Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กุ้ยหลิน
•
ติดตาม
26 ม.ค. เวลา 10:32 • ประวัติศาสตร์
ความฝันในหอแดง 66 เป่าไชตำหนิพี่ชาย
สีเหยินกลับมาถึง เป่าวี่ตื่นแล้ว จึงนำเรื่องน้ำค้างหอมบอกให้รู้ เป่าวี่ชอบใจสั่งให้ผสมมาให้ดื่ม รสชาติหอมชื่นใจโดยแท้ จึงตั้งใจจะแบ่งไปให้ไต้วี่ ครั้นจะใช้ให้คนไปส่งก็กลัวว่าสีเหยินจะห้าม จึงหาเรื่องใช้ให้สีเหยินไปหาเป่าไชเพื่อยืมหนังสือ
พอสีเหยินไปแล้ว เป่าวี่ก็สั่งฉิงเหวินว่า
“เจ้าไปที่คุณหนูหลิน ดูว่านางทำอะไรอยู่ หากถามถึงข้า บอกว่าหายดีแล้ว”
ฉิงเหวินว่า “อยู่เฉยๆ ไม่มีอะไร ไปทำอะไรเล่า อย่างน้อยมีข่าวไปแจ้งสักคำ ยังอ้างได้ว่ามีธุระ”
เป่าวี่ว่า “ไม่มีข่าวอะไรให้ไปแจ้ง”
ฉิงเหวินว่า “เช่นนั้นก็ไปส่งของ หรือไปเอาของ ไม่เช่นนั้นข้าไปถึงก็ได้แต่ยืนเก้ๆ กังๆ”
เป่าวี่คิดแล้วคิดอีก เอื้อมมือหยิบผ้าเช็ดหน้าสองผืนโยนให้ฉิงเหวิน ยิ้มว่า
“เอาเถิด บอกว่าข้าให้เอานี่มาส่ง”
ฉิงเหวินว่า “นี่ก็แปลก นางจะเอาผ้าเช็ดหน้ากลางเก่ากลางใหม่สองผืนไปทำอะไร เดี๋ยวนางก็โกรธอีกว่าท่านล้อนางเล่น”
เป่าวี่ยิ้มว่า “เจ้าวางใจ นางรู้ว่าคืออะไร”
ฉิงเหวินได้แต่นำผ้าเช็ดหน้ามายังเรือนเซียวเซียง เห็นชุนเซียน 春纤 กำลังตากผ้าเช็ดหน้ากับลูกกรง พอเห็นนางมาก็รีบโบกมือบอกว่า
“หลับไปแล้ว”
ฉิงเหวินเดินเข้าไปด้านใน เห็นห้องมืดมิดไม่ได้จุดตะเกียง ไต้วี่นอนอยู่บนเตียงถามว่า “ใครมา”
ฉิงเหวินตอบว่า “ฉิงเหวิน”
ไต้วี่ว่า “มาทำไม”
ฉิงเหวินว่า “นายรองให้ข้านำผ้าเช็ดหน้ามาให้คุณหนู”
ไต้วี่ฟังแล้วงุนงงสงสัยตรองว่า “ส่งผ้าเช็ดหน้ามาให้ข้าทำไม”
จึงถามว่า “ผ้าเช็ดหน้านี้ใครเป็นผู้มอบให้เขา คงเป็นของอย่างดี บอกเขาให้มอบให้ผู้อื่นเถิด ข้าไม่จำเป็นต้องใช้”
ฉิงเหวินยิ้มว่า “ไม่ใช่ของใหม่ เป็นของเก่าที่ใช้ประจำอยู่”
ไต้วี่ฟังแล้วงงยิ่งขึ้นอีก ใคร่ครวญโดยถี่ถ้วน พลันนึกขึ้นได้รีบบอกว่า
“วางไว้แล้วกลับไปเถิด”
ฉิงเหวินจึงวางเอาไว้แล้วกลับออกมา ระหว่างทางลองคิดหาเหตุผลแต่ไม่เข้าใจ
ไต้วี่เข้าใจความนัยของผ้าเช็ดหน้า ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ตรองว่า
“เป่าวี่สามารถเข้าใจความทุกข์ใจของข้า ทำให้ข้าดีใจ ความทุกข์ใจของข้านี้ ไม่รู้ว่าวันหน้าจะเป็นอย่างไร ทำให้ข้าเสียใจ แต่หากไม่ใช่ความนัยนี้ แล้วส่งผ้าเช็ดหน้ามา ก็นับเป็นเรื่องน่าขำ”
มาคิดถึงเรื่องให้คนแอบส่งของมาให้ข้า คิดแล้วก็กลัว ข้าเองก็ชอบร้องไห้ คิดแล้วก็น่าอาย คิดกลับไปกลับมาอารมณ์พลุ่งพล่านอยู่ภายใน จึงสั่งให้จุดตะเกียงไม่คำนึงถึงเรื่องสมควรหรือไม่ใดๆ นั่งลงฝนหมึก ใช้พู่กันเขียนระบายลงบนผ้าเช็ดหน้าทั้งสองผืน
其一
眼空蓄泪泪空垂,暗洒闲抛更向谁?
尺幅鲛绡劳惠赠,为君那得不伤悲!
บทที่หนึ่ง
คลอเสียเปล่าย้อยเสียเปล่าเล่าอัสสุชล
แอบรินล้นซ่อนรินไหลเพื่อใครกัน
ภูษาเงือกผืนน้อยอุตส่าห์ลอบมอบนั้น
ซับรันทดแทนผู้ใดใครรับรู้
(ภูษาเงือก 鲛绡 เล่าขานว่านางเงือก 鲛人 ทอผ้าอันปราณีต ภูษาเงือก 鲛绡 มักใช้เรียก ผ้าเช็ดหน้า)
其二
抛珠滚玉只偷潸,镇日无心镇日闲。
枕上袖边难拂拭,任他点点与斑斑。
บทที่สอง
หยดหยาดมุกขวัญพธูลอบพรูร่วง
ตลอดวันอันห่วงใยตลอดเวลาพาหดหู่
คราบข้างหมอนชายแขนเสื้อเหลือเช็ดถู
ทิ้งรอยไว้ดูเห็นเป็นด่างดวง
其三
彩线难收面上珠,湘江旧迹己模糊。
窗前亦有千竿竹,不识香痕渍也无?
บทที่สาม
เชือกหลากสีมิพอร้อยสร้อยมุกพักตร์
ลุ่มน้ำเซียงประจักษ์คราบน้ำตาร่วง
นอกหน้าต่างเห็นได้บนไผ่ทั้งปวง
แลคงพ่วงคราบชลนาของกานดา
(湘江旧迹 ตำนานไผ่ลายแห่งลุ่มน้ำเซียง
ไผ่สายพันธุ์ที่เกิดในลุ่มน้ำเซียงมีคราบเหมือนคราบน้ำตา มีตำนานว่าเป็นของหนวี่อิง 女英 พระสนมเซียง 湘妃 ร้องไห้อาลัยพระเจ้าซุ่น 舜 เมื่อเสด็จสวรรคต)
ไต้วี่ยังใคร่จะเขียนต่อ แต่รู้สึกร้อนไปทั้งตัว ใบหน้าร้อนผ่าว เดินมาเปิดฝากระจกส่องเห็นทั้งสองแก้มแดงยิ่งกว่าลูกท้อไม่รู้ป่วยด้วยอะไร จึงเข้านอนโดยถือผ้าเช็ดหน้าไปด้วย
ทางด้านสีเหยินไปหาเป่าไชเพื่อยืมหนังสือ เป่าไชไปเยี่ยมมารดาไม่อยู่ในอุทยาน สีเหยินไม่อยากเสียเที่ยวจึงนั่งรอจนถึงยามต้นกระทั่งเป่าไชกลับมา
เป่าไชรู้นิสัยเซวียผานผู้พี่ชายดี นึกสงสัยอยู่ว่าเซวียผานส่งคนมาฟ้องเรื่องเป่าวี่ พอฟังสีเหยินพูดถึงจึงเชื่อว่าใช่แน่ สีเหยินนั้นฟังมาจากเป้ยหมิง เป้ยหมิงนั้นฟังความมาปะติดปะต่อสรุปเอาเอง ใช่ว่าจะเชื่อได้ ตอนแรกคนก็สงสัย แต่ไปไปมามากลับพากันเชื่อเสียสิบส่วนว่าจริง ที่ตลกก็คือ เซวียผานแม้มีนิสัยชอบประพฤติเช่นว่าจนเลื่องลือ แต่คราวนี้เซวียผานกลับไม่ได้ทำกลายเป็นผู้ถูกใส่ความไป
วันนี้เซวียผานไปดื่มเหล้าข้างนอกกลับมาถึงจึงมาหามารดา เห็นเป่าไชนั่งอยู่ด้วย หลังจากสนทนาเรื่องจิปาถะ พลันนึกขึ้นได้จึงถามว่า
“ฟังว่าเป่าวี่ถูกโบย เป็นอย่างไรบ้าง”
แม่น้าเซวียไม่สบายใจเรื่องนี้อยู่ พอฟังถามจึงขบฟันว่า
“ลูกไม่รักดี เจ้าเป็นคนก่อเรื่อง ยังมีหน้ามาถาม”
เซวียผานตกตะลึงรีบถามว่า “ข้าก่อเรื่องอะไร”
แม่น้าเซวียว่า “เจ้ายังมาทำเสแสร้ง ใครใครต่างรู้ว่าเจ้าเป็นผู้ฟ้อง”
เซวียผานว่า “ถ้าใครใครว่าข้าฆ่าคนตาย ก็เชื่อได้เลยหรือ”
แม่น้าเซวียว่า “ถึงน้องสาวเจ้ายังรู้ว่าเจ้าเป็นคนฟ้อง หรือน้องจะใส่ความเจ้า”
เป่าไชรีบเตือนว่า “ท่านแม่กับพี่ชายอย่าเพิ่งเอะอะ คุยกันดีดีก่อนให้รู้เรื่องราวกระจ่างชัด”
แล้วถามเซวียผานว่า
“ท่านจะเป็นผู้ฟ้องก็ดี ไม่เป็นก็ดี เรื่องเกิดขึ้นแล้ว ไม่ต้องเล่นลิ้นทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ข้าอยากเตือนท่านว่า ต่อไปเวลาอยู่ข้างนอกอย่าเที่ยวก่อเรื่องหรือยุ่งเรื่องชาวบ้าน วันวันไปไหนกับกลุ่มก๊วนมักไม่ระวังตัว ไม่มีเรื่องก็แล้วไป หากเกิดเรื่องขึ้นมาถึงท่านไม่ได้ทำ ใครใครก็สงสัยว่าท่านทำ ไม่ต้องพูดถึงคนอื่น ข้าเองยังสงสัยท่านไว้ก่อน”
เซวียผานเป็นคนโผงผางปากตรงกับใจ มาพบเรื่องซ่อนหัวโผล่หาง 藏头露尾 ครึ่งๆ กลางๆ ทั้งเป่าไชมาขอให้เลิกเตร็ดเตร่ก่อเรื่อง มารดาหาว่าตนปากไม่ดีจนทำให้เป่าวี่ถูกโบย ร้อนใจจนโลดเต้นสบถสาบานด่ากราดว่า
“ใครใส่ความข้า ข้าจะเลาะฟันมันทิ้ง เห็นชัดว่าเป่าวี่ถูกโบยหาคนผิดไม่ได้มาให้ข้าเป็นแพะ เป่าวี่เป็นเทวดาหรือไร ถูกพ่อตีเข้าที วุ่นวายทั้งบ้านไปกี่วัน คราวก่อนก็เหมือนกัน ท่านน้าชายตีไปสองที เหล่าไท่ไท่ไม่รู้รู้จากไหน หาว่าพี่ใหญ่เจินเป็นคนฟ้อง เรียกไปด่าเสียยกใหญ่ วันนี้มาลากข้าเข้าไปพัวพัน ลากข้าไปก็ไม่กลัว ข้าจะไปตีเป่าวี่เสียให้ตาย แล้วข้าจะชดใช้ชีวิตให้ สิ้นเรื่องสิ้นราว”
ตะโกนพลาง คว้าไม้สลักประตูแล้วจะวิ่งออกไป
แม่น้าเซวียรีบมาฉุดตัวไว้ด่าว่า
“ลูกจองเวรจองกรรม เจ้าจะไปตีใคร มาตีข้านี่ก่อน”
เซวียผานตาโปนเป็นระฆังทองแดงตะโกนลั่น
“ทำอะไร ห้ามข้าทำไม ทำไมต้องใส่ร้ายข้า เป่าวี่อยู่ต่อวันหนึ่ง ข้าก็ถูกหาว่าผิดวันหนึ่ง ตายกันเสียจบเรื่อง”
เป่าไชรีบมาเตือนว่า “อดทนหน่อย ท่านแม่ร้อนใจขนาดนี้ยังไม่หยุด ยิ่งเอะอะโวยวาย อย่าว่าแต่ท่านแม่ ใครมาเตือนก็ล้วนแต่หวังดี กลับยิ่งเป็นเดือดเป็นแค้น”
เซวียผานว่า “เจ้านี่เองที่กล่าวหาข้า”
เป่าไชว่า “ท่านโทษข้า กลับไม่โทษตัวเองที่ไม่คิดหน้าคิดหลัง”
เซวียผานว่า “เจ้าโทษข้า ไม่ไปโทษเป่าวี่เที่ยวก่อเรื่องข้างนอก ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น เอาอย่างเรื่องฉีกวนเมื่อวันก่อน พวกข้าเจอเขามานับสิบครั้ง ไม่เคยทอดไมตรีสนิทสนมกับข้า แต่กับเป่าวี่ ชื่อแซ่ยังไม่ทันรู้จักก็ถอดผ้าเช็ดเหงื่อให้ หรือข้าเป็นคนสร้างเรื่อง”
แม่น้าเซวียกับเป่าไชว่า “ยังพูดเรื่องนี้ ก็เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่หรือที่เป่าวี่ถูกโบย เห็นได้ว่าเจ้าเป็นคนฟ้อง”
เซวียผานว่า “น่าโมโหตายจริงจริง หาว่าข้าก่อเรื่องยังไม่ว่า น่าโมโหว่าเป่าวี่คนเดียวทำให้ฟ้าถล่มดินทลาย”
เป่าไชว่า “ใครก่อเรื่อง ท่านเป็นคนติดอาวุธครบมือก่อเรื่องก่อน กลับมาหาว่าคนอื่นก่อเรื่อง”
เซวียผานเห็นว่าเป่าไชพูดมามีเหตุผลยากตอบโต้กว่ามารดา จึงคิดหาคำพูดมาอุดปากนาง จะได้ไม่ต้องมาขัดคอตน จึงพูดไปทั้งโมโหโดยไม่ชั่งน้ำหนักคำพูดว่า
“น้องตัวดี เจ้าไม่ต้องมาหาเรื่องข้า ข้ารู้ใจเจ้า ท่านแม่เคยบอกว่า สร้อยทองของเจ้าต้องหาหยกมาประดับ เจ้าใส่ใจเรื่องนี้ เห็นเป่าวี่มีขยะชิ้นนั้น เจ้าจึงคอยปกป้องเขา”
พูดไม่ทันจบ เป่าไชโกรธจนตัวสั่น เกาะแขนแม่น้าเซวียร้องไห้ว่า
“ท่านแม่ ดูพี่ชายพูดอะไรออกมา”
เซวียผานเห็นน้องสาวร้องไห้ สำนึกได้ว่าตนเองพูดเลยเถิดเกินไป จึงเดินกระฟัดกระเฟียดหนีออกจากเรือนไป
เป่าไชโมโหคับแค้นใจ แต่เกรงมารดาจะไม่สบายใจ จึงกล้ำกลืนน้ำตาลากลับ พอถึงห้องก็ร้องไห้ทั้งคืน กระทั่งเช้าตื่นขึ้นมาไม่มีจิตใจคิดล้างหน้าหวีผม หยิบเสื้อผ้ามาสวมได้ก็ออกจากเรือนจะไปหามารดา เผอิญพบไต้วี่ก่อน ยืนอยู่ลำพังใต้ร่มดอกไม้ ถามนางว่าจะไปไหน
เป่าไชว่า “ไปบ้าน” พูดไปเดินไปไม่หยุดเท้า
ไต้วี่เห็นท่าทางนางหดหู่ต่างจากทุกวัน สองตามีคราบน้ำตาเหมือนเพิ่งร้องไห้มา จึงยิ้มทักตามหลังไปว่า
“พี่ รักษาตัวให้ดีล่ะ ถึงร้องไห้จนน้ำตาได้สองไหก็ใช้ทาแก้แผลไม้พลองไม่ได้”
(จบบทที่สามสิบสี่)
เป่าไชรู้ว่าไต้วี่เสียดสีนาง แต่ห่วงเรื่องมารดาและพี่ชาย จึงมุ่งหน้าต่อไปไม่หันกลับ
ไต้วี่ยังคงยืนอยู่ใต้ร่มดอกไม้ มองแต่ไกลมายังลานชื่นแดง เห็นหลี่หวาน หยิงชุน ทั่นชุน ซีชุนและพวกสาวใช้เข้าไปในลานชื่นแดง แต่ไม่เห็นพี่เฟิ่งมาด้วย จึงรำพึงกับตัวเองว่า
“ทำไมนางจึงไม่มาเยี่ยมเป่าวี่ ต่อให้มีงานรัดตัว นางก็น่าจะมาแสดงตัวเพื่อเอาใจเหล่าไท่ไท่กับไท่ไท่ จนป่านนี้ยังไม่มา น่าจะเกิดเหตุบางอย่าง”
ถึงจะสงสัย แต่พอเงยหน้าขึ้นดู ก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งแต่งตัวงดงามเดินเข้าไปในลานชื่นแดง พอเพ่งดูก็เห็นแม่เฒ่าเจี่ยเดินเกาะแขนพี่เฟิ่ง ด้านหลังคือสิงฮูหยิน หวางฮูหยิน ตามมาด้วยน้าหญิงโจว เหล่าสะใภ้และสาวใช้ ไต้วี่เห็นแล้วผงกหัวโดยไม่รู้ตัว ระลึกถึงข้อดีของการมีบิดามารดายังอยู่แล้วบ่อน้ำตาตื้นขึ้นมาอีก สักพัก แม่น้าเซวียและเป่าไชก็ตามเข้ามา
จื่อเจวียน 紫鹃 พลันเดินมาจากด้านหลังบอกว่า
“คุณหนูกินยาเถิด น้ำเริ่มเย็นแล้ว”
ไต้วี่ว่า “เจ้าจะเอาอย่างไรกันแน่ เอาแต่เร่ง ข้าจะกินไม่กินเกี่ยวอะไรกับเจ้า”
จื่อเจวียนยิ้มว่า “อาการไอเพิ่งหาย ก็ไม่กินยาเสียแล้ว ตอนนี้ถึงจะเดือนห้า อากาศร้อน อย่างไรก็ยังต้องระมัดระวัง ตื่นแต่เช้าตรู่มายืนอยู่ตรงที่ชื้นครึ่งวัน ควรกลับไปพักได้แล้ว”
คำกล่าวนี้ทำให้ไต้วี่ได้สติ รู้สึกเมื่อยขา อึ้งไปครึ่งวันจึงเกาะแขนจื่อเจวียน ค่อยค่อยเดินกลับเรือนเซียวเซียง พอเดินผ่านประตูเข้าสู่ลานบ้าน เห็นร่มไผ่บนพื้นดำๆ ด่างๆ ตะไคร่น้ำขึ้นเป็นกลุ่มหนาๆ บางๆ ทำให้นึกถึงสองวรรคใน 《บันทึกหอตะวันตก 西厢记》 ที่ว่า
幽僻处可有人行? 点苍苔白露泠泠。
ซอกเปลี่ยวเหงาเงาคนออกอ้างว้าง
หยาดน้ำค้างพรมตะไคร่ให้ชุ่มชื่น
จึงแอบถอนหายใจว่า “ซวงเหวิน ซวงเหวิน 双文 นับเป็นคนอาภัพ แม้ชีวิตอาภัพ ก็ยังมีมารดาหม้ายน้องชายน้อย 孀母弱弟 หลินไต้วี่วันนี้แสนอาภัพ แม้มารดาหม้ายน้องชายน้อยยังไม่มี โบราณว่า “คนงามนั้นอาภัพ 佳人命薄” ตัวข้าหาใช่คนงาม เหตุใดจึงอาภัพกว่าซวงเหวิน”
(ซวงเหวิน 双文 คำซ้อน หมายถึง อิงอิง 莺莺 ตัวเอกในเรื่องบันทึกหอตะวันตก อิงอิง 莺莺 เป็นคำซ้อน)
คิดแล้วอดน้ำตาร่วงไม่ได้ นกแก้วเลี้ยงไว้ที่ระเบียงเห็นไต้วี่เดินมา ส่งเสียงร้อง “ก้า 嘎” แล้วโฉบลงมาจากคอน ไต้วี่สะดุ้งจนตัวลอยว่า
“หาที่ตายหรือ ทำฝุ่นลงเต็มหัวข้า”
นกแก้วบินกลับขึ้นเกาะคอนร้องเลียนเสียงว่า
“เสวี่ยเอี้ยน เลิกม่าน คุณหนูมาแล้ว”
ไต้วี่เอามือเคาะคอนแล้วว่า
“เติมน้ำเติมอาหารให้หรือยัง”
นกแก้วทำเสียงถอนหายใจยาว แล้วเลียนคำไต้วี่ที่มักพูดว่า
“侬今葬花人笑痴,他年葬侬知是谁!
ฝังมาลีเขาเย้ยหยันขันพธู
มิรู้ผู้ใดช่วยฝังร่างวันลา”
ไต้วี่ จื่อเจวียนได้ฟังต่างพากันหัวเราะ
จื่อเจวียนว่า “นี่เป็นคำที่คุณหนูพูดบ่อยๆ มันจึงจำได้”
ไต้วี่สั่งให้ปลดคอนนกแก้ว เอาไปแขวนไว้ที่ด้านนอกหน้าต่างซุ้มวงเดือน แล้วเข้าห้องไปนั่งกินยาริมหน้าต่าง กอไผ่ทอดเงาบนผ้าหน้าต่างจนห้องเขียวครึ้ม โต๊ะเก้าอี้แลร่มรื่น ไต้วี่นั่งแหย่นกแก้ว และสอนให้ท่องบทกวีที่นางชอบ
ตอนก่อนหน้า : ฝากเป่าวี่กับสีเหยิน
https://www.blockdit.com/posts/6971fc31be38ce2affb9f817
ตอนถัดไป : น้ำแกงใบบัว
1 บันทึก
1
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความฝันในหอแดง
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย