Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กุ้ยหลิน
•
ติดตาม
22 ม.ค. เวลา 10:30 • ประวัติศาสตร์
ความฝันในหอแดง 65 ฝากเป่าวี่กับสีเหยิน
สีเหยินกลับมาถึงเห็นเป่าวี่นอนสะลึมสะลือครึ่งหลับครึ่งตื่น จึงออกจากห้องไปอาบน้ำหวีผม เป่าวี่เคลิ้มหลับอยู่บนเตียง รู้สึกสะโพกปวดร้าวราวมีเข็มทิ่มมีดคว้านอยู่ ร้อนรุ่มดังมีไฟนาบ พยายามขยับตัวเปลี่ยนอิริยาบถ อดไม่ได้ต้องร้อง “ไอ้หยา” ขณะนี้ฟ้าเริ่มค่ำ สีเหยินไม่อยู่มีเพียงเด็กรับใช้สองสามคน เป่าวี่เห็นว่าไม่น่ามีอะไรเรียกใช้ จึงบอกว่า
“พวกเจ้าไปอาบน้ำหวีผม ไว้ข้าเรียกจึงค่อยมา”
พวกเด็กรับใช้จึงถอยออกไป
เป่าวี่หลับอยู่ในภวังค์ เห็นเจี่ยงวี่หาน 蒋玉函 (ฉีกวน) มาบอกว่าตนถูกจับตัวไปยังจวนจงซุ่น 忠顺府 แล้วก็เห็นจินช่วนเอ๋อ 金钏儿 เข้ามาร้องไห้เล่าให้ฟังถึงเหตุที่ต้องไปโดดบ่อ เป่าวี่ครึ่งหลับครึ่งตื่นไม่รู้สติ พลันมีคนมาเขย่าตัว ได้ยินเสียงคร่ำครวญ เป่าวี่ฟื้นตื่น ลืมตามาเห็นไต้วี่ ยังไม่แน่ใจว่าฝันอยู่ ยันกายขึ้นเพ่งดูหน้าเห็นสองตานางบวมดังผลท้อ หยาดน้ำตาทอประกายทั่วใบหน้า ไม่ใช่ไต้วี่แล้วจะเป็นผู้ใด
เป่าวี่ใคร่เพ่งมองต่อ แต่ท่อนล่างเจ็บจนทนไม่ไหว ร้อง “ไอ้หยา” แล้วล้มตัวนอนดังเก่า ถอนหายใจว่า
“เจ้ามาทำไมอีก พระอาทิตย์เพิ่งตก พื้นดินยังร้อนระอุ หากเป็นลมแดดจะทำอย่างไร ถึงข้าจะถูกโบยก็ไม่เจ็บอะไรมาก ที่เห็นอยู่ข้าแกล้งทำตบตาผู้อื่น จะได้ลือไปถึงหูท่านพ่อ ที่จริงเสแสร้ง เจ้าอย่าได้เชื่อว่าเป็นจริง”
ไต้วี่แม้ตอนนี้ไม่ได้ร้องไห้คร่ำครวญ แต่ยังคงหลั่งน้ำตาไร้สุ้มเสียง จุกอกหายใจไม่สะดวก ยิ่งแย่ไปกว่าเก่า ได้ฟังคำพูดนี้ของเป่าวี่ ในใจมีคำพูดนับหมื่นแต่มิอาจเอ่ยแม้ครึ่งคำ ผ่านไปครึ่งวันจึงสะอึกสะอื้นว่า
“จากนี้ไปเจ้าควรกลับตัวใหม่”
เป่าวี่ถอนหายใจยาวว่า “เจ้าวางใจ อย่าได้กล่าวเช่นนี้ ถึงข้าตายไปเพื่อคนเหล่านี้ ก็ยินยอมพร้อมใจ”
นอกห้องมีเสียงคนแจ้งว่า “คุณนายรองมาแล้ว”
ไต้วี่รู้ว่าพี่เฟิ่งมา รีบลุกขึ้นว่า
“ข้าจะออกทางหลังบ้าน ไว้ค่อยมาใหม่”
เป่าวี่รั้งนางไว้ว่า “แปลกจริง อยู่ดีดี เหตุใดถึงกลัวนาง”
ไต้วี่ร้อนใจกระทืบเท้ากล่าวว่า
“เจ้าดูลูกตาข้า ควรให้พวกเขาเอาไปล้อเล่นไหม”
เป่าวี่ได้ฟังจึงรีบปล่อยมือ
ไต้วี่สามก้าวย่างเป็นสองอ้อมเตียงออกหลังบ้านไป พี่เฟิ่งเข้ามาทางด้านหน้าถามเป่าวี่ว่า
“ดีขึ้นบ้างไหม อยากกินอะไร ให้คนไปเอาที่เรือนข้า”
แม่น้าเซวียตามติดมา สักพักแม่เฒ่าเจี่ยก็ส่งคนมาเยี่ยม
ถึงยามตามตะเกียง เป่าวี่ดื่มน้ำแกงไปสองถ้วยแล้วสะลึมสะลือหลับไป ถัดไปภรรยาของโจวยุ่ย 周瑞媳妇 ภรรยาอู๋ซินเติง 吴新登媳妇 ภรรยาเจิ้งเห่าสือ 郑好时媳妇 ที่ไปมาหาสู่กันมานาน รู้ข่าวเป่าวี่ถูกโบย ก็พากันมาเยี่ยม สีเหยินรีบออกมาต้อนรับ ยิ้มว่า
“พวกพี่สะใภ้มาช้าไปหน่อยหนึ่ง นายรองเพิ่งหลับไป”
ว่าแล้ว ก็เชิญไปนั่งดื่มชาที่อีกห้องกันสักพัก เหล่าภรรยาก็บอกสีเหยินว่า
“รอนายรองตื่นแล้ว ท่านช่วยบอกว่าพวกเรามาเยี่ยม”
สีเหยินรับคำ แล้วไปส่งพวกนางกลับ
พอกลับมาก็เห็นแม่บ้านชราที่หวางฮูหยินส่งมาบอกว่า
“ไท่ไท่ให้ตามสาวใช้ที่ดูแลนายรองคนหนึ่งไปพบ”
สีเหยินตรองอยู่ครู่หนึ่งจึงหันมาบอกพวกฉิงเหวิน เส้อเยว่ ชิวเหวินว่า
“ไท่ไท่ให้คนไปพบ พวกเจ้าอยู่คอยดูแลเรือนนี้ ข้าไปแล้วเดี๋ยวมา”
กล่าวจบ ตามยายเฒ่าออกจากอุทยานมายังเรือนใหญ่
หวางฮูหยินโบกพัดใบตองนั่งรับลมอยู่บนตั่ง พอเห็นสีเหยินก็กล่าวว่า
“เจ้าให้ใครมาก็ได้ เจ้าทิ้งเขาเอาไว้แล้วใครอยู่ดูแล”
สีเหยินรีบยิ้มตอบว่า “นายรองเพิ่งหลับไป ยังมีสาวใช้สี่ห้าคน บัดนี้รู้งานแล้ว คอยอยู่ดูแล ไท่ไท่โปรดวางใจ เกรงว่าไท่ไท่มีเรื่องสำคัญจะสั่ง หากให้พวกนางมาแล้วฟังไม่ชัดเจนอาจเกิดข้อผิดพลาด”
หวางฮูหยินว่า “ก็ไม่ได้มีเรื่องสำคัญอันใด อยากถามดูว่าที่เจ็บตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง”
สีเหยินว่า “คุณหนูเป่านำยามาให้ข้าทาให้นายรอง อาการดีขึ้นกว่าก่อนหน้า ตอนแรกปวดจนนอนไม่ได้ ตอนนี้หลับได้สนิท เห็นได้ว่าดีขึ้น”
หวางฮูหยินถามอีกว่า “กินอะไรได้บ้างหรือยัง”
สีเหยินว่า “เหล่าไท่ไท่ส่งน้ำแกงมาให้ชามหนึ่ง ดื่มไปได้สองคำ ก็ร้องว่าคอแห้ง อยากดื่มน้ำบ๊วยเปรี้ยว 酸梅汤 ข้าเห็นว่าบ๊วยเปรี้ยวเป็นยาสมาน เพิ่งถูกโบยมา ห้ามร้องตะโกน พิษร้อนและเลือดร้อนยังคงคั่งอยู่ภายใน หากกินเข้าไปจะกระตุ้นให้เกิดเจ็บไข้ ข้าจำต้องเตือนอยู่ครึ่งค่อนวันจึงยอมเลิกถามหา เปลี่ยนเป็นน้ำยากุหลาบเติมน้ำตาลกินแทนได้ครึ่งชามเล็ก แต่ก็ติว่าจืดชืดไม่หอมหวาน”
หวางฮูหยินว่า “ไอ้หยา เจ้าไม่มาบอกข้าก่อน วันก่อนมีคนส่งน้ำค้างหอม 香露 (เซียงลู่) มาให้หลายขวด เดิมว่าจะให้ไปชิมก็กลัวทำเสียของจึงไม่ได้ให้ไป เมื่อเขาว่าน้ำยากุหลาบจืดชืด ก็เอาไปสักสองสามขวด หนึ่งช้อนชาผสมน้ำหนึ่งชาม ก็หอมเหลือเกินแล้ว”
แล้วสั่งให้ไฉ่หยุนไปเอามาให้
สีเหยินว่า “เอามาสองขวดก็พอ มากไปก็เปลืองเปล่า ไว้ไม่พอมาเอาใหม่ก็เหมือนกัน”
ไฉ่หยุนหายไปครึ่งวัน นำออกมาสองขวดส่งให้สีเหยิน แต่ละขวดสูงราวสามนิ้วปิดด้วยฝาเกลียวสีเงิน มีฉลากสีเหลืองอ่อน 鹅黄 ขวดหนึ่งเขียนว่า “น้ำค้างหอมหมื่นลี้ 木樨清露 (มู่ซีชิงลู่)” อีกขวดเขียนว่า “น้ำค้างกุหลาบ 玫瑰清露 (เหวินกุ้ยชิงลู่)”
สีเหยินยิ้มว่า “เป็นของล้ำค่ายิ่ง ขวดเล็กขนาดนี้จะบรรจุได้เท่าไรกัน”
หวางฮูหยินว่า “เป็นของถวายเข้าวัง เจ้าไม่สังเกตฉลากสีเหลืองอ่อนหรือ เจ้าเก็บให้ดีอย่าทำเสียของ”
สีเหยินรับคำแล้วจะลากลับ หวางฮูหยินว่า
“เดี๋ยวก่อน ข้านึกได้ว่ายังไม่ได้ถามเจ้า”
สีเหยินรีบหันกลับมา หวางฮูหยินเหลียวดูรอบห้องว่าไม่มีใครค่อยถามว่า
“ข้าฟังมาแว่วๆ ว่า ที่เป่าวี่ถูกโบยวันนี้ เป็นเพราะหวนเอ๋อ (เจี่ยหวน) ไปฟ้องอะไรนายท่าน เจ้าได้ยินเรื่องนี้บ้างไหม”
สีเหยินว่า “เรื่องนี้ข้ากลับไม่เคยได้ยิน แต่ฟังว่านายรองกักตัวนักแสดงไว้ พวกเขามาทวงคนกับนายท่าน จึงถูกโบย”
หวางฮูหยินสั่นศีรษะว่า “เรื่องนี้ก็ด้วย แต่ว่ายังมีสาเหตุอื่นอีก”
สีเหยินว่า “สาเหตุอื่น ข้าไม่ทราบจริงจริง”
แล้วก้มหน้าลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า
“วันนี้ข้าขอบังอาจกล่าวต่อหน้าไท่ไท่ไม่รู้ว่าดีหรือร้าย ตามเหตุผล…”
กล่าวได้ครึ่งประโยคก็ชะงักไว้
หวางฮูหยินว่า “เจ้าพูดมาเถิด”
สีเหยินว่า “ขอไท่ไท่อย่าได้โมโห ข้าจึงบังอาจกล่าว”
หวางฮูหยินว่า “ทำไมข้าต้องโมโห เจ้าพูดไป”
สีเหยินว่า “ตามเหตุผลนายท่านอบรมสั่งสอนนายรองนั้นสมควรอยู่ หากนายท่านมิทำเช่นนั้น วันหน้ามิทราบว่าจะก่อเรื่องอันใดอีก”
หวางฮูหยินฟังแล้วประนมมือว่า “อามิตาภพุทธ” อดไม่ได้เดินมาหาสีเหยินแล้วเรียกว่า
“ลูกเอ๋ย ดีที่เจ้าเข้าใจเรื่องที่อยู่ในใจข้า อันที่จริงข้าก็รู้ว่าเป่าวี่สมควรอบรมสั่งสอน อย่างเมื่อครั้งที่นายใหญ่จู (เจี่ยจูพี่ชายเป่าวี่) ยังมีชีวิตอยู่ ข้าเคยอบรมสั่งสอนเขาเช่นไร มีหรือข้าจะไม่รู้วิธีอบรมสั่งสอนบุตร แต่ข้ามีเหตุผลอยู่
ตอนนี้ข้าอายุห้าสิบแล้วมีบุตรเหลืออยู่คนเดียวก็คือเขา เติบโตมาไม่ค่อยแข็งแรง เหล่าไท่ไท่ก็รักดังแก้วตา หากเข้มงวดเกินไปแล้วเกิดเป็นอะไรไป หรือเหล่าไท่ไท่โกรธ กลับเป็นผลเสียทั้งขึ้นทั้งล่อง จึงกลายเป็นปล่อยตามใจมากเกินไป ข้าเคยเสียน้ำตาทั้งเตือนทั้งด่าก็พอดีขึ้นบ้าง แต่พอผ่านไปก็เหมือนเดิม เจ็บตัวเสียบ้างก็ดี แต่หากตีจนพิการต่อไปข้าจะพึ่งพาใคร”
กล่าวจบ อดน้ำตาร่วงไม่ได้
สีเหยินเห็นหวางฮูหยินทุกข์ใจปานนั้น ตนเองก็พลอยเสียใจ กล่าวทั้งน้ำตาว่า
“ไท่ไท่เลี้ยงนายรองมามีหรือจะไม่ปวดใจ พวกเราเป็นเพียงบ่าวคอยรับใช้ ทุกท่านอยู่เป็นปกติสุขก็นับว่าเป็นโชค เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ ย่อมอยู่กันไม่เป็นสุขแล้ว มีวันไหนบ้างที่ข้าไม่ต้องเตือนนายรอง เพียงแต่เตือนกันไม่ฟัง คนพวกนั้นจึงมาตีสนิทนายรองได้ ตอนนี้พวกเราเตือนไปก็ไม่ฟังแล้ว วันนี้ไท่ไท่กล่าวถึงเรื่องนี้ ทำให้ข้านึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ว่าจะมาเรียนขอความเห็นจากท่าน แต่เกรงไท่ไท่ท่านจะระแวง และตัวข้าเองอาจตกที่นั่งลำบาก”
หวางฮูหยินฟังแล้วรู้ว่ามีนัยซ่อนเร้นอยู่ รีบถามว่า
“ลูกเอ๋ย เจ้าพูดมาเถิด พักหลังมานี้ข้าได้ยินคนชมเจ้าทั้งต่อหน้าและลับหลัง ข้ายังว่าคงเป็นเพราะเจ้าใส่ใจเป่าวี่ หรือไม่ก็เพราะเจ้าเข้ากับทุกคนได้ดี แต่พอฟังที่เจ้าเพิ่งบอกข้ามาเมื่อครู่นี้ล้วนมีเหตุผลตรงใจข้า ดังนั้นเจ้ามีอะไรก็พูดมาเถิด”
สีเหยินว่า “ข้าคิดว่าจะขอให้ไท่ไท่พิจารณาหาทางย้ายนายรองออกมาจากอุทยาน”
หวางฮูหยินได้ฟังก็ตกใจ รีบคว้ามือสีเหยินถามว่า
“หรือเป่าวี่ไปก่อเรื่องอะไรกับใครเข้า”
สีเหยินรีบตอบว่า “ไท่ไท่อย่าได้คิดมาก ยังไม่มีเรื่องเช่นนั้น นี่เป็นเพียงความเห็นของข้าว่า นายรองเดี๋ยวนี้ก็โตแล้ว พวกคุณหนูในนั้นก็โตแล้วเช่นกัน อีกทั้งคุณหนูหลิน คุณหนูเป่าก็เป็นพี่น้องทางอาทางน้า ถึงเป็นพี่น้องก็ยังเป็นชายกับหญิง คลุกคลีกันทั้งวันคืนอดกังวลไม่ได้ว่าออกจะไม่งาม
คำพังเพยว่า “เรื่องไม่มีคิดเสมอว่าเรื่องมี 没事常思有事” เรื่องไม่เป็นเรื่องมากมายบนโลกนี้ กว่าครึ่งเกิดขึ้นโดยไม่เจตนา คนคิดมากกลับมองว่าเจตนาจึงพูดจาในทางเสียหาย มิสู้หาทางป้องกันเสียแต่ต้นมือ
นิสัยของนายรอง ไท่ไท่ย่อมรู้ดี เขาชอบคลุกคลีอยู่กับพวกเรา หากไม่หาทางป้องกันแล้วเกิดเรื่องขึ้นไม่ว่าจริงหรือเท็จ ปากคนยากห้าม หากเป็นคนถ่อย ถูกใจก็ชมจนเลอเลิศกว่าพระโพธิสัตว์ หากไม่ถูกใจก็เหยียบย่ำจนต่ำกว่าเดรัจฉาน หากมีคนพูดถึงนายรองในทางที่ดี ก็ไม่มีปัญหา แต่หากพูดถึงในทางเสื่อมเสียแม้สักคำ กับพวกเราคงปี้ป่นไม่ต้องพูดถึง แล้วชื่อเสียงและอนาคตของนายรองมิจบสิ้นหรอกหรือ ไท่ไท่เองก็คงมิอาจสู้หน้านายท่าน
พังเพยว่า “วิญญูชนพึงป้องกันอุบัติภัย 君子防不然” จึงควรป้องกันเสียแต่ตอนนี้ ไท่ไท่มีกิจธุระมากอาจระวังไม่ทัน พวกเราคิดไม่ถึงก็ว่าไปอย่าง แต่เมื่อคิดได้แล้วไม่เรียนไท่ไท่ก็นับว่าผิดมหันต์ พักนี้ข้าจึงได้กังวลใจทั้งวันคืน ทั้งมิรู้จะบอกกับผู้ใด ได้แต่ฝากบอกดวงตะเกียงเท่านั้น”
หวางฮูหยินได้ฟังดังฟ้าร้องก้องหู นึกถึงเรื่องที่เกิดกับจินช่วนเอ๋อแล้วนิ่งอึ้งไปครึ่งค่อนวัน ตรองถ้วนถี่แล้วยิ่งนึกรักสีเหยิน จึงยิ้มว่า
“ลูกเอ๋ย ดีที่เจ้าคิดได้รอบด้านเช่นนี้ ข้าก็เคยคิดเช่นกันเพียงแต่ช่วงนี้งานยุ่งจึงลืมไป ดีที่ได้เจ้าเตือนสติ นับว่าเจ้ารอบคอบเป็นเด็กน่ารัก เอาเถิด เจ้ากลับไปก่อน ข้ามีวิธีของข้า ยังมีอีกเรื่อง เมื่อเจ้ากล่าวเช่นนี้ ข้าก็ขอฝากเขาไว้กับเจ้าคอยดูแลเขาให้ดี เจ้าปกป้องเขาก็เหมือนปกป้องข้า ข้าจะไม่ทำให้เจ้าผิดหวัง”
สีเหยินรับคำ แล้วลากลับไป
ตอนก่อนหน้า : เป่าวี่ถูกโบย
https://www.blockdit.com/posts/696dff9b8051ffd201fec100
ตอนถัดไป : เป่าไชตำหนิพี่ชาย
https://www.blockdit.com/posts/697742d1b33d8de57ae92666
บันทึก
1
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความฝันในหอแดง
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย