Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
YAJAI
•
ติดตาม
22 ม.ค. เวลา 05:05 • ปรัชญา
ทำไมบางครั้งการทำดีก็ควรพิจารณาให้ดี
กาลครั้งหนึ่ง มีสองอาณาจักรกัดกันไม่เลิก
จับเชลยของกันและกัน บางคนได้กลับบ้าน บางคนถูกใช้จนหมดสภาพ
วันหนึ่ง ฝ่ายหนึ่งออกกฎหมายง่าย ๆ
“ใครพาคนของเรากลับมาได้ รับรางวัล”
พ่อค้าหลายคนจึงข้ามแดน
ซื้อเชลยกลับมา
ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งหน้า ได้ทั้งคำชม
เชลยรอด พ่อค้าไม่ขาดทุน ระบบเดินต่อ
จนมีชายคนหนึ่งโผล่มา
เขาก็ซื้อเชลยกลับมาเหมือนกัน
แต่ประกาศตัวเสียงดังว่า
“ข้าไม่รับรางวัล”
เงินทั้งหมด เขาคืนให้รัฐ
ภาพลักษณ์สะอาด บริสุทธิ์ สูงส่ง
ถามว่า คนทั่วไปคิดยังไง
ก็คิดแบบที่มนุษย์ชอบคิด
“คนดี”
“มีคุณธรรม”
“ไม่เห็นแก่ตัว”
นี่แหละ นิยามความดีที่ไม่เคยมองผลลัพธ์
ชายคนนั้นกลับไปหาอาจารย์
เล่าเรื่องด้วยความภูมิใจ
รอคำชม รอการยกย่อง
อาจารย์ฟังจบ
ไม่พูดอะไร
ตบหน้าไปสองที
ศิษย์งง
งงแบบจริงจัง
ช่วยคน ไม่เอาเงิน ผิดตรงไหน
อาจารย์ตอบสั้น ๆ
กฎหมายนี้ตั้งขึ้นเพื่ออะไร
เพื่อให้คนกล้าเสียเงิน
เพื่อให้คนรู้สึกว่า “ช่วยคนแล้วไม่โง่”
แต่พอมีใครทำตัวเป็นนักบุญ
สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความดีเพิ่ม
แต่คือความลังเลของคนอื่น
จากนี้ไป
ใครไถ่เชลยแล้วรับรางวัล
จะเริ่มรู้สึกผิด
เหมือนช่วยเพราะเงิน
เหมือนใจไม่สะอาด
ความดีถูกยกระดับ
จนคนธรรมดาเอื้อมไม่ถึง
ผลคืออะไร
คนที่เคยช่วย ก็เริ่มถอย
ช่วยแล้วเสียเงิน
ยังเสียภาพลักษณ์อีก
ขาดทุนสองชั้น ใครจะเอา
พอไม่มีใครไปไถ่เชลย
เชลยก็ไม่ได้กลับบ้าน
แค่ถูกใช้ต่อ
ทรมานต่อ
ตายไปเงียบ ๆ
ตรงนี้แหละที่อาจารย์ตบหน้า
ไม่ใช่เพราะศิษย์เลว
แต่เพราะศิษย์ เอาความดีของตัวเองไปขวางความรอดของคนอื่น
ความดีที่ไม่ดูโครงสร้าง
ไม่ดูผลกระทบ
ไม่ดูว่าคนอื่นยังกล้าทำต่อไหม
ไม่ใช่ความดี
มันคือความพอใจในภาพลักษณ์ตัวเอง
“สิ่งที่เราคิดว่า ‘ดี’ อาจไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อผู้คนจริง ๆ
และ สิ่งที่เราคิดว่า ‘ชั่ว’ อาจไม่ได้ทำลายชีวิตเสมอไป”
ปรัชญา
จิตวิทยา
พัฒนาตัวเอง
1 บันทึก
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย