ คาร์บอนเครดิตเป็นรายได้เสริม ไม่เพิ่มภาระการจัดการมากนัก
# Rewilding : จากสวนป่าเพื่อลดภาษี สู่สวนที่ฟื้นคืนธรรมชาติ
จะดีกว่าไหม หากสวนป่าที่เราปลูกขึ้นมานั้น ไม่ใช่ได้ประโยชน์เพียงแค่ตัวเราแต่ผู้เดียว แต่เป็นการฟื้นฟูธรรมชาติรอบตัว ให้สิ่งมีชิวิตต่างๆได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันไปด้วย
Rewilding คือการถอยบทบาทมนุษย์จากผู้ควบคุม มาเป็นผู้ดูแล ลดการแทรกแซงที่ไม่จำเป็นลง โดยเราต้องยอมรับในความไม่เป็นระเบียบของระบบนิเวศ เปิดพื้นที่ให้ธรรมชาติได้เติบโต ฟื้นฟูตนเอง
สวนป่าที่ Rewilding อย่างแท้จริงจะช่วยให้ความหลากหลายทางชีวภาพเพิ่มขึ้น คุณภาพดินดีขึ้น ซึ่งส่งผลให้ต้นไม้ที่เราปลูกเติบโตได้ดีขึ้นตามมา เกิดเป็นระบบนิเวศที่ยั่งยืนในที่สุด
# สวนป่าในฐานะ "ทุนธรรมชาติ "
ท้ายที่สุด ไม่ว่าประเด็นจะเริ่มต้นจากภาษีที่ดิน รายได้ หรือคาร์บอนเครดิต สิ่งที่สวนป่าวนเกษตรกำลังชี้ให้เห็นคือความจริงที่สำคัญกว่านั้น นั่นคือ ธรรมชาติไม่ใช่ต้นทุนที่ต้องลด แต่คือรากฐานที่ต้องฟื้นคืน
เมื่อเราฟื้นผืนดิน ระบบนิเวศจะค่อย ๆ ฟื้นตัว และเมื่อระบบนิเวศฟื้น ความมั่นคงของชีวิตก็จะตามมาอย่างเป็นธรรมชาติ นี่คือเหตุผลที่สวนป่าไม่ใช่เพียงคำตอบเชิงเทคนิค แต่เป็นคำตอบเชิงทิศทางว่า เราควรเดินไปสู่อนาคตแบบใด
โฆษณา