2 ก.พ. เวลา 09:15 • ประวัติศาสตร์

ความฝันในหอแดง 68 หน้าตาดีแต่ไม่มีสมอง

พวกเส้อเยว่นำชามตะเกียบมาให้ แต่เป่าวี่ไม่กินข้าว ถามวี่ช่วนเอ๋อว่า
“แม่ของเจ้าสบายดี”
วี่ช่วนเอ๋อเบะปากไม่มองหน้าเป่าวี่ตรงๆ ครึ่งค่อนวันจึงพูดออกมาคำเดียวว่า “ดี”
เป่าวี่รู้สึกซังกะตาย นิ่งไปครึ่งวัน ถามยิ้มๆ ว่า
“ใครบอกให้เจ้าส่งของมาให้ข้า”
วี่ช่วนเอ๋อว่า “พวกคุณนายกับไท่ไท่”
เป่าวี่เห็นหน้าตานางเหมือนจะร้องไห้ รู้ว่าเป็นเพราะเรื่องจินช่วนเอ๋อ ใคร่จะลงไปเปิดอกพูดปลอบใจนาง แต่เห็นคนอยู่กันเยอะจึงเปลี่ยนใจ นึกหาวิธีให้คนออกไปก่อน แล้วค่อยทำเป็นยิ้มสอบถามเรื่องนั้นเรื่องนี้
วี่ช่วนเอ๋อทำทีไม่แยแสในตอนแรก เห็นเป่าวี่ไม่เคืองแม้แต่น้อย ถึงพูดจาว่าร้ายไป ก็ยังคงสุภาพอ่อนโยน จึงคิดว่าตนเองแสดงท่าทีไม่เหมาะสม สีหน้าแช่มชื่นขึ้นสามส่วน เป่าวี่ยิ้มว่า
“พี่คนดี เจ้าเอาน้ำแกงที่อุตส่าห์นำมา มาให้ข้าชิมหน่อย”
วี่ช่วนเอ๋อว่า “ข้าไม่เคยป้อนใคร รอพวกนางกลับเข้ามาแล้วค่อยดื่ม”
เป่าวี่ยิ้มว่า “ข้าไม่ได้ขอให้เจ้าป้อน ข้าเดินไม่ได้ เลยให้เจ้าเอามาให้ข้าดื่ม เจ้าจะได้รีบกลับไปกินข้าว หากข้าถ่วงเวลาเอาไว้ เจ้ามิหิวแย่หรือ ถ้าเจ้าขี้เกียจขยับตัว ข้าคงได้แต่ทนเจ็บลงไปเอาเอง”
พูดแล้วก็จะลงจากเตียง พยายามลุกขึ้นแต่อดไม่ได้ต้องร้อง “ไอ้หยา”
วี่ช่วนเอ๋อเห็นสภาพนี้ จำต้องลุกขึ้นว่า
“นอนลงเถอะ ชาติก่อนท่านคงสร้างเวรสร้างกรรมไว้ ชาตินี้เวรกรรมจึงตามสนอง ข้าทนดูไม่ได้”
พูดแล้วก็ปล่อยหัวเราะออกมา แล้วยกน้ำแกงมาให้
เป่าวี่ยิ้มว่า “พี่คนดี ถ้ามีโมโหก็ระบายเสียตรงนี้ กลับไปพบเหล่าไท่ไท่ ไท่ไท่จะได้อารมณ์ดีขึ้นบ้าง ไม่เช่นนั้น เจ้าไม่พ้นถูกด่า”
วี่ช่วนเอ๋อว่า “กินเถอะ กินเข้าไป ไม่ต้องมาทำปากหวานกับข้า ข้ารู้หรอกน่า”
ว่าแล้วก็เร่งเป่าวี่ให้ดื่มไปอีกสองอึก
เป่าวี่แกล้งบอกว่าไม่อร่อย วี่ช่วนเอ๋อเบะปากว่า
“อามิตาภพุทธ ถ้านี่ไม่อร่อย ข้าก็ไม่รู้ว่าอะไรอร่อย”
เป่าวี่ว่า “ไม่มีรสชาติสักนิด ไม่เชื่อเจ้าก็ลองชิมดู”
วี่ช่วนเอ๋อทำปั้นปึ่งชิมไปหนึ่งคำ เป่าวี่ยิ้มว่า
“อร่อยล่ะสิ”
วี่ช่วนเอ๋อได้ฟัง พลันรู้ว่าเป่าวี่หลอกให้นางดื่ม จึงว่า
“ท่านบอกว่าไม่ดื่ม ตอนนี้ว่าอร่อย ข้าไม่ให้ท่านดื่ม”
เป่าวี่วิงวอนขอดื่มทั้งรอยยิ้ม วี่ช่วนเอ๋อไม่ยอมให้ ทั้งตะโกนบอกให้คนอื่นเข้ามากินข้าวกัน
พวกสาวใช้กลับเข้าห้องมา พลันมีคนมาแจ้งว่า
“บ้านนายรองฟู่ 傅二爷 ให้หม่อมอสองคนมาเยี่ยม มาขอพบนายรอง”
เป่าวี่รู้ว่าเป็นหม่อมอจากบ้านทงพั่น(รองเจ้าเมือง) ฟู่สื้อ 通判傅试 ฟู่สื้อผู้นี้เป็นศิษย์ของเจี่ยเจิ้ง ได้ดิบได้ดีด้วยบารมีของตระกูลเจี่ย เจี่ยเจิ้งก็ยกย่องเขาต่างจากศิษย์คนอื่น เขาจึงส่งคนไปมาหาสู่อยู่เป็นประจำ
ปกติเป่าวี่รังเกียจพวกชายหยาบหญิงเขลา วันนี้กลับยินยอมให้สองหม่อมอเข้าพบ ย่อมมีเหตุผล เป่าวี่ฟังมาว่าฟู่สื้อมีน้องสาวชื่อ ฟู่ชิวฟาง 傅秋芳 เป็นหยกงามในเรือนแก้ว เพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและความสามารถ แม้ไม่เคยพบหน้า เพียงฟังคำร่ำลือก็หลงไหลให้นับถือเต็มสิบ หากไม่ให้หม่อมอเข้าพบ รู้ถึงนางเกรงจะหาว่าไม่ไว้หน้า จึงสั่งให้พาหม่อมอเข้ามา
ฟู่สื้อเป็นพวกเติบโตทางลัด เห็นฟู่ชิวฟางรูปสวยรวยปัญญา ก็คิดจะอาศัยน้องสาวผูกสัมพันธ์กับผู้มีชาติตระกูลหรือฐานะ จึงไม่ยอมตกลงยกให้ใครง่ายๆ ถ่วงเวลามาจนบัดนี้ฟู่ชิวฟางอายุได้ยี่สิบสามปียังไม่มีคู่ครอง ส่วนพวกผู้มีชาติตระกูลหรือฐานะก็มักเกี่ยงว่านางมีพื้นเพยากจนต่ำต้อยไม่คู่ควร ฟู่สื้อผูกสัมพันธ์อันดีกับตระกูลเจี่ยย่อมมีเบื้องลึกเบื้องหลัง
สองยายเฒ่าที่มาวันนี้ช่างไม่รู้ความ เป่าวี่ให้เข้าพบก็เพียงถามไถ่ไม่เกินสองประโยค วี่ช่วนเอ๋อเห็นคนแปลกหน้ามา จึงหยุดต่อล้อต่อเถียงกับเป่าวี่ ถือชามน้ำแกงไว้ยืนมองคอยฟัง เป่าวี่มัวพูดกับสองยายเฒ่า พลางกินข้าว ยื่นมือมาเอาชามน้ำแกง ทั้งสองมัวแต่มองคน เป่าวี่พลาดมือปัดชามน้ำแกงหกรดใส่มือ วี่ช่วนเอ๋อกลับไม่ถูกลวก เพียงตกใจแล้วรีบยิ้มว่า
“อะไรกันนี่”
พวกสาวใช้รีบมารับชามน้ำแกงไป เป่าวี่ถูกลวกมือแต่ไม่รู้สึก ห่วงแต่ถามวี่ช่วนเอ๋อว่า
“ถูกลวกตรงไหน เจ็บไหม”
วี่ช่วนเอ๋อกับพวกสาวใช้พากันหัวเราะ
วี่ช่วนเอ๋อว่า “ท่านเองที่ถูกลวก ห่วงแต่ถามข้า”
เป่าวี่จึงรู้ตัวว่าถูกลวก สาวใช้รีบมาเก็บกวาด เป่าวี่ไม่กินข้าวแล้ว ล้างมือมาดื่มชา พูดกับสองยายเฒ่าได้สองคำ สองยายเฒ่าก็ลากลับ พวกฉิงเหวินตามมาส่งถึงข้างสะพาน
สองยายเฒ่าเห็นไม่มีใครแล้ว ก็เดินไปวิจารณ์ไป คนหนึ่งยิ้มว่า
“มิน่าเล่า เขาถึงว่ากันว่าเป่าวี่หน้าตาดีแต่ไม่มีสมอง สวยแต่รูปจูบไม่หอม ดูท่าทางทึ่มๆ น้ำแกงลวกมือไม่รู้เรื่องกลับไปถามคนอื่นว่าเจ็บไหม นี่มิใช่โง่หรอกหรือ”
อีกคนยิ้มว่า “คราวก่อน ข้าฟังเขาเล่าว่าโง่ขนาดหนัก ตัวเองตากฝนจนเปียกโชกเป็นลูกนกตกน้ำ ยังบอกคนอื่นว่า “ฝนตกแล้ว รีบหลบฝนเร็ว” เจ้าว่าตลกไหม บ่อยครั้งพอไม่มีคนก็หัวเราะกับตัวเอง ร้องไห้กับตัวเอง เห็นนกก็คุยกับนก เห็นปลาก็คุยกับปลา เห็นดาวเห็นเดือนก็ทอดถอนใจ บ่นอะไรพึมพำ ไม่มีความเข้มงวด สาวใช้ระบายอารมณ์ใส่ก็ทนได้ หวงของขึ้นมา ด้ายเส้นเดียวก็ไม่ยอม ฟุ่มเฟือยขึ้นมา ของมีค่าพันหมื่นก็ไม่สนใจ”
ทั้งสองนินทากันไปจนพ้นอุทยาน
ทางด้านสีเหยิน พอแขกกลับไปแล้วก็พาอิงเอ๋อมาถามเป่าวี่ว่า
“จะให้ถักผ้าคาดเอวแบบไหน”
เป่าวี่หันมาหาอิงเอ๋อยิ้มว่า “เมื่อครู่มัวแต่คุยเลยลืมเจ้าไป ที่รบกวนเจ้ามาก็อยากให้ช่วยถักเงื่อนประดับไม่กี่ชิ้น”
อิงเอ๋อว่า “เงื่อนใช้ประดับอะไร”
เป่าวี่ยิ้มว่า “ไม่ต้องสนใจว่าประดับอะไร ทำมาทุกอย่าง อย่างละจำนวนหนึ่ง”
อิงเอ๋อตบมือหัวเราะว่า “ได้อย่างไร แบบนี้สิบปีก็ไม่เสร็จ”
เป่าวี่ยิ้มว่า “แม่นางคนดี เจ้าว่างเมื่อไร ก็ทำให้ข้า”
สีเหยินยิ้มว่า “แล้วเมื่อไรจะเสร็จ เอาที่จำเป็นต้องใช้ก่อน”
อิงเอ๋อว่า “ที่จำเป็น คงไม่พ้นแต่งพัด ถุงหอม ผ้าคาดเอว”
เป่าวี่ว่า “ผ้าคาดเอวก็แล้วกัน”
อิงเอ๋อถามว่า “ผ้าคาดเอวสีอะไร”
เป่าวี่ว่า “สีแดงสด”
อิงเอ๋อว่า “สีแดงสดต้องใช้เงื่อนสีดำถึงจะดูดี หรือสีกรมท่า 石青 จะได้ข่มกัน”
เป่าวี่ว่า “แล้วสีเหลืองดอกสน 松花色 คู่สีอะไร”
อิงเอ๋อว่า “สีดอกสนคู่สีแดงดอกท้อ 桃红 (แดงชมพู)”
เป่าวี่ยิ้มว่า “เช่นนั้นสวยสดใส อยากได้แบบดูดีมีสง่าด้วย”
อิงเอ๋อว่า “สีเขียวต้นหอม 葱绿 (เขียวออกเข้ม) สีเหลืองต้นหลิ่ว 柳黄 (เหลืองทอง) ดูมีสง่า”
เป่าวี่ว่า “เอาล่ะ ทำสีแดงดอกท้อหนึ่ง สีเขียวต้นหอมหนึ่ง”
อิงเอ๋อว่า “แล้วลายอะไร”
เป่าวี่ว่า “มีลายอะไรบ้าง”
อิงเอ๋อว่า “มีลายต้นเทียน ขั้นบันได ตาช้าง สี่เหลี่ยม ห่วงโซ่ ดอกเหมย ใบหลิ่ว”
เป่าวี่ว่า “ที่ทำให้คุณหนูสามก่อนหน้านี้คือลายอะไร”
อิงเอ๋อว่า “ลายดอกเหมยประสานใจ 攒心梅花”
เป่าวี่ว่า “เอาลายนี้แหละ”
สีเหยินเอาไหมมาให้พอดี
เสียงแม่บ้านนอกหน้าต่างว่า “อาหารของแม่นางทั้งหลายพร้อมแล้ว”
เป่าวี่ว่า “พวกเจ้ารีบไปกินข้าวแล้วค่อยมาใหม่”
สีเหยินยิ้มว่า “มีแขกมา พวกเราจะไปได้อย่างไร”
อิงเอ๋อจัดการไหมอยู่ ยิ้มว่า “พูดอะไรเช่นนั้น รีบไปกินเถิด”
พวกสีเหยินจึงออกไปกินข้าว เหลือเด็กรับใช้ไว้เพียงสองนาง
เป่าวี่มองดูอิงเอ๋อถักเงื่อน แล้วชวนคุยว่า
“อายุสิบเท่าไรแล้ว”
อิงเอ๋อมือทำงานไป ปากตอบว่า “สิบหกแล้ว”
เป่าวี่ว่า “เดิมแซ่อะไร”
อิงเอ๋อว่า “แซ่หวง 黄”
เป่าวี่ยิ้มว่า “แซ่นี้ใช่เลย หวงอิงเอ๋อ 黄莺儿 นกขมิ้นเหลือง”
(莺 อิง นกสีเหลืองไม่มีในเมืองไทย)
อิงเอ๋อยิ้มว่า “เดิมชื่อข้ามีสองอักษรว่า จินอิง 金莺 คุณหนูติว่าไม่คล่องปาก จึงตัดเรียกเหลือเพียง อิงเอ๋อ ตอนนี้ใครใครก็เรียกแบบนี้”
เป่าวี่ว่า “พี่เป่ารักและเอ็นดูเจ้า ต่อไปพี่เป่าออกเรือน เจ้าคงตามไปด้วย”
อิงเอ๋อเม้มปากหัวเราะ
เป่าวี่ยิ้มว่า “ข้าพูดกับสีเหยินเสมอว่า วันหน้าไม่รู้ว่าใครจะเป็นผู้โชคดีรับตัวสองนายบ่าวนี้ไปอยู่ด้วย”
อิงเอ๋อยิ้มว่า “ท่านยังไม่รู้จักคุณหนูของเรา มีข้อดีหลายอย่างที่คนบนโลกนี้ไม่มี หน้าตายังเป็นเรื่องรอง”
เป่าวี่เห็นอิงเอ๋อยิ้มแย้มอ่อนหวานใสซื่อ อดเอ็นดูไม่ได้ พอนางพูดถึงเป่าไชจึงถามว่า
“ข้อดีอย่างใด เจ้าช่วยบอกให้ละเอียดที”
อิงเอ๋อว่า “ข้าบอกท่านแล้ว ท่านห้ามไปบอกนาง”
เป่าวี่ว่า “เรื่องนั้นแน่นอน”
ยังไม่ทันได้บอก ข้างนอกมีเสียงมาว่า
“ทำไมเงียบเชียบอย่างนี้”
ทั้งสองหันไปดู ก็เห็นเป่าไชเดินเข้ามา เป่าวี่รีบเชิญนั่ง เป่าไชนั่งลงแล้วถามอิงเอ๋อว่า
“ถักอะไรอยู่”
แล้วชะโงกดูงานในมือนางที่เพิ่งถักไปได้ครึ่งเดียว
เป่าไชยิ้มว่า “ไม่น่าสนใจตรงไหน มิสู้ถักเป็นถุงตาข่ายใส่หยกชิ้นนั้น”
คำของนางทำให้เป่าวี่ได้คิด ตบมือยิ้มว่า
“พี่สาวพูดถูก ข้าก็ลืมไป ว่าแต่ใช้สีอะไรดี”
เป่าไชว่า “สลับสีไม่ดีแน่ สีแดงก็ตัดกัน สีเหลืองไม่สะดุดตา สีดำมืดไป ขอข้าคิดดูก่อน เอาไหมทองพันกับไหมมุกดำรวมเป็นเส้นนำมาถักเป็นตาข่าย คงน่าชม”
เป่าวี่ฟังแล้วชอบใจยิ่ง ตะโกนบอกสีเหยินให้นำไหมทองมา แต่พอดีสีเหยินเดินถือของกินเข้ามาสองชาม แล้วบอกเป่าวี่ว่า
“แปลกจริง เมื่อครู่ไท่ไท่ให้คนส่งของกินมาให้สองชาม”
เป่าวี่ยิ้มว่า “คงเป็นเพราะวันนี้ทำอาหารไว้เยอะ จึงส่งมาให้พวกเจ้าได้กินกัน”
สีเหยินว่า “ไม่ใช่ เขาระบุชื่อมาว่าให้ข้า แต่ไม่ได้เรียกไปคำนับ นี่ถึงว่าแปลก”
เป่าไชยิ้มว่า “ให้เจ้า เจ้าก็เอาไปกิน สงสัยอะไร”
สีเหยินว่า “ไม่เคยมีเรื่องเช่นนี้ ทำให้ข้ารู้สึกไม่สบายใจ”
เป่าไชเม้มปากหัวเราะว่า “เรื่องแค่นี้ไม่สบายใจ วันหน้ายังมีเรื่องให้เจ้าไม่สบายใจยิ่งกว่านี้อีก”
สีเหยินฟังคำเป่าไชมีเลศนัย ยิ่งรู้ว่าเป่าไชไม่ใช่คนปากเปราะเที่ยวกระเซ้าใครต่อใคร แล้วนึกถึงเรื่องที่หวางฮูหยินพูดถึงเมื่อวันก่อน จึงไม่พูดอะไรต่อ ยกของกินมาให้เป่าวี่ดู แล้วบอกว่า
“ล้างมือแล้วข้าจะไปเอาไหม”
แล้วเดินกลับออกไป
หลังอาหาร สีเหยินล้างมือแล้วนำไหมทองมาให้อิงเอ๋อใช้ถัก ถึงตอนนี้เซวียผานให้คนมาตามเป่าไชกลับไปแล้ว
เป่าวี่มองดูเขาถักงาน พลันมีสาวใช้สองคนมาส่งผลไม้สองอย่างจากสิงฮูหยิน และฝากถามมาว่า
“เดินได้หรือยัง หากเดินได้ พรุ่งนี้คุณชายควรออกไปเดินเล่น ไท่ไท่เป็นห่วง”
เป่าวี่ว่า “ถ้าเดินได้แล้ว จะต้องรีบไปคารวะอวยพรไท่ไท่ แผลที่เจ็บนั้นดีขึ้น ขอให้ไท่ไท่สบายใจ”
แล้วเชิญทั้งสองนั่ง พลางตะโกนเรียกว่า
“ชิวเหวิน เอาผลไม้นี่แบ่งไปให้คุณหนูหลินครึ่งหนึ่ง”
ชิวเหวินขานรับ แบ่งแล้วจะนำออกไป พลันได้ยินเสียงไต้วี่อยู่ที่ลานบ้าน เป่าวี่สั่งให้รีบเชิญเข้ามา
(จบบทที่สามสิบห้า)
ตอนก่อนหน้า : น้ำแกงใบบัว
ตอนถัดไป : ขึ้นเงินเดือนสีเหยิน

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา