Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กุ้ยหลิน
•
ติดตาม
29 ม.ค. เวลา 09:32 • ประวัติศาสตร์
ความฝันในหอแดง 67 น้ำแกงใบบัว
กล่าวถึงเป่าไชมาบ้านเห็นมารดากำลังหวีผม มารดาเห็นนางมาก็ยิ้มว่า
“เจ้าหวีผมมาทำไมแต่เช้าตรู่”
เป่าไชว่า “ข้ามาดูว่าท่านแม่สบายดีไหม เมื่อวานข้ากลับไปแล้ว เขายังมาก่อกวนอีกหรือเปล่า”
ว่าแล้ว ก็เข้ามานั่งข้างมารดาแล้วร้องไห้
แม่น้าเซวียเห็นนางร้องไห้ อดไม่ได้จึงร้องไห้ด้วย แล้วปลอบว่า
“ลูกแม่ เจ้าอย่าได้เศร้าเสียใจ รอข้าลงโทษเจ้าลูกเวรนั่นเสียก่อน หากเจ้าเป็นอะไรไป ข้าจะหวังพึ่งใครได้”
เซวียผานอยู่ด้านนอกได้ยิน รีบเข้ามาประสานมือคำนับเป่าไชซ้ายทีขวาทีว่า
“น้องคนดี อภัยข้าสักครั้ง เมื่อวานข้าดื่มเหล้ากลับมาเย็น เจอเพื่อนระหว่างทางอีก กลับมายังไม่สร่าง ไม่รู้พูดอะไรเหลวไหลไปบ้าง ข้าเองก็จำไม่ได้ ที่ทำให้เจ้าโกรธ”
เป่าไชปิดหน้าร้องไห้อยู่ พอได้ฟังอดไม่ได้ต้องหัวเราะ เงยหน้าแล้วถ่มน้ำลายลงกับพื้นว่า
“ท่านไม่ต้องมาเสแสร้ง ข้ารู้ว่าท่านรังเกียจพวกเราแม่ลูก หาทางให้พวกเราไปให้พ้นหน้าถึงสบายใจ”
เซวียผานรีบยิ้มว่า “น้องเอาจากไหนมาพูด ปกติน้องไม่ได้เป็นคนคิดมากปากร้ายเช่นนี้”
แม่น้าเซวียรีบแทรกว่า “เจ้าเอาแต่ว่าน้องเจ้าปากร้าย แล้วที่เจ้าพูดออกมาเมื่อเย็นวานใช้ได้หรือ ที่จริงเจ้าก็เมา”
เซวียผานว่า “แม่ไม่ต้องโมโห น้องก็เช่นกัน จากวันนี้ไป ข้าไม่ไปดื่มเหล้ากับพวกเขาก็แล้วกัน ดีไหม”
เป่าไชยิ้มว่า “นี่เท่ากับสารภาพผิดแล้ว”
แม่น้าเซวียว่า “ถ้าเจ้าตัดใจได้จริง มังกรก็คงออกไข่”
เซวียผานว่า “ถ้าข้าไปดื่มกับพวกเขาอีก แล้วน้องรู้เข้า เจ้าก็ถุยใส่ข้า ด่าข้าว่าเดรัจฉานไม่ใช่คน เป็นไง ? ไม่เห็นจะต้องให้ข้าคนเดียว ทำให้ท่านสองคนคอยกังวล แม่โมโหข้าคนเดียวพอทำเนา ต้องให้น้องมาคอยห่วง ข้ายิ่งไม่ใช่คนแล้ว ตอนนี้ท่านพ่อไม่อยู่แล้ว ข้าไม่กตัญญูต่อแม่ ไม่รักน้อง กลับทำให้แม่โกรธ น้องกังวล มิแย่กว่าเดรัจฉาน”
พูดไปน้ำตาไหลออกมา แม่น้าเซวียหยุดร้องไห้ไปแล้วพอได้ฟังกลับเสียใจอีก
เป่าไชฝืนยิ้มว่า “ท่านก่อกวนมาพอแล้ว ตอนนี้ยังมาทำให้ท่านแม่ร้องไห้อีก”
เซวียผานได้ฟ้งรีบกลั้นน้ำตา ยิ้มว่า “ข้าเคยทำให้แม่ร้องไห้เสียที่ไหน ช่างเถอะ เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว เดี๋ยวข้าเรียกเซียงหลิงเทน้ำชามาให้น้อง”
เป่าไชว่า “ข้าไม่ดื่มน้ำชา รอท่านแม่ล้างมือเสร็จ พวกเราจะเข้าไปในอุทยาน”
เซวียผานว่า “น้องถอดสร้อยคอมาให้ข้าดู กลัวว่าน่าจะต้องขัดเงาใหม่”
เป่าไชว่า “ยังเหลืองแจ่มอยู่เลย จะขัดเงาทำไม”
เซวียผานว่า “น้องคงอยากตัดชุดเพิ่มบ้างแล้ว อยากได้สีอะไรลายอะไร บอกข้า”
เป่าไชว่า “เสื้อผ้าที่มียังใส่ไม่หมดเลย จะตัดใหม่ทำไม”
แม่น้าเซวียเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจูงมือเป่าไชพากันไปยังอุทยาน เซวียผานออกจากบ้านไปข้างนอก
แม่น้าเซวียกับเป่าไชมาเยี่ยมเป่าวี่ พอมาถึงลานชื่นแดง เห็นพวกแม่บ้านและสาวใช้จับกลุ่มกันอยู่ตามระเบียงและหน้ามุข จึงรู้ว่าพวกแม่เฒ่าเจี่ยต่างมากันที่นี่ด้วย จึงเข้าไปคารวะทักทายก่อนเข้าไปเยี่ยมเป่าวี่
เป่าวี่นอนอยู่บนตั่ง แม่น้าเซวียถามว่า
“ดีขึ้นบ้างไหม”
เป่าวี่พยายามจะลุกขึ้น ปากกล่าวว่า “ดีขึ้นบ้างแล้ว ไม่ควรต้องรบกวนท่านน้าและพี่สาว”
แม่น้าเซวียรีบเข้าพยุงเป่าวี่ให้นอนลง แล้วถามว่า
“อยากได้อะไร เพียงบอกข้ามา”
เป่าวี่ว่า “ข้านึกได้แล้ว ย่อมต้องไปรบกวนท่านน้า”
หวางฮูหยินถามว่า “เจ้าอยากกินอะไร กลับไปแล้วข้าจะส่งมาให้”
เป่าวี่ยิ้มว่า “อย่างอื่นไม่นึกอยากกิน กลับนึกอยากถึงน้ำแกงใส่พวกใบบัวฝักบัวเล็กๆ ที่เคยทำอยู่ครั้งหนึ่ง”
พี่เฟิ่งอยู่ข้างๆ ยิ้มว่า “พวกท่านฟัง รสชาติไม่เลอเลิศเท่าไรหรอก แต่ยุ่งยากน่าดู สิ่งที่เจาะจงนึกอยากกินนี่”
แม่เฒ่าเจี่ยสั่งแล้วสั่งอีกให้ไปทำมา พี่เฟิ่งยิ้มว่า
“บรรพชนอย่าร้อนใจ ขอข้าคิดก่อนว่าใครเก็บแม่พิมพ์ไว้”
แล้วหันมาสั่งแม่บ้านให้ไปถามที่หัวหน้าห้องครัว
แม่บ้านหายไปครึ่งวัน กลับมารายงานว่า
“หัวหน้าห้องครัวแจ้งว่า แม่พิมพ์น้ำแกงทั้งสี่ชุดส่งกลับมาหมดแล้ว”
พี่เฟิ่งคิดแล้วคิดอีกว่า “ข้าก็จำได้ว่าส่งกลับมาแล้ว เพียงแต่จำไม่ได้ว่าส่งไปให้ใครเก็บ เป็นไปได้มากว่าอยู่ที่ห้องน้ำชา”
จึงส่งคนมาถามที่ห้องน้ำชาก็ไม่ได้เก็บไว้ ที่สุดพบว่าอยู่ที่หัวหน้าห้องเครื่องเงินทองจึงส่งมาให้
แม่น้าเซวียรับมาดูเป็นคนแรก เป็นกล่องขนาดเล็กบรรจุแม่พิมพ์เงินเอาไว้สี่ชุด แต่ละชุดยาวกว่าหนึ่งฉื่อ กว้างราวหนึ่งนิ้ว ด้านบนสลักลวดลายขนาดประมาณเม็ดถั่ว เป็นรูปดอกเบญจมาศบ้าง ดอกเหมยบ้าง ฝักบัวบ้าง กระจับบ้าง รวมสี่สิบรูปล้วนฝีมือปราณีต จึงยิ้มแล้วกล่าวกับแม่เฒ่าเจี่ย หวางฮูหยินว่า
“ในจวนของพวกท่านช่างคิดนัก จะทำน้ำแกงสักชามยังมีของพวกนี้ ถ้าไม่บอกก่อน ข้าเห็นแล้วยังไม่รู้ว่าใช้ทำอะไร”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “ท่านอาหญิงคงไม่รู้ว่า ชุดนี้ใช้สำหรับเตรียมพระกระยาหารเมื่อปีกลาย พวกเขาเป็นผู้คิดกดพิมพ์ออกมา อาศัยกลิ่นใบบัวใหม่ให้สดชื่น แต่สุดท้ายก็อยู่ที่รสชาติของน้ำแกงมากกว่า ใครจะไปใช้ประจำ ใช้ครั้งนั้นครั้งเดียว วันนี้เขากลับนึกอยากขึ้นมาได้”
ว่าแล้วก็รับกล่องแม่พิมพ์มาส่งให้แม่บ้านนำไปให้ห้องครัว สั่งให้ใช้เนื้อไก่และเครื่องเคียงปรุงน้ำแกงมาสิบชาม
หวางฮูหยินว่า “ทำไมทำมากมายปานนี้”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “ก็เพราะว่า ของอย่างนี้ไม่ได้ทำกันประจำ วันนี้น้องเป่าถามหา จะทำให้คนเดียว เหล่าไท่ไท่ ท่านอา ไท่ไท่ก็ไม่ได้ชิมคงไม่เหมาะ ทำเสียทีเดียวเผื่อทุกคนรวมทั้งข้าจะได้ชิมด้วย”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “ลิงน้อยหลักแหลม เอาเงินกองกลางมาสร้างไมตรี”
ทำเอาทุกคนพากันหัวเราะ
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “ไม่เป็นไร งานเจ้าภาพเล็กน้อย 小东道 เท่านี้ข้ารับเอง”
แล้วหันมาสั่งแม่บ้านว่า
“บอกทางห้องครัวให้จัดเครื่องเต็มที่ แล้วลงบัญชีมาคิดเงินที่ข้า”
แม่บ้านรับคำแล้วรีบไป
เป่าไชยิ้มว่า “ช่วงไม่กี่ปีที่ข้ามาอยู่ที่นี่ สังเกตว่าพี่เฟิ่งถึงหัวไวเพียงไหนก็ไม่เกินเหล่าไท่ไท่”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “เด็กเอ๋ย ตอนนี้ข้าแก่แล้ว หัวไวที่ไหนกัน สมัยที่ข้าอายุเท่ายายหนูเฟิ่งก็คงหัวไวกว่า ถึงตอนนี้นางจะสู้ข้าสมัยสาวไม่ได้ ก็ยังดีกว่าน้าหญิง (มารดาของเป่าวี่) ของเจ้า เหมือนตอไม้ไม่ค่อยพูด อยู่ต่อหน้าพ่อแม่สามีไม่กล้าแสดงออก เฟิ่งเอ๋อช่างเจรจา ใครใครพากันรัก”
เป่าวี่ยิ้มว่า “ถ้าว่าอย่างนี้ หมายความว่า ไม่พูดมากก็ไม่น่ารัก”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “ไม่พูดมาก ก็น่ารักแบบไม่พูดมาก พูดมากปากไม่ดี มิสู้ไม่พูดเสียดีกว่า”
เป่าวี่ว่า “ใช่แล้ว ข้าว่าพี่สะใภ้ใหญ่ (หลี่หวาน) ไม่ค่อยพูด ท่านย่าก็รักเหมือนพี่เฟิ่ง ในหมู่พี่น้อง ข้าว่าพี่เฟิ่งกับน้องหลินน่ารัก”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “พูดถึงพี่น้อง ไม่ใช่ข้าชมเอาใจน้าไท่ไท่ เพราะว่าจริงอย่างยิ่ง สี่สาวบ้านเรา (สามชุนบวกไต้วี่) ไม่มีใครสู้ยายหนูเป่า (เป่าไช)”
แม่น้าเซวียรีบยิ้มว่า “เหล่าไท่ไท่ท่านลำเอียงเสียแล้ว”
หวางฮูหยินรีบยิ้มว่า “เหล่าไท่ไท่มักพูดลับหลังถึงยายหนูเป่าเสมอ ไม่ใช่คำเท็จ”
เป่าวี่แต่แรกตั้งใจจะโยงให้แม่เฒ่าเจี่ยกล่าวชมไต้วี่ คิดไม่ถึงว่ากลับไปชมเป่าไชเสียนี่ จึงหันมายิ้มกับเป่าไช เป่าไชเบือนหน้าหนีไปคุยกับสีเหยิน
พลันมีคนมาเชิญให้ไปกินข้าว แม่เฒ่าเจี่ยลุกขึ้นแล้วสั่งเป่าวี่ว่า
“พักรักษาตัวให้ดี”
หันมากำชับพวกสาวใช้ ก่อนจะเกาะแขนพี่เฟิ่ง บอกให้แม่น้าเซวียเดินนำ แล้วพาคณะออกจากห้อง ปากก็ถามว่า
“น้ำแกงเสร็จแล้วหรือ”
ถามแม่น้าเซวียว่า
“อยากกินอะไรก็บอกข้า ข้าสามารถเรียกยายหนูเฟิ่งจัดออกมาได้”
แม่น้าเซวียว่า “เหล่าไท่ไท่ก็คอยแหย่นาง ปกติที่นางมีน้ำใจจัดมาให้ ก็เห็นกินได้ไม่มาก”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “ท่านอาหญิงอย่ากล่าวเช่นนั้น บรรพชนท่านติว่าเนื้อคนเปรี้ยว ถ้าเนื้อคนไม่เปรี้ยว คงกินข้าไปแล้ว”
พูดไม่ทันจบ ก็ทำเอาพวกแม่เฒ่าเจี่ยหัวเราะกันลั่น ทำเอาเป่าวี่ที่อยู่ในห้องอดหัวเราะตามไม่ได้
สีเหยินก็หัวเราะว่า “ปากคุณนายรอง ร้ายจริงจริง”
เป่าวี่เอื้อมมือมาดึงตัวสีเหยิน ยิ้มว่า
“เจ้ายืนมาครึ่งวัน คงเหนื่อยแล้ว”
แล้วลากนางลงมานั่งข้างๆ
สีเหยินยิ้มว่า “ลืมไปแล้วหรือ อาศัยว่าคุณหนูเป่ามาบ้าน ท่านบอกนางขอยืมตัวอิงเอ๋อ 莺儿 มาช่วยถักผ้าคาดเอว”
เป่าวี่ยิ้มว่า “ดีที่เจ้าเตือน”
แล้วหันตะโกนออกนอกหน้าต่างว่า
“พี่เป่า กินข้าวแล้วให้อิงเอ๋อมาช่วยข้าถักผ้าคาดเอว นางว่างไหม”
เป่าไชหันกลับมาตอบว่า
“ได้ อีกเดี๋ยวให้นางไป”
แม่เฒ่าเจี่ยฟังไม่ถนัด ทั้งคณะหยุดเดินถามเป่าไชว่าเรื่องอะไร เป่าไชชี้แจงแล้ว แม่เฒ่าเจี่ยว่า
“เด็กดี เจ้าให้นางไปช่วยน้องเจ้าถักงานแล้ว ตัวเจ้าเองจะเรียกใช้ใคร ที่เรือนข้าสาวใช้อยู่กันว่างๆ เจ้าอยากเรียกใครก็เรียกไปรับใช้”
แม่น้าเซวีย เป่าไช ต่างยิ้มว่า “ให้นางไปช่วยงานก็ดีแล้ว มีอะไรจะเรียกใช้นางกัน วันวันอยู่ว่างๆ คอยซุกซน”
แล้วพากันเดินต่อมาจนเห็นพวกเซียงหยุน ผิงเอ๋อ เซียงหลิงยืนเด็ดดอกเทียน 凤仙花 อยู่ริมเขาจำลอง จึงพากันมาทักทายและสมทบ
สักพักก็ออกมาพ้นอุทยาน หวางฮูหยินเกรงแม่เฒ่าเจี่ยเหนื่อย ใคร่ให้ไปนั่งพักที่เรือนใหญ่ แม่เฒ่าเจี่ยเองก็เมื่อยขาจึงพยักหน้าอนุญาต หวางฮูหยินให้สาวใช้รีบไปบอกให้จัดที่นั่ง น้าหญิงเจ้าลาป่วย อยู่แต่น้าหญิงโจวรีบนำพวกแม่บ้านสาวใช้มาเปิดม่าน วางหมอนอิง ปูเบาะที่นั่ง
แม่เฒ่าเจี่ยเกาะแขนพี่เฟิ่งเดินเข้ามา กับแม่น้าเซวีย นั่งกันตามตำแหน่งเจ้าบ้านกับแขก เป่าไช เซียงหยุนนั่งด้านล่าง หวางฮูหยินยกน้ำชาให้แม่เฒ่าเจี่ย หลี่กงไฉ 李宫裁 ยกน้ำชาให้แม่น้าเซวีย แม่เฒ่าเจี่ยบอกหวางฮูหยินว่า
“ให้พวกสะใภ้มาทำหน้าที่แทนเถิด เจ้าไปนั่งตรงนั้นแล้วสนทนากัน”
หวางฮูหยินไปนั่งที่ม้านั่ง แล้วบอกพี่เฟิ่งว่า
“เหล่าไท่ไท่กินข้าวที่นี่แหละ ไปจัดอาหารมา”
พี่เฟิ่งตอบรับแล้วออกมาใช้คนให้ไปแจ้งยังเรือนแม่เฒ่า พวกแม่บ้านสาวใช้รีบออกมาที่เรือนใหญ่
หวางฮูหยินว่า “ไปเชิญพวกคุณหนู”
รอกันอยู่ครึ่งวันมีเพียง ทั่นชุน ซีชุนมากันสองคน หยิงชุนไม่สบายไม่มากินข้าว ไต้วี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง สิบมื้อกินอย่างเก่งก็ห้ามื้อ จึงไม่ติดใจสงสัย
สักพักอาหารก็มาถึง ทุกคนเข้านั่งที่ พี่เฟิ่งใช้ผ้าเช็ดมือห่อตะเกียบงาถือไว้กำหนึ่ง ยืนอยู่ด้านล่างยิ้มว่า
“บรรพชนกับท่านน้าไม่ต้องเกี่ยงกัน ให้ข้าจัดการให้ก็พอ”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มกับแม่น้าเซวียว่า “พวกเราก็ปล่อยนาง”
แม่น้าเซวียยิ้มตอบรับ
พี่เฟิ่งจัดตะเกียบสี่คู่ ด้านบนสองคู่สำหรับแม่เฒ่าเจี่ยและแม่น้าเซวีย ด้านข้างสองฝั่งสำหรับเป่าไช เซียงหยุน หวางฮูหยิน หลี่กงไฉกับพวกยืนอยู่ด้านล่างคอยจัดวางอาหาร พี่เฟิ่งให้รีบนำถ้วยชามจานสะอาดมาแบ่งอาหารสำหรับเอาไปให้เป่าวี่
สักพักน้ำแกงใบบัวมาถึง ให้แม่เฒ่าเจี่ยดูแล้ว หวางฮูหยินเห็นวี่ช่วนเอ๋อ 玉钏儿 ยืนอยู่ใกล้ จึงสั่งให้นำอาหารไปส่งให้เป่าวี่ พี่เฟิ่งว่า
“นางคนเดียวนำไปลำบาก ”
พอดีอิงเอ๋อเดินมากับถงสี่ พี่เฟิ่งรู้ว่าพวกนางกินข้าวมาแล้ว จึงบอกอิงเอ๋อว่า
“นายรองเป่าให้เจ้าไปช่วยถักผ้าคาด เจ้าก็ไปด้วยเป็นสองคน”
อิงเอ๋อรับคำออกมาพร้อมกับวี่ช่วนเอ๋อ
อิงเอ๋อว่า “ไกลขนาดนี้ ร้อนก็ร้อน จะเอาไปกันอย่างไร”
วี่ช่วนเอ๋อยิ้มว่า “เจ้าวางใจ ข้ามีหนทาง”
แล้วสั่งแม่บ้านผู้หนึ่งให้นำกล่องมาใส่ข้าว น้ำแกงและอาหาร แล้วบอกให้ยกตามมา พวกนางสองคนจึงเดินกันมาตัวเปล่า
พอมาถึงหน้าประตูลานชื่นแดง วี่ช่วนเอ๋อก็รับกล่องมาถือไว้ แล้วเดินเข้าไปด้านในกับอิงเอ๋อ
สีเหยิน เส้อเยว่ ชิวเหวิน นั่งคุยเล่นกับเป่าวี่เห็นทั้งสองเดินเข้ามาจึงลุกขึ้นยิ้มว่า
“เจ้าสองคนบังเอิญเจอกันแล้วมาพร้อมกันได้อย่างไร”
ว่าแล้วก็รับกล่องอาหารมา
วี่ช่วนเอ๋อเดินไปนั่งบนม้านั่ง อิงเอ๋อไม่กล้านั่ง สีเหยินจึงไปยกที่วางเท้ามาให้ อิงเอ๋อก็ยังไม่กล้านั่ง เป่าวี่เห็นอิงเอ๋อมาก็ชอบใจ แต่พอเห็นวี่ช่วนเอ๋อ ก็นึกถึงจินช่วนเอ๋อพี่สาวของนาง ให้รู้สึกเสียใจและละอายใจ จึงคุยกับวี่ช่วนเอ๋อ ปล่อยให้อิงเอ๋อยืนอยู่
สีเหยินเห็นเป่าวี่ไม่สนใจ อิงเอ๋อไม่กล้านั่ง เกรงนางคิดมาก จึงพาอิงเอ๋อออกไปดื่มน้ำชาแล้วสนทนากันอีกห้อง
ตอนก่อนหน้า : เป่าไชตำหนิพี่ชาย
https://www.blockdit.com/posts/697742d1b33d8de57ae92666
ตอนถัดไป :หน้าตาดีแต่ไม่มีสมอง
https://www.blockdit.com/posts/69806b46c97c383858752137
บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความฝันในหอแดง
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย